เคล็ดลับการเป็นหัวหน้าที่ดี

เหล่าบรรดาหัวหน้างาน ผู้จัดการ หรือจะเรียกชื่อตำแหน่งอะไรก็แล้วแต่ สิ่งหนึ่งที่กลุ่มคนเหล่านี้จะขาดไม่ได้เลยก็คือ เขาต้องทำงานผ่านคนอื่น คนอื่นในที่นี้ก็คือ “ลูกน้องของตนเอง” การที่หัวหน้าคนหนึ่งจะทำงานผ่านคนที่เป็นลูกน้องได้ดีนั้น ไม่ใช่แค่เพียงการวางแผนงาน และเข้ามาควบคุมดูแลให้งานสำเร็จตามเป้าหมายเท่านั้น หัวหน้างานยังต้องทำหน้าที่ในการบริหารคน หรือบริหารความรู้สึกของคนในทีมงานอีกด้วย

มีหลายคนถามมาว่า มีสูตรสำเร็จหรือไม่ในการที่จะบริหารคนในทีมงานให้เกิดความรู้สึกที่ดีในการทำงาน และเกิดความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน รวมทั้งมีแรงจูงใจในการทำงาน สูตรที่ว่านั้นมีให้เห็นกันอยู่ทั่วไปมากมาย เพียงแต่มันติดตรงที่ รู้แล้วว่าเคล็ดลับคืออะไร แต่ไม่ค่อยมีหัวหน้างานคนไหนจะนำไปใส่ใจทำตามน่ะสิครับ ผลก็คือ หัวหน้างานไม่สามารถบริหารคนในทีมงานได้เลย คนเอาคนไม่อยู่สิ่งที่ตามมาก็คือ งานก็เริ่มหลุดแผน ผลสุดท้ายก็คือผลงานหัวหน้างานก็เริ่มแย่ลงไปด้วย ผลงานองค์กรก็ไปไม่ถึงเป้าที่ต้องการอีก

จากประสบการณ์ที่ได้พูดคุยกับเหล่าหัวหน้างาน และผู้จัดการมือดี เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการบริหารคนของเขา ก็พบว่า มันมีเคล็ดลับอยู่ไม่กี่ตัวเท่านั้น ผมก็เลยเอามาเล่าให้อ่านกันนะครับ เผื่อจะได้นำเอาไปใช้ในการทำงานได้ครับ

