หัวหน้าทำงานของลูกน้อง แล้วลูกน้องจะทำงานของใคร

เวลาที่ต้องไปวางระบบด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลให้กับบริษัทต่างๆ นั้น ผมจะต้องมีการเก็บรวบรวมข้อมูลตำแหน่งงานของหน่วยงานต่างๆ ซึ่งสิ่งที่มักจะได้ยินได้ฟัง และประสบกับตัวเองมาค่อนข้างเยอะก็คือ งานของหัวหน้า กับงานของลูกน้องที่ขึ้นตรงนั้น แทบจะไม่มีความแตกต่างกันเลย บางคน copy หน้าที่และความรับผิดชอบงกันมาเลยก็มี สิ่งที่สงสัยก็คือ ทำไมหัวหน้ากับลูกน้องทำงานไม่แตกต่างกันเลย

วิเคราะห์ไปวิเคราะห์มา ก็พบกว่า จริงๆ แล้วตำแหน่งหัวหน้างาน หรือบางครั้งก็เป็นถึงตำแหน่งผู้จัดการก็มี ตำแหน่งเหล่านี้ กลับทำงานของลูกน้องมากกว่าทำงานในหน้าที่การเป็นหัวหน้า หรือผู้จัดการที่แท้จริง ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

  • ไม่รู้บทบาทของการเป็นหัวหน้า สาเหตุแรกที่มักจะพบเจอก็คือ คนที่ได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นมาเป็นหัวหน้า หรือผู้จัดการนั้น มักเป็นพนักงานที่มีผลงานที่ดี พอได้ขึ้นมาเป็นหัวหน้า ก็ยังคงคิดว่า งานที่ทำอยู่นั้นจะต้องติดตามขึ้นมาด้วย ก็เลยไม่ยอมมอบหมายงานให้กับลูกน้องของตน อีกทั้งไม่มีการเตรียมการพนักงานกลุ่มนี้ล่วงหน้า ว่าการที่จะเป็นหัวหน้า หรือผู้จัดการนั้นจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงบทบาทและหน้าที่อย่างไรบ้าง ก็เลยเอางานทุกอย่างของลูกน้องมาทำ
  • หวงงานที่เคยทำ บางคนยังคงหวงงานเดิมที่ตนเองเคยทำอยู่ ก็เลยไม่ยอมมอบหมายงานนั้นให้กับลูกน้องที่ต้องทำ กลับดึงเอางานที่ตนเองเคยทำทั้งหมดมาทำต่อ
  • ไม่ไว้ใจลูกน้อง อีกสาเหตุที่หัวหน้ายังคงทำงานของตนเอง และยิ่งไปกว่านั้นยังเอางานของลูกน้องมาทำเองด้วย ก็คือ หัวหน้าไม่มีความไว้วางใจในฝีมือของลูกน้องของตนเองเลย กลัวว่างานที่ทำจะออกมาไม่ดี ไม่สมบูรณ์ ก็เลยเอางานลูกน้องมาทำเองซะหมด
  • ลูกน้องไม่เก่งและทำงานไม่เป็น สาเหตุนี้ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง เพราะลูกน้องของตนเองทำงานไม่เป็น อีกทั้งไม่เคยสอนให้ลูกน้องทำงานให้เป็น สุดท้ายผลงานต้องออก ก็เลยต้องเอางานทั้งหมดมาทำเอง
  • อยากได้ผลงาน สาเหตุนี้ก็คือ ตัวหัวหน้างานเองกลัวว่าลูกน้องจะทำผลงานออกมาได้ดีเกินหน้าเกินตาตนเอง ก็เลยไม่ปล่อย และไม่มอบหมายงานให้ลูกน้องทำ

สาเหตุทั้ง 5 ประการข้างต้น เป็นสาเหตุที่เจอกันแทบจะทุกบริษัท จริงๆ แล้วอาจจะเป็นทั้งที่ตัวหัวหน้าเอง ที่ไม่รู้ว่าจะต้องมอบหมายงานอย่างไรดี หรือาจจะเกิดจากความตั้งใจที่จะไม่มอบหมายงานจริงๆ เพราะความกลัวไปต่างๆ นานา

แต่ผลที่เกิดขึ้นนั้น มีผลกระทบที่ค่อนข้างแรงมากกับผลงานของหน่วยงานและขององค์กร การที่ลูกพี่เอางานของลูกน้องมาทำเองทั้งหมด ก็เป็นสัญญานบอกกับลูกน้องว่าเขาไม่ต้องทำอะไรก็ได้ งานทุกอย่างเป็นของหัวหน้าทั้งหมด ซึ่งก็การส่งสัญญานที่ผิดมากเลยครับ ทำแบบนี้ไปสักพัก ลูกน้องก็จะได้ใจ และเข้าใจว่า งานของเขานั้นก็คือแค่นี้เท่านั้น เมื่อไหร่ที่มีการมอบหมายงานมากขึ้น คราวนี้ลูกน้องเองก็จะเริ่มไม่พอใจ และคิดไปว่า หัวหน้าไม่ยอมทำงานเอง เอะอะก็โยนงานมาให้ลูกน้อง

ถ้าลูกพี่ทำงานเองซะทั้งหมด แล้วจะจ้างพนักงานมาทำอะไรล่ะครับ

3 คิดบน “หัวหน้าทำงานของลูกน้อง แล้วลูกน้องจะทำงานของใคร

    • เปลี่ยนลูกน้องใหม่สิครับ ถ้าทำงานไม่ได้จริงๆ จะจ้างไว้ ก็กระไรอยู่นะครับ
      เพียงแต่พอพูดถึงเรื่องแบบนี้ทีไม คนไทยก็มักจะใจดี และปล่อยให้พนักงานที่ทำงานไม่ได้อยู่ต่อไปเรื่อยๆ
      และหัวหน้าก็เอางานมาทำเอง จากนั้นพนักงานที่เก่งๆ เห็นเข้าแบบนี้ ก็อยู่ไม่ได้ ไปเก่งที่อื่นดีกว่า
      องค์กรก็เลยเหลือพนักงานที่ทำอะไรไม่เป็น สอนอะไรไม่จำ และหัวหน้าที่ต้องทำงานทุกอย่างเอง
      ผมคิดว่าเราต้องตัดใจเหมือนกันครับ ธุรกิจก็คือ ธุรกิจ ผลงานก็คือผลงาน ความสัมพันธ์ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
      ผมเขียนแบบนี้เดี๋ยวก็จะมีข้ออ้างใหม่ๆ เข้ามาอีกอยู่ดีครับ 555

  1. ผมเชื่อคำว่า หนึ่งงาน พันวิธีสอน ทำได้ ลูกจ้างที่คัดเลือกมาแล้ว มีโอกาสได้รับการพัฒนา อยากให้จริงจังกับการสร้างคนมากขึ้นครับ ปัจฉิมบท คงใช้การสั่งงานและคุมงานนะครับ คงไม่ใช่ไปทำงานเอง มองเค้ามองเรา พัฒนาลูกน้อง ก็ต้องพัฒนาตนเองเช่นกัน และถ้าเหลือขอกันจริงๆ การปลดออก ก็ต้องทำตามระเบียบขั้นตอนนะครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s