ทำไมองค์กรเราถึงเป็นโรงเรียนให้องค์กรอื่น

ผมเชื่อว่าท่านผู้อ่านน่าจะเคยได้ยิน หรืออาจจะเคยบ่นเองเลยว่า “องค์กรเราเป็นโรงเรียนให้กับองค์กรอื่น รับพนักงานมา ฝึกจนทำงานเป็นแล้ว ก็ถูกองค์กรอื่นมาเอาไป” เคยหาสาเหตุหรือไม่ครับว่าทำไม บริษัทเราถึงมีแนวโน้มว่าจะเป็นโรงเรียนในการฝึกคนให้บริษัทอื่น

จริงๆ แล้ว การที่พนักงานออกไปทำงานที่อื่นนั้น เป็นเรื่องปกตินะครับ เพราะคงไม่มีพนักงานคนไหนที่จะอยู่ทำงานในองค์กรเดียวไปตลอดชีวิต ดังนั้นถ้าอัตราการลาออกของบริษัทเราอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่สูงเกินไปเมื่อเทียบกับอัตราการลาออกมาตรฐานของอุตสาหกรรม นั่นก็ไม่น่าจะถูกพิจารณาว่า องค์กรเราเป็นโรงเรียนให้ที่อื่น

แต่ในทางตรงกันข้าม มีบางองค์กรที่พนักงานในระดับที่พอเริ่มรู้งาน ทำงานได้จริงแล้ว ก็ตัดสินใจลาออกไปทำงานที่อื่นบ้าง หรือถูกชิงตัวไปบ้าง ฯลฯ ถ้าเราสังเกตจะเห็นชัดมาก ว่าฝึกคนได้แล้ว ก็ไปทุกที ถ้าเกิดลักษณะนี้ขึ้นจริงๆ เราคงต้องมาหาสาเหตุกันแล้วล่ะครับว่า เกิดอะไรขึ้นกับองค์กรของเรากันแน่ เพราะถ้าเราไม่แก้ไข เราก็คงต้องเสียพนักงานที่เราลงทุกฝึกสอนมาให้กับองค์กรอื่นไปตลอด ลองมาดูสาเหตุกันนะครับว่าเพราะอะไรกันบ้าง

  • ค่าจ้างเงินเดือน สาเหตุด้านค่าจ้างเงินเดือนเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้พนักงานตัดสินใจลาออกไปอยู่ที่อื่น หลังจากที่รู้ตัวเองว่า ตนเองมีความรู้และทักษะที่เพิ่มขึ้นและเป็นที่ต้องการตัวขององค์กรอื่น ที่ลาออกไปอยู่ที่อื่นก็เพราะองค์กรไม่มีระบบการให้รางวัลตอบแทนเรื่องทักษะการทำงานของพนักงานที่ดีพอ เลยทำให้พนักงานกลุ่มนี้มีทางเลือกที่จะไปมากขึ้น แทนที่จะคิดอยู่ทำงานกับบริษัทต่อไป
  • ขาดเส้นทางความก้าวหน้าสายอาชีพ สาเหตุที่สองก็คือ พอมีความรู้และทักษะมากขึ้นแล้ว แต่องค์กรกลับไม่มีเส้นทางสายอาชีพให้พนักงานเห็นว่าจะสามารถเติบโตไปไหนต่อได้บ้างในองค์กร และจะโตอย่างไร เมื่อพนักงานมองไม่เห็นอนาคตของตนเองในองค์กร เขาก็ต้องไปโตที่อื่นอย่างแน่นอน
  • ไม่ได้รับการยอมรับจากคนในองค์กรเอง สาเหตุที่เราต้องเป็นโรงเรียนให้กับที่อื่นอีกข้อหนึ่งก็คือ เมื่อพนักงานเก่งแล้ว มีฝีมือแล้ว เรากลับไม่บริหารพนักงานให้ดี ปล่อยปละละเลย ไม่มีการดูแล เพราะคิดว่า เราทุ่มเทพัฒนาเขาแล้ว พนักงานก็น่าจะรู้ตัวว่าเขามีความสำคัญต่อองค์กร แต่จริงๆแล้ว เราคิดผิดครับ การที่ไม่มีใครบอกเขา หรือให้ความสำคัญกับเขา พนักงานก็จะคิดว่า องค์กรไม่ให้ความสำคัญเลย เพราะไม่เคยบอก ไม่เคยทำให้รู้สึกว่าตนเองสำคัญ ก็คือ ไม่บอกไม่อะไรเลย ก็แปลว่าไม่สำคัญ ดังนั้นไปที่อื่นที่เขาให้ความสำคัญกับเราดีกว่า
  • ถูกซื้อตัว ข้อนี้น่าจะเป็นอีกสาเหตุยอดนิยม ก็คือ พนักงานที่ถูกฝึกมาแล้ว ถูกองค์กรอื่นเข้ามาซื้อตัวไปเลย ด้วยค่าจ้างที่สูงกว่าเดิมอย่างน้อยสองเท่า กรณีแบบนี้ เราคงแก้ไขได้ยากครับ เพราะเรื่องการซื้อตัวนั้น ถ้าองค์กรอื่นอยากซื้อจริงๆ เขาก็จะมีการตั้งงบประมาณในส่วนนี้ไว้พร้อมเสมอสำหรับการจะซื้อตัวใครก็ตาม ดังนั้นสิ่งที่องค์กรเราควรจะดำเนินการก็คือ สร้างระบบบริหารค่าจ้างเงินเดือนให้อยู่ในระดับที่แข่งขันได้กับตลาดเสมอ และพยายามสร้างระบบการให้ความสำคัญกับพนักงานที่มีผลงานที่ดี สร้างบรรยากาศในการทำงานที่ดี สิ่งเหล่านี้ จะช่วยให้พนักงานเกิดความลังเลได้ว่าจะไปดี หรือไม่ไปดี เพราะถ้าขาดองค์ประกอบอื่นๆ ที่นอกเหนือจากเงินเดือนค่าจ้างแล้ว พนักงานจะตัดสินใจง่ายมากครับว่า ไปแน่นอน

นี่คือสาเหตุหลักๆ ที่องค์กรเรามักจะกลายเป็นโรงเรียนให้ที่อื่น ดังนั้น ถ้าจะแก้ไขเรื่องนี้ ก็ต้องไปแก้ตามสาเหตุข้างต้น ก็คือ ต้องมีการปรับปรุงระบบการบริหารเงินเดือนค่าจ้างให้แข่งขันได้ มีการทำระบบการตอบแทนตามผลงานพนักงาน มีระบบการเติบโตและก้าวหน้าทางสายอาชีพ รวมทั้งสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน ทั้งในด้านความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมงานเอง และกับหัวหน้างานในระดับต่างๆ

ดูๆ ไปแล้วก็เหมือนกับการสร้างความผูกพันของพนักงานให้เกิดขึ้นในองค์กรนั่นเองครับ เพราะถ้าพนักงานรู้สึกผูกพันกับองค์กรจริงๆ แล้ว แน่นอนครับว่า เขาจะตัดสินใจไม่ไปแน่นอน หรือถ้าพอจะรู้สึกผูกพันกับองค์กรอยู่บ้าง ก็อาจจะเกิดความลังเลว่าจะไปดีหรือไม่ไปดี ซึ่งก็สามารถชะลอการตัดสินใจของพนักงานไปได้

แล้วองค์กรเราก็จะได้ไม่ต้องเป็นโรงเรียนให้กับองค์กรอื่นๆ อีกต่อไปครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s