  • เอาใจเขามาใส่ใจเรา สิ่งที่ผู้จัดการที่ดีบอกเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า ถ้าหัวหน้างานอยากจะบริหารลูกน้องได้ดีนั้น ต้อง “เอาใจลูกน้องมาใส่ใจเรา” เราต้องเข้าใจเขาว่า เขากำลังคิดอะไร รู้สึกอย่างไร ลองดูว่าถ้าเป็นเราโดนเข้าแบบนั้นเราจะรู้สึกอย่างไร ลูกน้องเราเองก็เช่นเดียวกัน เช่น หัวหน้างานบางคนมักจะโวยวาย ตีโพยตีพาย และด่ากราดลูกน้องที่ทำงานไม่ได้ดั่งใจต่อหน้าลูกน้องคนอื่นๆ  เพื่อความสะใจของเขา ลองถามตัวเองดูว่า ถ้าเป็นเรา เราชอบมั้ยที่โดนหัวหน้าของเราด่ากราดแบบนั้นต่อหน้าคนอื่น ขอให้ตอบอย่างจริงใจนะครับ (ผมมั่นใจเลยว่า ไม่มีใครชอบหรอกครับ แต่ก็แปลกที่เรากลับชอบทำกับลูกน้องของเรา เหมือนกับว่าเราไม่รู้สึกอะไรเลยถ้าโดนแบบนั้นเข้าเหมือนกัน)
  • ให้เกียรติ และให้การยอมรับ หัวหน้างานที่ดีต่างก็ยอมรับว่า การให้เกียรติลูกน้องของเรา และการให้กายอมรับลูกน้องของเรานั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ที่จะทำให้เขาเกิดแรงจูงใจในการทำงานกับเรา การให้เกียรติก็คือ เรื่องอะไรที่เป็นเรื่องส่วนตัวของเขา เราก็ไม่ควรเอามาพูดในที่สาธารณะ การพูดจาที่สุภาพ การปฏิบัติต่อลูกน้องเหมือนเขาเป็นครอบครัวเดียวกับเรา ให้การยอมรับเขาในฐานะทีมงาน สิ่งเหล่านี้ต้องเริ่มจากหัวหน้าก่อนทั้งสิ้น ทักทาย พูดคุย ถามทุกข์สุข ฯลฯ ลูกน้องเองก็จะรู้สึกว่า หัวหน้าให้การยอมรับเขา แรงจูงใจในการทำงานก็จะเกิดขึ้นได้ไม่ยาก
  • ให้ความจริงใจ มีใครบ้างที่ไม่ชอบคนจริงใจกับเรา ลูกน้องเองก็เช่นกันครับ เขาเองก็ชอบหัวหน้างานที่จริงใจ ไม่มีอะไรลับหลังเขา ไม่ว่าจะเป็นการนินทาลูกน้องตัวเองให้หัวหน้างานคนอื่นฟัง การปฏิบัติต่อลูกน้องแบบต่อหน้าอย่างหนึ่ง ลับหลังอย่างหนึ่ง หรือพอลูกน้องทำงานได้ดี ก็ไม่มีคำชม หรือบางทีก็ชมแบบขอไปที ถามท่านที่เป็นหัวหน้าเองก็ได้ครับ ชอบมั้ยครับถ้าเจอหัวหน้างานแบบนี้บ้าง
  • ให้ความเป็นธรรม ปกติถ้าหัวหน้างานมีลูกน้องมากว่า 1 คน สิ่งที่หัวหน้างานจะต้องระวังก็คือ เรื่องของการปฏิบัติตนไม่เป็นธรรม เราเองอาจจะรู้สึกว่าเป็นธรรม แต่ลูกน้องกลับมองว่าไม่เป็นธรรม เรื่องนี้เป็นเรื่องที่กระทบกับความรู้สึกของลูกน้องได้ง่ายมากนะครับ ในการทำตัวของหัวหน้านั้น จะต้องคิดให้ดี ถ้าเราทำแบบนี้กับคนนี้แล้ว ถ้าเกิดกรณีแบบเดียวกันกับคนอื่น เราจะทำแบบนี้หรือไม่ ถ้าคำตอบคือใช่ ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดีและเป็นธรรม แต่ถ้าคำตอบคือ “ถ้าเป็นลูกน้องคนนี้ฉันจะไม่มีทางทำแบบนี้เด็ดขาด” นั่นแสดงว่าท่านเองก็มีการเลือกปฏิบัติต่อลูกน้องตนเองแล้วล่ะครับ
  • รับฟังอย่างเข้าใจ ทักษะเรื่องของการฟังนี้จะว่าง่ายก็ง่าย หรือจะว่ายาก มันก็ยากนะครับ การฟังที่ดีก็คือฟังแล้วต้องไม่สรุปเอาเอง หรือเอาประสบการณ์ของเราเข้าไปตัดสินคนอื่น ต้องฟังอย่างเป็นกลาง และฟังอย่างเข้าใจลูกน้องของตน ว่าทำไมเขาถึงพูดแบบนั้น หัวหน้าส่วนใหญ่ชอบพูดมากกว่าฟังอยู่แล้ว เพราะมองว่าตนเองเป็นหัวหน้าต้องเก่งกว่า ต้องพูดมากกว่า มิฉะนั้นแล้วจะสู้ลูกน้องไม่ได้ แต่ผมว่าฟังให้เยอะไว้จะดีกว่านะครับ เพราะเราจะกลายเป็นหัวหน้าที่เข้าใจลูกน้องได้ดีกว่าหัวหน้าที่พูดอย่างเดียว

ห้าข้อดังกล่าวนั้นเป็นสิ่งที่หัวหน้างานส่วนใหญ่บอกไว้เลยว่า นี่คือเคล็ดลับของการเป็นหัวหน้างานที่ดี จะสังเกตเห็นว่าไม่ต้องไปเรียนเทคนิคอะไรมากมายเลย แค่เพียงเราตั้งใจที่จะเป็นหัวหน้างานที่ดี และทำตามเคล็ดลับที่กล่าวมา โดยส่วนตัวผม ผมถามตัวเองว่าถ้าหัวหน้าเราเป็นแบบ 5 ข้อนี้เราจะรู้สึกอย่างไร คำตอบที่ออกมาโดยไม่ลังเลเลยก็คือ เราจะรู้สึกดีมากๆ ดังนั้นถ้าเราปฏิบัติตนแบบนี้กับลูกน้องของเรา ลูกน้องเราก็ย่อมจะรู้สึกดี และมีกำลังใจในการทำงาน รวมทั้งเกิดแรงจูงใจในการสร้างผลงานให้ดีขึ้นได้อีกมากมายครับ

หัวหน้าบางคนรู้ทฤษฎีในการบริหารคนมากมาย แต่ไม่สามารถอยู่ในใจของลูกน้องได้เลย นั่นก็คือ ไม่เคยนำสิ่งที่รู้มานั้นไปปฏิบัติจริง

