นโยบายทำงานที่บ้าน ส่งผลอย่างไรกับพนักงานและองค์กร

ในยุคปัจจุบันของการทำงานเราคงเคยได้ยินคำว่า Work from home กันมาบ้าง ซึ่งก็คือบริษัทให้สิทธิพนักงานสามารถทำงานที่บ้านได้โดยกำหนดเป็นจำนวนวันต่อสัปดาห์ที่สามารถนั่งทำงานที่บ้าน โดยไม่ต้องเดินทางมาที่บริษัท ในต่างประเทศโดยเฉพาะธุรกิจทางด้าน IT ซึ่งบางตำแหน่งงานไม่จำเป็นที่จะต้องมานั่งทำงานในบริษัทเลยก็มี ก็จะมีนโยบายในการให้พนักงานทำงานจากที่บ้านได้

มีงานวิจัยออกมาอีกชิ้นหนึ่งเกี่ยวกับการทำงานจากที่บ้านว่าจะมีผลอย่างไรต่อการทำงานของพนักงานบ้าง ลองมาดูกันนะครับ

  • ไม่เสียเวลาในการเดินทาง จากผลการวิจัยพบว่าพนักงานสามารถเอาเวลาที่ใช้ในการเดินทางประมาณ 1-2 ชั่วโมงมาใช้ในการทำงานที่บ้านได้ ซึ่งทำให้ได้งานมากกว่า
  • ทำให้เกิดผลผลิตในการทำงานมากขึ้นกว่าเดิม 10-20% เมื่อเทียบกับวันที่เดินทางมาทำงานที่บริษัท
  • ตัวพนักงานเองยืนยันว่าวันที่ได้ทำงานจากที่บ้านนั้น ทำให้เขารู้สึกทุ่มเทให้กับงาน และมีสมาธิในการทำงานมากกว่ามาทำงานที่บริษัท และทำให้ทำงานได้ยาวนานกว่านั่งทำงานที่บริษัท
  • 78% ของผู้จัดการเชื่อว่า การให้พนักงานทำงานที่บ้านได้นั้น มีผลทำให้พนักงานรู้สึกถึงการสร้างความสมดุลย์ระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัวได้มากขึ้น และทำให้สามารถรักษาพนักงานให้อยู่ทำงานกับองค์กรได้ดีกว่า
  • พนักงาน 36% ยอมที่จะให้ขึ้นเงินเดือนน้อยหน่อย เพื่อแลกกับการที่ตนเองได้มีโอกาสทำงานที่บ้านได้บ้าง
  • พนักงาน 25% รู้สึกว่าการที่ได้ทำงานที่บ้านนั้นทำให้ความเครียดลดลงไปได้มาก
  • 80% ชอบนโยบายนี้ เพราะเป็นการทำให้ Work-Life Balance ดีขึ้น

แม้ว่าผลการวิจัยจะออกมาค่อนข้างไปในทางดี แต่เรื่องของการทำงานที่บ้านนั้นก็ยังมีข้อจำกัดอยู่เยอะเหมือนกัน ถ้าองค์กรไหนเป็นลักษณะการทำงานแบบโรงงาน เน้นการผลิต ก็คงยากที่จะเอางานไปทำที่บ้านได้ ดังนั้นนโยบายนี้จึงเกิดขึ้นกับธุรกิจบางอย่างเท่านั้น อาทิ ธุรกิจ IT ธุรกิจที่ปรึกษาต่างๆ ธุรกิจที่ซื้อขายกันผ่านทางอินเตอร์เน็ต ฯลฯ ซึ่งงานเหล่านี้เราสามารถที่จะนั่งทำงานที่ไหนก็ได้ อาศัยการเชื่อมโยงจากคอมพิวเตอร์ส่วนตัวเข้ามายังเครือข่ายของบริษัท ก็สามารถทำงานได้แล้วไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม

แต่อย่างไรก็ดี นโยบายนี้ในประเทศไทยเท่าที่ผมสำรวจจากลูกค้าดูนั้น พบว่ายังมีบริษัทน้อยมากที่นำนโยบายนี้มาใช้ เนื่องจากนายจ้างยังไม่เชื่อเรื่องของการมีวินัยในตนเองของพนักงานคนไทยมากนัก เพราะเห็นมาเยอะว่าเมื่อไหร่ที่ปล่อยให้ทำงานแบบสบายๆ ผลงานก็จะไม่ค่อยออกมาให้เห็นมากนัก ต้องอาศัยการควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิดจึงจะได้ผลมากกว่า

ดังนั้นการที่องค์กรจะนำเอานโยบายการทำงานที่บ้านมาใช้จะต้องมีระบบการตรวจสอบผลงานของพนักงานอยู่บ้างว่าเขานั่งทำงานจริงตามที่ได้ตกลงกันไว้ใช่หรือไม่ ไม่ใช่เอาเวลางานไปนอน เดินเที่ยว หรือทำธุระส่วนตัวไปซะหมด เพราะจริงๆ แล้ววันที่ทำงานที่บ้านนั้นไม่ใช่วันหยุด ยังคงเป็นวันทำงานอีกวันหนึ่ง เพียงแต่เปลี่ยนสถานที่ในการทำงานเท่านั้น

แต่ผมเชื่อเลยว่า บางองค์กรถ้านำเอานโยบายนี้มาใช้จริงๆ พนักงานจะมองวันที่ได้ทำงานที่บ้านเป็นวันหยุดอีก 1 วันแน่นอนครับ สภาพการใช้ชีวิตก็จะไม่ต่างกับการใช้ชีวิตในวันหยุด ถ้าเป็นแบบนี้ ผลการวิจัยข้างต้นที่บอกว่าทำงานที่บ้านแล้ว Productivity จะดีขึ้นนั้น ก็เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยครับ

ถ้าจะนำนโยบายนี้มาใช้จริงๆ ก็คงต้องดูวัฒนธรรมขององค์กร และพฤติกรรมของพนักงานของเราประกอบด้วยนะครับ มิฉะนั้น บริษัทจะเสียเวลา 1 วันให้กับพนักงาน โดยกลายเป็นการเพิ่มวันหยุดให้พนักงานไปโดยปริยายครับ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s