ประเด็นเรื่องค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศ ที่ต้องระวัง

หลังจากที่ครม.ไฟเขียวประกาศให้มีผลบังคับใช้เรื่องของค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศ ก็เริ่มมีคำถามเข้ามาทางอีเมล์ และทางหน้า Blog เกี่ยวกับเรื่องของค่าจ้างขั้นต่ำมากมายเลยทีเดียวครับ ไม่ว่าเรื่องของจำนวนวันต่อเดือนว่าจะใช้ 30 หรือ ใช้ 26 หรือใช้ตัวเลขตัวอื่นได้หรือไม่ หรือไม่ก็เป็นคำถามเกี่ยวกับว่าการปรับนั้นเอาเงินได้อื่นที่พนักงานได้อยู่แล้วเอาเข้ามารวม พอคำนวณรวมแล้วได้เกินกว่า 300 บาทต่อวัน ก็แปลว่าไม่ต้องปรับค่าจ้างแล้วใช่หรือไม่ หรือแม้กระทั่งคำถามที่ว่า ถ้าปรับเฉพาะคนที่ต่ำกว่า 300 บาท ให้ไปที่ 300 แล้วนอกนั้นไม่ปรับได้หรือไม่ ฯลฯ คำตอบของคำถามเหล่านี้ผมได้เคยเขียนไว้บ้างในปีที่ผ่านมา วันนี้จะเอามาเล่ากันใหม่ เพื่อให้ท่านที่จะทำการปรับค่าจ้างขั้นต่ำในปี 2556 ได้รับทราบกันอีกครั้งนะครับ

  • พนักงานรายเดือนที่เคยคูณด้วย 30 วัน หลังปรับแล้วจะคูณด้วย 26 วันได้หรือไม่ ประเด็นนี้บอกได้อย่างมั่นใจเลยว่า ไม่ได้ครับ ถ้าพนักงานที่เราจ้างมีเงื่อนไขว่าเป็นพนักงานรายเดือน ได้รับเงินเดือนแล้ว แปลว่า เราจะต้องใช้ 30 วันเป็นตัวคูณเพื่อให้เป็นรายเดือน นั่นแสดงว่า ถ้าอยู่ใน 7 จังหวัดอัตราเงินเดือนขั้นต่ำก็คือ 9,000 บาทครับ ต่ำกว่านี้ไม่ได้ถ้าเป็นรายเดือนครับ ถือว่าผิดกฎหมายครับ
  • ปรับสภาพการจ้างพนักงานรายเดือนเป็นรายวันได้หรือไม่ ประเด็นนี้เกิดจากประเด็นแรกที่กล่าวไป ก็คือ นายจ้างอยากจะจ่ายเงินเดือนให้น้อยกว่า 9,000 บาทนั่นเองครับ ก็เลยมีการปรับสภาพการจ้างของพนักงานรายเดือนให้กลายเป็นรายวัน เพื่อที่จะคูณจำนวนวันที่ทำงานเท่านั้น เช่น ถ้าทำงาน 26 วันในเดือนนั้นก็จะได้คูณด้วย 26 วันก็พอ จริงๆ แล้วประเด็นนี้ก็ผิดกฎหมายอีกเช่นกัน ทั้งนี้เนื่องจากกฎหมายแรงงานนั้นถือเป็นกฎหมายมหาชน ซึ่งจะขัดหรือแย้งกับกฎหมายนี้ไม่ได้เลย อีกทั้งถ้าพนักงานได้อะไรที่น้อยลงกว่าเดิมที่เคยได้ ก็ถือว่าผิดอีกเช่นกัน ดังนั้นการที่บริษัทต้องการปรับสภาพการจ้างจากรายเดือนเป็นรายวันนั้น เป็นการเปลี่ยนสภาพการจ้างด้วย และยังทำให้พนักงานได้ผลประโยชน์น้อยลงด้วย ก็ถือว่าไม่ได้ครับ
  • กฎหมายแรงงานมาตราใดที่บอกว่า 1 เดือนต้องใช้ 30 วัน ประเด็น นี้หลายคนหาไม่เจอนะครับว่าในกฎหมายแรงงานมีกำหนดเรื่องวันทำงานต่อเดือนไว้ ด้วยจริงหรือ จริงๆ แล้วในกฎหมายไม่ได้เขียนตรงๆ แต่ในหมวดที่ 5 เรื่องการคำนวณค่าล่วงเวลา มาตรา 68 เขียนไว้ว่า “เพื่อประโยชน์แก่การ คำนวณค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด ในกรณีที่ลูกจ้างได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือน อัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงใน วันทำงานหมายถึงค่าจ้างรายเดือนหารด้วยผลคูณของสามสิบ และจำนวนชั่วโมงทำงานในวันทำงานต่อวันโดยเฉลี่ย”  เขียนไว้แบบนี้แสดงว่าต้องใช้ 30 เป็นตัวคูณและตัวหารแน่นอนสำหรับพนักงานรายเดือน จะเลี่ยงไม่ได้ครับ
  • เอาเงินได้อื่นมาคำนวณรวมเป็นฐานเงินเดือนได้หรือไม่ ประเด็น นี้ถ้าว่าตามกฎหมายจริงๆ เขาเขียนไว้ชัดเจนมากกว่าเป็นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ คำว่าค่าจ้างก็คือ ไม่ได้รวมเอาค่าอื่นๆ เข้ามาด้วย จะต้องเป็นค่าจ้างที่เป็น Basic ขั้นต่ำสุด ซึ่งก็คือ 300 บาทนั้นจะต้องถือเป็นค่าจ้างขั้นต่ำสุดที่จะต้องได้ ดังนั้นการที่บางบริษัทจ่ายค่าจ้างให้ 250 และมีค่าครองชีพอีก 50 บาท ถามว่าจะเอา 50 บาทมารวมให้เป็นฐานใหม่เพื่อให้กลายเป็น 300 จะได้ไม่ต้องปรับให้กับพนักงานคนนี้ได้หรือไม่ คำตอบที่ถูกต้องตามหลักกฎหมายก็คือไม่ได้ครับ เท่ากับว่าเราจะต้องปรับค่าจ้างจากเดิม 250 ให้เป็น 300 แล้วก็ยังคงต้องให้ค่าครองชีพอีก 50 บาทต่างหากนั่นเอง จริงๆ ในประเด็นนี้ถ้าจะทำกันจริงๆ เพื่อไม่ให้ผิดกฎหมายจะต้องทำก่อนล่วงหน้านานหน่อย เช่น ใช้เหตุผลในการรวมเอาค่าครองชีพเข้าไปในค่าจ้างมูลฐานเพื่อจะได้ให้ฐานค่า จ้างของพนักงานสูงขึ้น การขึ้นเงินเดือน และการได้โบนัสก็สูงขึ้นซึ่งการปรับตรงนี้ถือเป็นคุณต่อลูกจ้างก็ไม่ขัดกับ กฎหมาย ปรับตรงนี้ไปก่อนสัก 1 ปี จากนั้นปีนี้ก็ค่อยปรับผลกระทบ 300 บาท ก็จะทำให้บริษัทปรับน้อยลงกว่าเดิมได้ แต่ก็คงไม่มีใครคาดการณ์ได้ไกลขนาดนั้นมั้งครับ แต่ถ้าเรามาปรับรวมค่าจ้างอื่นเข้าไปในเดือนนี้เลย เท่ากับว่าเรากำลังต้องการเลี่ยงการปรับไม่ให้มากเกินไป ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อลูกจ้าง เท่ากับว่าผิดกฎหมายนั่นเองครับ