About these ads

28 thoughts on “เคล็ดลับการเป็นหัวหน้าที่ดี

  1. คือว่าตอนนี้กำลังมีปัญญาหาเนื่องจากพนักงานคนหนึ่งเป็นคนที่ดื้อเงี่ยบ เวลาสั่งงานก็จะพูดจาดีแต่ว่าจริงๆแล้วพอหันหลังก็จะไม่ทำตามที่บอกเลยนะคะ เจอมาหลายครั้งมากๆๆๆ ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับเค้าดีคะ คือผู้ใหญ่บางท่านก็จะชอบเค้าเพราะเค้าดูเหมือนพูดจาดี แต่ว่าหัวหน้าโดยตรงหรือคนใกล้ชิดจะรู้ว่าเค้าไม่ได้นอบน้อมอย่างที่เค้าแสดงออกนะคะ ไม่รู้จะทำอย่างไรดีคะ

  2. คุณ emmy2m ครับ ผมเชื่อว่าหากหัวหน้าได้ใจลูกน้องแล้ว พวกเค้าพร้อมและเต็มใจที่จะทำงานให้เรา เผลอๆ ทำโดยที่เราไม่ต้องสั่งด้วยครับ ผมมีประสบการณ์คล้ายๆ กับคุณ ลูกน้องผมอายุรุ่นพ่อผมเลยแต่ใช้เวลาสักระยะหนึ่ง ผมปฎิบัติต่อเค้าด้วยดี ไม่ใช้คำสั่งหรืออำนาจที่มี พอเปิดใจเขาได้ ทุกอย่างก็ดีขึ้นครับ เค้าทำมากกว่าที่สั่ง ควรเตือนในสิ่งที่ผมจะพลาดด้วยซ้ำไป จากนั้นมาก็สบายครับ โดยรวมแล้วผมก็ ปฎิบัติต่อผู้ใต้บังคับบัญชาแบบ พี่ แบบ น้อง แบบ ครอบครัว แล้วการทำงานเป็นทีมจึงเกิด
    ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้น่ะครับ

  3. ผมอีกคนครับที่เห็นด้วยกับวิธีการของคุณ Rachan ครับ การที่จะบังคับบัญชาลูกน้องของเราได้ดีนั้น เราต้องให้ความรักแก่ลูกน้องของเราก่อนเลยครับ ให้เกียรติเขา และยอมรับในสิ่งที่เขาเป็น เพื่อให้ได้ใจเขามาก่อน จากนั้นเมื่อได้ใจมาแล้วอะไรๆ มันก็น่าจะดีขึ้นครับ

    อาการดื้อเงียบก็น่าจะหายไปในไม่ช้าครับ

  4. บทความต่างๆ ที่อาจารย์เขียนในทุกหมวด นับเป็นสาระประโยชน์อันทรงคุณค่ายิ่ง อ่าน/เข้าใจได้ง่าย ผมได้ link ให้เพื่อนได้อ่านกันอย่างทั่วหน้า
    ขอขอบพระคุณอาจารย์เป็นอย่างยิ่ง ที่ได้แบ่งปันองค์ความรู้เป็นวิทยาทาน

    • ด้วยความยินดีครับ ถ้ามีอะไรดีกว่า ก็แลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นกันได้นะครับ เราจะได้มีแหล่งความรู้ทางด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ไว้อ้างอิงได้อีกแหล่งครับผม

  5. คำแนะนำของคุณผมใช้มาหมดแล้ว…ใช้ได้เฉพาะบางคน แต่บางคนก็อยู่ที่สันดานจริงๆๆนะครับ ด้วยความเห็นแก่ตัวของเขาและความสบายมาก่อน

    • มันก็มีส่วนจริงนะครับ ที่คูณให้ความเห็นมา แต่สิ่งที่ผมอยากจะย้ำก็คือ ใครจะเป็นอย่างไร ก็เรื่องของเขา แต่ถ้าเราสามารถปรับปรุงตัวเราให้เป็นหัวหน้างานที่ดีได้ มันจะไม่ดีกว่าหรือครับ บางคนอาจจะใช้วิธีนี้ไม่ได้ แต่มันก็คงเป็นส่วนน้อยครับผม

  6. ผมก็เห็นด้วยครับว่ามีส่วนน้อยที่เป็นที่นิสัยฝังรากลึก สำหรับผมในฐานะที่เป็นหัวหน้าก็จะให้โอกาส ให้คำแนะนำให้ถึงที่สุดก่อน เปิดใจคุยปัญหาของเขาและอธิบายให้เข้าใจว่าทุกๆ สังคมต้องมีกฎ ทีมก็ต้องมีกฎ ข้อตกลงและมีเป้าหมาย หากยอมรับไม่ได้ก็คงอยู่ร่วมกันไม่ได้เพราะจะเป็นแบบอย่างให้คนอื่น สุดท้ายทีมจะเสีย ผมยอมเสียน้อยดีกว่ายอมเสียมาก

