ค่าจ้างเงินเดือนจ่ายอย่างไรให้เหมาะสม (2)

เมื่อวานได้กล่าวถึงแนวทางในการจ่ายค่าจ้างเงินเดือนโดยจ่ายตามอาวุโสไปแล้ว วันนี้จะมาดูการจ่ายค่าจ้างเงินเดือนในแนวคิดถัดไปก็คือ “จ่ายตามคุณค่าของงาน” (Job Value Based Pay)

การจ่ายค่าจ้างเงินเดือนตามคุณค่าของงานนั้น เป็นการจ่ายโดยอาศัยตัวเนื้องานเป็นเกณฑ์ ก็คือ พิจารณาจากหน้าที่และความรับผิดชอบของงานที่กำหนดไว้ในแต่ละตำแหน่งที่มีอยู่ในองค์กร ในการพิจารณาจ่ายตามค่างานนั้น วิธีนี้เป็นวิธีที่น่าจะเป็นธรรมมากที่สุดในการกำหนดอัตราการจ่ายค่าจ้างเงินเดือนของแต่ละตำแหน่ง พูดง่ายๆ ก็คือ เป็นการกำหนดราคาของตำแหน่งงานแต่ละตำแหน่งก่อนที่จะรับคนเข้ามาทำงาน โดยราคาที่จ่ายนั้น กำหนดมาจากความยากง่ายของงานแต่ละงาน ซึ่งก็ต้องนำมาเปรียบเทียบความยากง่ายนั้นกับราคาตลาดอีกทีว่า งานแบบนี้ในตลาดเขาจ่ายกันอยู่ที่เท่าไร แล้วจึงนำราคานั้นมากำหนดเป็นอัตราค่าจ้างมาตรฐานของบริษัท หรือที่เรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า “โครงสร้างเงินเดือน”

การกำหนดอัตราการจ่ายโดยวิธีการดูจากคุณค่าของงานนี้ จึงเป็นวิธีที่ดูแล้วน่าจะเป็นธรรมมากที่สุด เพราะไม่ได้นำเอาตัวคนที่ดำรงตำแหน่งมาประเมินเลย เราประเมินจากตัวเนื้องานเป็นเกณฑ์ ลองประเมินง่ายๆ จากความรู้สึกก่อนก็ได้ครับว่า ตำแหน่ง วิศวกรที่ควบคุมงานก่อสร้าง กับ ตำแหน่งช่างไฟฟ้าที่คอยซ่อมระบบไฟในสำนักงานนั้น สองตำแหน่งนี้ค่างานตำแหน่งานไหนมากกว่ากัน แน่นอนครับ คำตอบก็คือ วิศวกรคุมงานฯ ถามว่าทำไมค่างานจึงมากกว่า คำตอบก็เพราะว่า ต้องใช้ความรู้ในการทำงานมากกว่า ลึกกว่า และมีความรับผิดชอบต่อผลงานที่ได้รับมอบหมายมากกว่านั่นเอง นี่ก็คือตัวอย่างของการประเมินค่างานแบบง่ายๆ

บริษัทที่มีการจ่ายเงินเดือนตามคุณค่าของงานนั้น มักจะมีการจัดทำระบบประเมินค่างานกันอย่างเป็นทางการ เพราะจะทำให้ฝ่ายบุคคลสามารถอธิบายได้อย่างมีเหตุมีผลว่า ปัจจัยใดที่ทำให้ตำแหน่งานหนึ่งมีค่างานมากกว่า หรือน้อยกว่าอีกตำแหน่งงานหนึ่ง และจะทำให้ระบบการจ่ายเงินเดือนของบริษัทเป็นไปด้วยความเป็นธรรมตามคุณค่าของงานที่ได้รับมอบหมาย บริษัทที่ใช้ระบบค่างานอย่างจริงจัง จะไม่เกิดเหตุการณ์ที่ว่า ตำแหน่งพนักงานขับรถ ได้เงินเดือนมากกว่าตำแหน่งวิศวกร (ยังคงเกิดขึ้นจริงๆ ในหลายองค์กรนะครับ)

สำหรับบริษัทที่ไม่มีระบบค่างาน เขาจ่ายเงินเดือนกันอย่างไร จริงๆ แล้วถ้าพิจารณากันดีๆ ก็จะเห็นเรื่องของค่างานซ่อนอยู่ในการจ่ายเงินเดือนของบริษัทนั้นอยู่ แม้ว่าจะไม่มีการประเมินค่างานอย่างเป็นทางการก็ตาม แต่เงินเดือนที่จ่ายนั้น ตำแหน่งงานผู้จัดการฝ่าย ก็มักจะมีเงินเดือนที่สูงกว่า ผู้จัดการแผนก ตำแหน่งวิศวกรเอง ก็ยังมีเงินเดือนที่สูงกว่าช่าง หรือแม่บ้าน สิ่งเหล่านี้ยังคงแสดงให้เห็นถึงพื้นฐานในการจ่ายเงินเดือนของบริษัทของไทยๆ ว่า ยังคงยึดการจ่ายเงินเดือนตามคุณค่าของงานอยู่ แม้ว่าจะไม่มีระบบประเมินค่างานอย่างเป็นทางการก็ตาม

สำหรับบริษัทที่ต้องการจะทำเรื่องการประเมินค่างานอย่างเป็นทางการ ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีนะครับ เพราะจะได้ทำให้ชัดเจนเป็นระบบระเบียบ มีหลักการที่เป็นสากล และสามารถอธิบายได้อย่างชัดเจนมากขึ้นกว่าการใช้ความรู้สึกแต่เพียงอย่างเดียว

ในการประเมินค่างานนั้น สิ่งที่จำเป็นต้องมีก็คือ ระบบประเมินค่างาน ซึ่งการออกแบบระบบประเมินค่างานเองอาจจยากสักหน่อยสำหรับบริษัท โดยทั่วไปก็มักจะอาศัยการให้บริการของบริษัทที่ปรึกษาทางด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลที่มีระบบประเมินค่างาน มาช่วยในการประเมินค่างานทุกตำแหน่งงานของบริษัท

กล่าวโดยสรุปก็คือ การกำหนดวิธีการจ่ายค่าจ้างเงินเดือนให้กับตำแหน่งงานต่างๆ ในองค์กรนั้น หลักพื้นฐานที่เลี่ยงไม่พ้นก็คือ หลักการจ่ายตามคุณค่าของงาน โดยพิจารณาจากความยากง่ายของงานแต่ละงาน งานที่ยากกว่า ก็จ่ายมากกว่างานที่ง่ายกว่า เป็นต้น และหลังจากที่เริ่มมีพนักงานเข้ามาทำงานในตำแหน่งงานต่างๆ แล้ว สิ่งที่บริษัทจะต้องคิดต่อไป ก็คือ การจ่ายค่าจ้างเงินเดือนบนพื้นฐานของผลงานและความสามารถของคนที่เข้ามาทำงาน ซึ่งผมจะขอยกไปเขียนในวันต่อไปนะครับ

ประคัลภ์ ปัณพพลังกูร
About these ads

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s