ผมคิดว่าไหนๆ กฎหมายก็กำหนดออกมาแล้ว สิ่งที่นายจ้างจะต้องทำก็คือ ทำให้ถูกต้องตามกฎหมายที่กำหนดไว้น่าจะดีกว่า เพื่อไม่ให้เกิดปัญหากรณีพิพาทแรงงานในอนาคต จากนั้นจึงค่อยมาพัฒนาวิธีการบริหารงาน บริหารคนใหม่ โดยเน้นไปที่การสร้างและพัฒนาคนให้สร้างผลงานได้มากขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้คุ้มค่ากับค่าจ้างที่ให้ไปจะดีกว่าการไปหาทางเลี่ยงกฎหมายด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อที่จะให้ระยะสั้นเราจ่ายน้อย แต่ระยะยาวกลับต้องมาแก้ไขปัญหาแรงงานอย่างไม่รู้จบ

ลองดูว่าอย่างไหนจะคุ้มกว่ากันครับ

4 คิดบน “ประเด็นเรื่องค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศ ที่ต้องระวัง

  1. ก็เห็นด้วยนะคะถ้าจะต้องปรับค่าจ้างขั้นต่ำให้มากว่าเดิมเพราะค่าครองชืพก็สูงขึ้นเช่นกัน แต่หากว่านายจ้างจะต้องจ้างลูกจ้างในเงินเดือนที่สูง บวกกับเงินที่ได้รับนอกจากนั้นอีก เช่น เงินค่าบริการ (เซอร์วิสชาร์จ)และค่าบ้าน ค่าอาหาร รวมแล้วมากกว่า9000 ก็ถือว่าอยู่ในเกณท์ดีนะ เพราะหากนายจ้างต้องจ่ายเยอะกว่าเดิมแล้วธุระกิจแย่ลงเพราะค่าครองชืพที่นายจ้างได้รับก็สูงพอกัน อย่างงี้ก็แย่ไปตามๆกัน หากนายจ้างอยู่ได้ ไม่เอาเปรียบลูกจ้างจนเกินไปก็ถือว่า ได้เหมือนกันนะ

  2. ถ้าให้ลูกจ้างเรียกร้องเองก็มีปัญหาเสี่ยงต่อการต้องตกงานจึงไม่มีใครกล้าเรียกร้องถ้าจะให้ดีน่าจะมีหนังสือแจ้งทุกสถานประกอบการเน้นเรื่องหลักเกณการจ่ายเงินขั้นต่ำโดยระบุไปเลยดีกว่าว่าสำหรับรายเดือนคือ9,000บาทไม่ใช่เอา300/26ได้7,800จ่าย8,000ดีกว่าน่ะ

    • ผมเองไม่ใช่คนที่มีอำนาจไปตรวจสอบน่ะครับ ต้องขออภัยด้วยนะครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s