  7. เป็นหัวหน้าเหมือนกันค่ะ ลูกน้องชอบเถียงค่ะถึงแม้เราจะมีเหตุผลให้เค้าแต่เค้าก้อไม่ชอบฟังค่ะ การพูดจาพุดแบบไม่ให้เกียรติเพื่อนร่วมงานเลยค่ะ ลูกน้องในฝ่ายก้อบ่นกันแต่ไม่กล้าว่าค่ะ ไม่รู้จะทำงัยดีค่ะ อายุห่างกันไม่เยอะค่ะ

    • ลักษณะของลูกน้องที่เขียนมาเล่าให้อ่านนั้น ปกติก็เจอกันในทุกบริษัทครับ โดยทั่วไปหัวหน้างานที่ดี ก็จะเปลี่ยนที่ตัวเองก่อน โดยฟังเขา และปล่อยให้เขาพูดให้จบ จากนั้นก็บอกเขาว่า ให้ฟังเราบ้าง ถ้าเขาไม่ฟัง ก็คงต้องตำหนิกันบ้างครับ โดยปกติแล้วถ้าลูกน้องมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการพูดจา การใช้ถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม หัวหน้างานจะต้องตักเตือนให้เขาทราบว่าสิ่งที่เขาทำนั้นมันไม่ถูกต้อง และไม่เหมาะสำหรับการทำงานร่วมกันเป็นทีม
      ในการเตือน ก็ต้องอ้างอิงถึงเหตุการณ์ที่เขาทำอย่างชัดเจน เพราะคนแบบนี้จะต้องมีหลักฐานชัดมากๆ เพื่อที่จะได้ไม่เปลี่ยนเรื่อง หรือเอาสีข้างเข้าถู ถ้าเป็นไปได้ ให้หยิบเอาคำพูดของเขามาอ้างเลยว่าที่เขาพูดไปนั้นมีคำว่าอะไรบ้างให้ชัดเจน แล้วจึงบอกเขาไปว่าเราอยากให้พัฒนา ไม่ได้ต้องการตำหนิเพื่อที่จะให้สะใจ แต่อยากพัฒนาให้เขาทำงานและเข้ากับผู้อื่นได้ครับ

      สุดท้ายที่สำคัญมากเลยก็คือ ความจริงใจครับ แววตา น้ำเสียง และท่าทางจะต้องแสดงให้เห็นว่าเราจริงใจ ไม่ได้คิดร้ายอะไรกับเขาเลย
      จากนั้นก็รอเวลาครับ คนแบบนี้ต้องใช้เวลาในการเปลี่ยนแปลงครับ หัวหน้าเองก็ต้องอดทนในการปรับพฤติกรรมพนักงาน โดยพยายามมองหาจุดดีของเขาจากนั้นก็ค่อยๆ ปรับจุดอ่อนให้ดีขึ้นครับ

      ก็น่าจะพอช่วยได้ครับ

      ขอบคุณครับ

  8. มีลูกน้องอยู่ 5 คนค่ะ พอเราไปสั่งงานที่่ ก็จะบอกว่า ครับ แต่กว่าจะไปลงมือทำได้ก็ช้าทากค่ะ พอเราว่าก็คล้ายกับว่าสุมหัวเอาเาไปนินทาซะงั้น ทำอย่างไรดีค่ะ

    • ก็น่าเห็นใจนะครับ สิ่งที่จะต้องวิเคราะห์ให้ชัดก็คือ แต่ละคนนั้นมีความแตกต่างกันอย่างไรครับ ส่วนใหญ่ที่ลูกน้องไม่ยอมทำงานนั้นมีหลายสาเหตุนะครับ หลักๆ 3 เรื่องที่จะต้องวิเคราะห์ก็คือ 1. ไม่ทำเพราะไม่รู้ทำอย่างไร ก็คือไม่มีความรู้นั่นเองครับ พอนายสั่งก็ตอบรับ แต่ทำไม่เป็น ก็เลยไม่ทำ และก็ไม่กล้าถามอีกด้วย อันนี้แก้ไม่ยาก ก็คือสอนงานให้เขาทำให้เป็น 2. ไม่ทำเพราะว่าไม่มีใจจะทำแล้ว สาเหตุนี้ก็คือขาดแรงจูงใจในการทำงานครับ ไม่อยากทำ ขี้เกียจ ลูกน้องประเภทนี้บางทีมีความรู้ในงานดีมากเลย แต่ติดที่ว่าขาดแรงจูงใจ วิธีแก้ก็คือสร้างแรงจูงใจ วิธีนี้จะต้องเข้าไปคลุกคลีกับลูกน้องพอควร สร้างความเชื่อใจให้เขา สร้างกำลังใจให้เขา กับอีกแบบก็คือ 3. ไม่รู้ และไม่อยากทำด้วย ถ้าเป็นแบบนี้ก็เรียกได้ว่าแก้ไขยากที่สุดครับ เราจะเรียกกลุ่มนี้ว่า Deadwood เลยครับ วิธีแก้ก็คือ เปลี่ยนลูกน้องครับ หรือถ้ามีเวลามากพอ ก็ต้องค่อยๆ เพิ่มแรงจูงใจก่อน จากนั้นก็ค่อยเติมความรู้ครับ นี่เป็นแค่คำตอบแบบคร่าวๆ นะครับ วิธีที่ถูกก็คือจะต้องวิเคราะห์ลูกน้องทีละคนเลยครับ และที่สำคัญก็คือ หัวหน้าเองจะต้องทำตนให้สามารถสร้างความน่าเชื่อถือได้ ลองอ่านแนวทางในการจูงใจพนักงานที่ผมได้เขียนไว้ก็ได้นะครับ เผื่อจะได้ไอเดียไปใช้บ้างครับ ขอบคุณครับ

