Coach ที่ดีต้องมีทัศนคติที่ดี

หลายองค์กรในปัจจุบันพยายามที่จะทำเอาระบบ Coaching มาใช้ในการพัฒนาพนักงาน โดยเน้นไปที่การให้หัวหน้างาน ผู้จัดการ เป็นผู้ที่คอยสอนงานและพัฒนาพนักงานของตนเองให้มีฝีมือในการทำงานที่ดีขึ้น และสามารถทำผลงานที่ดีขึ้นได้

องค์กรก็เลยกำหนดคุณสมบัติของผู้จัดการที่จะเป็น Coach ที่ดีขึ้นมา ซึ่งเท่าที่เห็นนั้น คุณสมบัติหลักๆ ก็คือ มีความรู้ความสามารถในการทำงานอย่างเชี่ยวชาญ สามารถที่จะแก้ไขปัญหาในการทำงานที่ยากๆ ได้ เพื่อที่จะได้ถ่ายทอดสิ่งเหล่านี้ให้กับพนักงาน พนักงานจะได้เก่งๆ และมีความเชี่ยวชาญในการทำงานบ้าง

แต่สิ่งที่องค์กรส่วนใหญ่มักจะลืมก็คือ Coach ที่ดีนั้น จะต้องมีพื้นฐานของทัศนคติที่ดีมาเป็นอันดับแรกเลย ผมเห็นคนเก่งหลายคนแล้วที่สอนพนักงานในเรื่องของเทคนิคการทำงาน แต่สอนไปบ่นไป สอนไปก็ดุด่าว่ากล่าวไป สอนไปก็แดกดันกันไปว่า “สอนเท่าไรก็ไม่จำ” หรือ “สอนไปตั้งแยะแต่ทำไมทำได้แค่นี้ สมองมีเท่านี้เองหรือ” ฯลฯ

คำพูดเหล่านี้ไม่ควรจะออกมาจากคนที่เป็น Coach อย่างเด็ดขาด ถ้า Coach มีทัศนคติที่ดี เขาจะเป็นคนที่เข้าใจผู้เรียน รู้ว่า แต่ละคนนั้นมีความเร็วในการเรียนรู้ต่างกัน มีความเข้าใจในเรื่องที่เรียนช้าเร็วไม่เท่ากัน บางคนพูดแค่ครั้งเดียวก็เข้าใจแล้ว แต่บางคนพูดหลายรอบก็ยังงงอยู่ดี ดังนั้น Coach เองจะต้องเข้าใจจุดนี้ และปรับทัศนคติให้สอดคล้องไปกับคนที่เราสอน ทั้งนี้ก็เพื่อให้คนที่เราสอนนั้นเก่งชึ้น และอยากทำงานมากขึ้น ไม่ใช่สอนจบ คนเรียนก็ลาออกกันเป็นขบวน เพราะโดน Coach ด่ากราด

คนที่เป็นครูก็เช่นกัน ก็ต้องมีทัศนคติที่ดี และมีความใจเย็น พร้อมที่จะให้ความรู้แก่นักเรียน ไม่ว่านักเรียนแต่ละคนจะแตกต่างกันสักแค่ไหน ครูก็พยายามที่จะทำความเข้าใจ และสอนไปตามแนวที่เด็กแต่ละคนเข้าใจได้ง่ายๆ

หลานผมเคยมาบ่นให้ฟังว่าครูที่โรงเรียนนั้นชอบด่านักเรียนว่า “ไม่มีสมอง” “สอนไม่รู้จักจำ” ที่ผมทราบก็เพราะเด็กติดคำนี้มาเลยครับ แล้วเอามาพูดกับเพื่อนๆ ข้างบ้านครับ เราได้ยินเข้าก็เลยถามว่า ไปจำคำพูดนี้มาได้อย่างไร เด็กก็ตอบว่า ครูชอบว่าเพื่อนให้ฟัง

เห็นมั้ยครับ ทัศนคติที่ไม่ดีมันถ่ายทอดกันได้อย่างรวดเร็วเลย ถ้าครู หรือ Coach มีทัศนคติที่ไม่ดีแล้ว สิ่งเหล่านี้จะถูกถ่ายทอดออกไปโดยไม่รู้ตัวเอง และจะทำให้พนักงานเป็นแบบที่ Coach เป็น

ในหลายๆ องค์กรที่ต้องการที่จะปลูกฝังเรื่องของวัฒนธรรมการทำงานที่ดีนั้น เราจะต้องใช้ Coach ที่มีทัศนคติที่ดี และมีความเข้าใจในวัฒนธรรมขององค์กรอย่างถ่องแท้ด้วย ไม่ใช่พูดได้แต่ปาก แต่ไม่เคยปฏิบัติเลยสักนิดเดียว แบบนี้พูดไปให้ตาย คนเขาก็ไม่เชื่อครับ

มีเรื่องราวของทัศนคติอยู่เรื่องหนึ่ง ลูกน้องเดินเข้ามาปรึกษาหัวหน้าเรื่องของระบบการทำงานในบริษัท

“พี่ครับ ทำไมระบบการทำงานของบริษัทเรามันแย่มากเลยล่ะครับ ไม่รู้จักพัฒนาสักที” ลูกน้องบ่น

“นั่นน่ะสิ พี่ก็ไม่เคยเห็นว่าที่นี่มีอะไรที่พัฒนาได้ดีสักอย่าง” ลูกพี่สนับสนุน

“แล้วจะทำยังไงดีละครับ งานก็มีปัญหาตลอดสิครับ” ลูกน้องเริ่มอึดอัด

“ก็คงต้องทำใจอย่างเดียวแหละ จะให้ทำยังไงล่ะ ทำๆ ไปเถอะ อย่าบ่นมากนักเลย” ลูกพี่ตัดบทด้วยความรำคาญ

ถ้า Coach มีทัศนคติต่อการทำงานแบบนี้ ผลงานขององค์กรก็คงจะถอยหลังเข้าคลองอย่างแน่นอนครับ

ในทางตรงกันข้าม ลูกพี่ที่มีทัศนคติที่ดีน่าจะพูดว่า

“แม้ว่าระบบงานอาจจะยังไม่ดี ยังมีความลำบากในช่วงแรก แต่เรากำลังอยู่ในช่วงการพัฒนาให้ดีขึ้น น้องเองก็มีฝีมือนี่นา พี่ว่าเรามาช่วยกันพัฒนาให้มันดีขึ้นกันดีกว่า”

แบบนี้พนักงานจะมีความรู้สึกที่ดีต่อการทำงาน และอยากจะทำงานมากกว่าลูกพี่ที่มีทัศนคติที่ไม่ดีแน่นอนครับ

Advertisements

2 คิดบน “Coach ที่ดีต้องมีทัศนคติที่ดี

  1. นอกจาก Coach ให้พนักงานแล้วยังมีการให้กำลังใจพนักงานซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการรักษาพนักงานค่ะ

    ชอบแนวคิดนี้แต่ไม่สามารถเอาลงประชาสัมพันธ์ได้ เพราะจะเป็นการไปสอน Coach ระดับสูงเข้าจะไม่ค่อยงามค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s