  9. อยากทราบความเห็นอื่นล่ะค่ะ ถ้าเราเป็นลูกน้องและมีหัวหน้าที่มีพฤติกรรมไม่ดีเราควรจะทำอย่างไร
    พฤติกรรมหัวหน้าสามารถแก้ไขได้หรือไม่ ในส่วนของการเป็นลูกน้องที่ดีคืออะไร อยากให้เจ้าของบล๊อกลองแจ้งให้ด้วยนะค่ะ การจูงใจให้คนทำงานโดยเกี่ยวกับเรื่องเงินทองมีกี่แบบ รบกวนด้วยค่ะ

  10. แต่ว่าหนูไม่ใช่หัวหน้า พอดีหนูมีหัวหน้าอยู่ 2 คน ซึ่งหัวหน้าแต่ละรอบจะไม่เหมือนกัน บางคนก็เอาเรื่องส่วนตัวของลูกน้องหรือเรื่องในร้านของลูกน้องว่าลูกน้องคนนี้เป็นยังงี้ลุกน้องคนนั้นเป็นยังงั้นเอาไปพูดให้คนอื่นฟัง ส่วนอีกคนก็มีอำนาจมากสุดที่จะตัดสินใจแต่เวลามีปัญหามาก็จะทำนิ่งเฉย หนูเข้าใจว่าการทำงานในหมู่มากมักจะมีปัญหา เช่นปัญหาการนินทากัน ว่าคนนั้นที ว่าคนนี้ที หนูก็ไม่รู้ว่าร้านนี้เขาอยู่กันยังไง คือตอนนี้เขามีปัญหากันซึ่งหัวหน้าแต่ละอบทะเลาะกันเองเนื่องจากลูกน้องอีกคน ซึ่งทำตัวเป็นนกสองหัว เอาเรื่องฝั่งนี้ไปพูดให้คนโน้นฟัง เอาเรื่องฝั่งโน้นมาพูดให้คนนี้ฟัง แล้วพอดีพี่เขาจะย้ายไปอยู่สาขาอื่นแล้ว ซึ่งต้องหาหัวหน้าคนใหม่ พี่ที่มีอำนาจมากสุดเขาจะเอาหนูขึ้นเป็นหัวหน้าหนูไม่รู้ว่าหนูควรจะรับดีมั้ย หนูกลัวสิ่งที่จะเกิดขึ้นมันจะเป็นเหมือนเดิมที่เคยเป็นมา หนูควรแก้ปัญหาตรงนี้ยังไงดี โดยส่วนตัวหนู หนูจะมีนิสัยที่ไม่ค่อยชอบยุ่งกับคนอื่น ไม่ชอบการนินทา หนูเป็นคนเปิดเผย คิดยังไงพูดยังงั้น หนุทำงานในส่วนที่หนูรับผิดชอบแค่นั้นสร็จเลิกงานก็กลับบ้าน หนูควรจะรับตำแหน่งตรงนี้มั้ยค่ะ หรือว่าขออยู่อย่างนี้ดีกว่า ยอมเป็นลูกน้อง ไม่ต้องมารับผิดชอบอะไรมากมาย ใครก็ได้ช่วยให้คำปรึกษาหนูหน่อยค่ะ รบกวนหน่อยนะค่ะ

    • ผมคิดว่า การเป็นหัวหน้างานที่ดีนั้นมันอยู่ที่ตัวเรานะครับ ถ้าเราเจอในสิ่งที่ไม่ดีมาก่อน ผมคิดว่าให้เอาตรงนั้นมาเป็นบทเรียน และเป็นตัวอย่างว่า เราจะต้องไม่เป็นแบบนั้น เพราะการทำพฤติกรรมแบบนั้นมีแต่จะทำให้ลูกน้องไม่ชอบ การที่จะเป็นหัวหน้าที่ดีนั้นจะต้องวางตัวให้ถูกต้อง เรื่องของการนินทาคนอื่นลับหลังนี่เป็นตัวที่ทำให้หัวหน้าดีๆ หลายคนกลายเป็นหัวหน้าที่แย่ในสายตาของลูกน้องไปเลยนะครับ

      การดูแลลูกน้องก็เช่นกัน ถ้าลูกน้องทำตัวเป็นนกสองหัว สิ่งที่เราต้องทำก็คือ คุยกับหัวหน้าอีกคนที่เขาไปคุยด้วยว่าข้อเท็จจริงเป็นประการใด ทำให้พนักงานคนนั้นรู้ไปเลยว่า การทำแบบนั้นไม่ได้ผลสำหรับหัวหนัาแบบเราครับ

      ผมว่าอย่าหยุดอนาคตตัวเองไว้แค่นี้เลยครับ การเป็นหัวหน้าอาจจะยาก แต่ถ้าทำได้แล้ว มันจะเป็นตัวของตัวเองไปตลอดครับ พอถึงจุดนั้นแล้วเราจะรู้สึกว่าเราประสบความสำเร็จขึ้นอีกเยอะเลยครับ

  11. สวัสดีค่ะอาจารย์คือตอนนี้มีเรื่องปรึกษาค่ะ อยากทราบถึงการส่งเมล์เตือนการทำงานในทีม แต่ไม่ใช่ลูกน้องของตัวเองคือเรื่องมีอยู่ว่าดิฉันได้ส่งเมล์. โดยใช้คำว่า

    Subject: แจ้งเตือนครั้งที่ 1 ตามเอกสารใบหัก ณ ที่จ่าย ประจำเดือน มกราคม2555
    เรียน เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

    เนื่องจากใบหัก ณ ที่จ่าย เดือน มกราคม 2555 ตามที่ได้บันทึกในรายการที่ส่งมาด้วยนั้น เอกสารยังไม่ครบค่ะ
    อย่างไรก็ตามรบกวนเจ้าหน้าที่ที่เกียวข้องตามเอกสารดังกล่าว ไม่เกิน 29/02/2012 ค่ะ

    จากเมลย์ดังกล่าว. อาจารย์ค่ะทางดิฉันเองถูกเรียกให้ประชุมกันทั้งแผนกด้วยเนื้อหาที่ถูกกล่าวหาว่าค่อนข้างแรงเพราะว่าหัวหน้าแจ้งว่าเราทำงานเป็นพี่เป็นน้องกันไม่น่าที่จะส่งไปแบบนั้นอีกอย่างคือดิฉันได้เลื่อนขึ้นมาเป็นหัวหัวประมาณ2เดือนแล้วแต่ดูท่าทางดิฉันอาจจะทำให้พี่ๆที่อยู่ในเมล์ไม่พอใจหาว่าเป็นคำสั่งแต่สิ่งที่ดิฉันน้อยใจคือ. การนำทั้งแผนกเข้ามาประชุมและให้ผู้เข้าประชุมวิจารณ์ถึงเนื้อหาในเมล์. โดยให้ตัดสิ้นว่าเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม ในที่ประชุมสรุปว่าไม่เหมาะสม. ดิฉันก็ต้องยอมรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และต้องปรับปรุงตัวเองดิฉันขอปรึกษาว่าแล้วอย่างนี้ดิฉันต้องทำตัวอย่างไรเพราะรู้สึกเสียหน้า. ขอคำปรึกษาค่ะเพราะรู้สึกไม่มั่นใจกับตัวเองว่าสามารถเป็นหัวหน้าได้หรือป่าวขาดความมั่นใจ

    ขอบคุณมากคะ

    • ผมอ่านแล้วก็ไม่เห็นว่าจะมีข้อความตรงไหนที่ไม่เหมาะสมเลยนะครับ เพราะก็เขียนอย่างตรงไปตรงมา แต่เข้าใจว่าคงเป็นที่วัฒนธรรมของบริษัทเองด้วยเหมือนกันครับ
      จริงๆ แล้ว ถ้าเราต้องการจะขอความร่วมมือพนักงานที่ไม่ใช่ลูกน้องของเรา ผมคิดว่า เราน่าจะเขียนไปหาหัวหน้าเขาก่อน ว่าอยากขอความร่วมมือให้พนักงานช่วยทำอะไรให้น่ะครับ
      เขียนเสร็จ ก็โทรตามอีกทีกับหัวหน้างานของเขาก็ได้ครับ เพราะหัวหน้างานบางคนเขาอาจจะมองว่าการกระทำแบบนี้เป็นการข้ามหน้าข้ามตาเขาน่ะครับ

      ผมคิดว่าเรื่องราวนี้ไม่น่าจะทำให้เสียกำลังใจจนไม่อยากเป็นหัวหน้านะครับ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงบททดสอบในระยะเริ่มต้นเท่านั้นครับ ถ้าเราสามารถผ่านมันไปได้
      จะทำให้เราเป็นหัวหน้างานที่แข็งแกร็งมากขึ้นอีกครับผม สู้ๆ นะครับ

  12. หากเราทำทุกข้อแล้วแต่ยังไม่ดีขึ้น จากการที่วิเคราะห์เองโดยธรรมชาติของคนไม่ชอบให้ตำหนิ และยังมีความรับผิดชอบไม่เพียงพอ ไม่ได้ผลประโยชน์ก็ไม่ค่อยพอใจ หรือ อีกอย่างค่อนข้างสำคัญ ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง และไม่คิดที่จะเปลี่ยน มีกลุ่มเพื่อนที่ทัศนคติติดลบ พูดคุยแต่เรื่องไม่มีขององค์กรแต่ก็ยังทำงานอยู่ บอกตรงๆ ว่า เหนื่อย เราเอง ก็ไม่ใช่ พระอิฐ พระ ปูน ก็มีบ้างหากดื้อดึงก็จัดการขั้นเด็ดขาด หรือ บางครั้ง ก็ใจดีบ้างในบางครั้ง ยังคิดอยู่เลยว่า เราเองน่าจะลาออกไปเลยดีไหม เหนื่อยใจ จริง ๆ ค่ะ ^_^

  13. สวัสดีค่ะอาจารย์ พอดีว่าได้ปรับให้เป็นหัวหน้าแทนน้องที่จะลาออกนะค่ะ แต่น้องเขาเหมือนไม่ค่อยอยากจะถ่ายทอดงานให้ มีเวลาสอนงาน 1 เดือนก่อนน้องเขาจะออก ผ่านมาประมาณเกือบ 2 อาทิตย์ก็ยังไม่ยอมสอน แต่ก็ได้บอกน้องไปแล้วว่าช่วงนี้งานยังไม่ยุ่งสามารถเริ่มได้เลย แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น และยังไปชวนน้องๆในทีมออกไปซุบซิบกันตลอดเวลา และมาพูดทำนองว่าจะไม่ยุติธรรมกับน้องๆของเขา เพราะสนิทกับอีกกลุ่มหนึงมากกว่า ซึ่งทั้ง 2 กลุ่มก็ต้องทำงานร่วมกัน รู้สึกอึดอัดมากเลยค่ะ การดูน้องๆ ในทีมต่อไปคงยุ่งยากมาก ไหนจะเรื่องเนื้องานที่ต้องดูแล ซึ่งยังไม่รู้รายละเอียดอะไรมากนัก และยังมีเรื่องของคนในทีมอีก เลยทำให้ไม่มั่นใจเลยค่ะ เลยจะรบกวนขอคำปรึกษาด้วยนะคะ
    ขอบคุณนะคะ

    • ก่อนอื่นก็ต้องขอแสดงความยินดีกับคุณกอบัวนะครับ ที่ได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นมาเป็นหัวหน้า
      การถ่ายทอดงานนั้นมีความสำคัญก็จริงเพราะจะทำให้เราสามารถทำงานต่อจากคนที่ลาออกไปได้ แต่ถ้าเราเคยทำงานในหน่วยงานนั้นมาก่อน และได้รับการเลื่อนตำแหน่งขึ้นมา
      ผมเชื่อว่าอย่างน้อยๆเราก็จะรู้ขั้นตอนรู้วิธีการทำงานอยู่บ้าง ดังนั้นการที่คนเก่าไม่สอน ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรมาก โดยเฉพาะในเรื่องของงาน
      แต่สิ่งที่สำคัญกว่าเรื่องตัวงานก็คือ เรื่องของการบริหารคนในทีมงานมากกว่าครับ ถ้าหัวหน้าสามารถบริหารความขัดแย้งในทีมได้ และสามารถซื้อใจพนักงานทุกคนในทีมได้
      สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาก็คือ งานจะดีขึ้น แล้วคุณกอบัวก็จะสามารถเรียนรู้งานจากลูกน้องของตนเองได้ว่า ระบบงานนั้นทำอะไรอย่างไรบ้าง ซึ่งก็จะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับลูกน้องดีขึ้นไปอีกนะครับ
      ในช่วงนี้ถ้าไม่ได้รับการถ่ายทอด ก็ไม่ต้องคิดมากครับ ศึกษาด้วยตนเองไปก่อน หรือไม่อีกทางที่จะช่วยได้ก็คือ ให้หัวหน้าของเราสอนและแนะนำอีกทีก็ได้ครับ
      จากนั้นก็เน้นไปที่การบริหารคนสักระยะ เพื่อให้พนักงานปรับตัวเข้ากับเราได้สักพัก แต่ก็อย่าทิ้งเรื่องงานนะครับ เรียนรู้ผ่านจากลูกน้องของเราเองก็ได้ ไม่ผิดครับที่จะให้ลูกน้องสอนบ้างในบางเรื่องครับ

      เอาใจช่วยนะครับ ขอบคุณมากครับ

  14. เป็นผู้จัดการโรงน้ำแข็งค่ะ (เป็นลูกน้องเค้าอีกทีคือเจ้าของเค้าจะไปเปิดไว้แล้วให้คนในพื้นที่ดูแลจัดการให้น่ะค่ะ) มีลูกน้อง16คน เดิมทีแรกแฟนดูแลอยู่ก่อน ต่อมายอดเพิ่มขึ้นจึงเข้ามาช่วยกันดูแล ตอนที่แฟนทำอยู่แฟนจะใช้คนงานแบบเกรงใจน่ะค่ะเค้าเคยเป็นลูกจ้างมาก่อน เลยทำงานแบบเอาใจลูกน้อง แบบใช้แล้วก็ให้เงินพิเศษทุกครั้ง หวังว่าลูกน้องจะซึ้งใจเห็นใจช่วยกันทำงาน แต่มันไม่เป็นอย่างนั้นเลยค่ะ พอเวลาใช้ แล้วไม่ให้เงินพิเศษก็ไม่อยากจะทำกัน แถมหยุดก็ไม่บอก หยุดพร้อมกัน ทำให้ดิฉันกับแฟนเหนื่อยกันเลยวันนั้น พอยอดตกก็โดนเจ้าของว่าอีก ลำบากใจจังค่ะไม่รู้จะทำยังไงกัน ดิฉันไม่ค่อยเท่าไรแฟนดิฉันซิค่ะเหนื่อยทั้งกายเหนื่อยทั้งใจ ทั้งๆที่ทำงานอย่างเต็มที่ แทบไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง จะไปไหนก็ไม่สะดวกต้องคอยเฝ้าโรงงานตั้งแต่ทำงานมา3ปีไม่มีวันหยุดอย่างเป็นทางการกับเค้ากันเลยค่ะ แต่ที่ต้องการคืออยากให้ลูกน้องตั้งใจทำงาน แล้วเจ้าของเข้าใจเรา เราจะได้มีกำลังใจทำงานบริหารต่อไป จะทำอย่างไรดีค่ะ จะทำต่อหรือจะลาออกไปขายของเหมือนเดิมดีค่ะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

    • ผมคิดว่าต้องดูลักษณะของลูกน้องเราด้วยนะครับ ถ้าเป็นระดับคนงานอาจจะต้องใช้กฎระเบียบเข้ามาช่วยมากหน่อย และอาจจะต้องแกมบังคับเหมือนกันครับ แต่ถ้าลูกน้องเป็นประเภทมีการศึกษาสูงหน่อย ก็อาจจะบริหารอีกแบบได้ครับ และอีกอย่างก็คือ เวลาบริหารค่าตอบแทนนั้น อย่าพยายามให้เงินเพิ่่มอื่นๆ ถ้างานนั้นไม่ได้มีอะไรพิเศษจริงๆ ก็ให้ใช้เงินเดือนเป็นตัวกำหนดก็พอครับ อาจจะมีค่าล่วงเวลาบ้างก็ตามเวลาที่พนักงานทำงาน แต่ถ้าให้เงินพิเศษ พนักงานกลุ่มนี้จะติดครับ และจะคิดเสมอว่า จะไม่ทำงานถ้าไม่ได้เงินพิเศษ เขาก็จะลืมเงินเดือนที่เราให้ไปเลยครับ

  15. เจอกันบ้างไม๊ที่หัวหน้าทำตัวแย่มาก เป็นถึงซีเนียร์ มาทำงานก็สายแล้วยังกลับก่อนเลิกงานเพื่อไปรับลูก วันๆไม่มีงานให้ทำนั่งท่องเวปเล่นเกมส์ดูซีรีส์ ชุดฟอร์มก็ไม่แต่ง เวลาสั่งงานคนอื่นให้ทำก็สั่งแต่ปากไม่ยอมลงมือทำเลย ซ้ำตัวเองยังเป็นเซลล์ที่ไม่ทำหน้าที่เซลล์ แต่ตัวเองยังถือกฎถ้าพนักกงานคนอื่นไม่ทำตามกฎ กลับก่อนเวลาไม่ใส่ฟอร์ม …สารพัด กลับว่าคนอื่นซะเอง. ยิ่งการเอาเปรียบพนักงานคนอื่นโดยการไม่ทำงานแต่ได้รับเงินเดือนสูงๆๆ เหมือนทำนาบนหลังคนแบบนี้ ….. แบบนี้หัวหน้าจะหลงเหลือความนับถือหรือค่ะ ช่างไม่มองตัวเองซะก่อนเลย..

  16. ขอบคุณมากเลยค่ะ ได้มาอ่านบทความของคุณทำให้รู้ว่าหัวอกคนเป็นลูกน้องที่หัวหน้างานควรมอง (อยากให้เขาได้มาอ่าน) หลายคนหลงกับหัวโขน(หัวหน้า) ตีค่าว่าัตัวเองเก่ง ถูกที่สุด

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s