ผู้นำ กับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

ธุรกิจกับการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องที่แยกจากกันไม่ได้ ผู้นำกับการเปลี่ยนแปลงก็ไม่สามารถแยกออกจากกันได้เช่นกัน ผู้นำที่ดีจะต้องมองเห็นและ เล็งเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น และพร้อมที่จะรับเอาการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว มาปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงธุรกิจของตนเองให้แข่งขันได้ และอยู่รอดได้อย่างยั่งยืน

ที่เกริ่นนำแบบนี้ ก็เนื่องจากผมได้อ่านวารสาร Harvard Business Review ของเดือนมีนาคม 2013 มีบทความอยู่บทความหนึ่งที่น่าสนใจมาก ชื่อบทความนี้ก็คือ “Encyclopedia Britannica’s President on killing off a 244-Years-Old Product. ซึ่งตัวคนที่เป็นประธานบริษัทได้ลงมือเขียนบทความนี้ด้วยตนเอง ท่านมีชื่อว่า Jorge Cauz

บทความนี้ได้กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ Encyclopedia Britannica ที่ได้ตัดสินใจเลิกการพิมพ์เป็นรูปเล่มหนาๆ หลายๆ เล่ม และเปลี่ยนเป็นการใช้สื่อแบบ digital เข้ามาแทนที่การทำ Encyclopedia Britannica ทั้งหมด

พิจารณาจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ หลายท่านอาจจะรู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ลองคิดดูสิครับ ความสำเร็จที่ผ่านมาถึง 244 ปี ที่ทำออกมาเป็นรูปเล่มตลอดเวลา แล้วจะต้องตัดสินใจเลิกธุรกิจการพิมพ์เป็นรูปเล่มที่ทำมาอย่างยาวนานนั้น เป็นการตัดสินใจที่ยาก และกล้าหาญอย่างมากทีเดียว

ผมเองยังจำได้อยู่เลยว่า สมัยเด็กๆ ที่บ้านผมก็มี Encyclopedia Britannica อยู่ 1 ชุดใหญ่ ที่คุณพ่อซื้อและวางไว้ในตู้หนังสือ พวกเราเด็กๆ ก็หยิบมาดูกันประจำ เพราะมันดูขลังดี มีรูปภาพให้ดูมากมาย แม้ว่าจะอ่านภาษาอังกฤษไม่ออกเลยสักตัว แต่เราก็สนุกไปกับการดูรูปภาพที่สวยงาม ของสิ่งต่างๆ ในหนังสือ

คนที่เป็นผู้นำคนนี้ผมเชื่อว่าเขาคงคิดอยู่นาน ว่าจะเลิกหรือไม่เลิกดี ผู้นำบางคนอาจจะมองว่า ก็ทำทั้งสองแบบไปเลย ลูกค้าคนไหนชอบแบบไหน ก็เลือกซื้อแบบนั้นไปก็ได้ แต่สิ่งที่ประธานบริษัทมองก็คือ โลกเรากำลังเปลี่ยนแปลงไปมากมาย ปัจจุบันนี้ห้องสมุดก็ไม่ค่อยมีคนเข้า การแบกหนังสือเล่มหนาๆ ก็ไม่ค่อยมีคนทำแล้ว ทุกคนมีเครื่องมือที่เข้าถึงโลกได้ทุกที่ทุกเวลา ซึ่งก็คือ Smart Phone และ Tablet ทั้งหลายที่กำลังเป็นที่นิยม และทำท่าว่าจะไปได้อีกไกลมาก โลก online ก็เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันมากขึ้นๆ ทุกวัน

ด้วยเหตุผลดังกล่าวก็เลยทำให้ประธานของ Encyclopedia Britannica ตัดสินใจหยุดการจัดพิมพ์เป็นรูปเล่ม และเปลี่ยน Business Model ใหม่ทั้งหมด ซึ่งถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ของบริษัทเลยทีเดียว

ผมว่าเรื่องนี้เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจอีกเรื่องหนึ่ง ไม่แพ้ apple Google หรือ Facebook เลยครับ อ่านจากบทความนี้แล้ว ก็พบสัจธรรมว่า ผู้นำองค์กรนั้นเป็นคนนำพาธุรกิจไปสู่ความสำเร็จ หรือไม่สำเร็จก็ได้ และยังสามารถวิเคราะห์คุณลักษณะของผู้นำในยุค Digital ว่าต้องมีอะไรบ้าง ดังต่อไปนี้ครับ

  • มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน สามารถมองเห็นภาพอนาคต และทำนายอนาคตจากข้อมูลและสภาพความเป็นจริงในปัจจุบันได้อย่างแม่นยำ
  • กล้าตัดสินใจ ผู้นำที่ดีนอกจากมีวิสัยทัศน์ที่ดีแล้ว จะต้องกล้าตัดสินใจทำ หรือไม่ทำบางอย่าง เพื่อนำพาองค์กรไปสู่วิสัยทัศน์นั้นให้ได้
  • ไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง ผู้นำองค์กรในระดับโลกหลายๆ แห่ง ล้วนแต่ไม่กลัวการเปลี่ยนแปลงเลย มีแต่จะเอาการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นมาใช้เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจของตนเองให้มากที่สุด รวมทั้งพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างถอนรากถอนโคนเลย ถ้าจำเป็นต้องเปลี่ยนจริงๆ ผิดกับผู้นำที่ไม่แท้จริง ที่เข้ามาบริหารองค์กรแล้วพยายามรักษาองค์กรให้อยู่ในสภาพเดิมๆ ทั้งๆ ที่โลกมันก็เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา
  • ตั้งเป้าแล้วลงมือทำเลย ผู้นำองค์กรในระดับนี้พอตั้งเป้าหมายและทิศทางได้แล้ว ก็จะลงมือลุย และทำงานอย่างจริงจังเพื่อทำให้เป้าหมายที่วางไว้สำเร็จขึ้นมาให้ได้ รวมทั้งไม่โอนอ่อนตามเสียง หรือข้อวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ จากคนภายนอกที่มองเข้ามา นี่คือการรักษาจุดยืนของตัวเองไว้อย่างเหนียวแน่น ที่ต้องทำแบบนี้ก็เพื่อที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นกับพนักงานในองค์กรนั่นเอง เพราะถ้าหัวยังเอาแน่ไม่ได้ พนักงานก็คงไม่รู้จะไปเชื่อถือใครแล้ว

ผมชอบแนวคิดของประธานบริษัทคนนี้ ที่พูดว่า แม้จะมีลูกค้าหลายหลายที่อยากให้เรากลับมาพิมพ์เป็นเล่มเหมือนเดิม หรือมีบางคนก็บอกว่าทำเป็น Limited Edition สุดท้ายขายเพื่อเป็นของสะสมไปเลย แต่ประธานคนนี้บอกว่า “ผมจะไม่เปลี่ยนกลับไปแบบเดิมอีกแล้ว เราจะไม่ยึดติดกับความสำเร็จในอดีต จนทำให้เราไม่สามารถก้าวต่อไปในอนาคตได้ ผมได้ตัดสินใจแล้ว และจะเดินหน้าทำ Encyclopedia Britannica ให้เหมาะกับยุคสมัยต่อไปเรื่อยๆ โดยจะไม่ยึดติดกับความสำเร็จเดิมๆ ของบริษัท”

ช่างเป็นการตัดสินใจที่กล้าหาญเด็ดเดี่ยวมากครับ

5 คิดบน “ผู้นำ กับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

  1. * มีข้อสังเกตเล็กๆว่า บทความของท่านประคัลภ์จะสั้นลงๆ หรือว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ก็ไม่ทราบได้ , มันอ่านไม่จุใจน่ะครับ
    * เรื่องวิสัยทัศน์,ความกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงหรือความเป็นผู้นำในเรื่องนี้มองในมุมหนึ่งก็ต้องชื่นชมกับความเป็นผู้นำ ซึ่งอาจเป็นที่มาของการหาเหตุผลของการเปลี่ยนครั้งนี้จนกำหนดเป็นวิสัยทัศน์ออกมา…หรือว่ามันต้องเกิดอะไรก่อนครับ?
    * แต่ผมว่าน่าเสียดายกับ244ปี ถ้าเขาทิ้งรูปแบบไปเลย เพราะการอ่านหนังสือไม่ใช่แค่สนอง”ความต้องการ”อยากรู้ หรือเสพตัวอักษร(ตา)เท่านั้น มันน่าจะมีเรื่องของความสุขจากการสัมผัส(เสพ)ตัวหนังสือที่ถืออยู่ด้วย แต่แกคงตรวจสอบข้อมูลแล้วล่ะนะครับว่าคนเสพอะไรมากกว่ากัน…น่าเสียดายแทนพวกที่จะไม่ได้เสพ(สัมผัส)ของใหม่อีกต่อไปแล้ว

    • ขอบคุณสำหรับข้อสังเกตนะครับ แต่จริงๆ แล้วบทความจะสั้นยาว อยู่ที่เรื่องที่เขียนด้วยน่ะครับ แต่เป้าหมายของการเขียนของผมก็คือ อย่างน้อย 1 หน้า A4 ครับ ซึ่งก็อยู่เกณฑ์เป้าหมายมาตลอดนะครับ (อาจจะมีบางบทความที่ไม่ถึงหน้า ฮ่า ฮ่า) เหตุผลประกอบอีกอย่างก็คือ เด็กรุ่นใหม่ไม่ชอบอ่านอะไรยาวๆ ครับ ไม่เหมือนสมัยผม ยิ่งหนังสือหนาๆ เท่าไหร่ ยิ่งดูขลัง และน่าอ่าน แต่สมัยนี้ หนังสือหรือบทความหนาๆ ยาวๆ เขาจะไม่ค่อยชอบอ่าน สิ่งที่เขาชอบก็คือ สั้นๆ กระชับ ได้ใจความ ผมเองก็ยึดแนวทางนี้มาตลอดครับ อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ งานเยอะมากมายครับช่วงระยะนี้ แต่ก็พยายามจะไม่ให้บทความหายไปครับ เพราะผมยังสนุกกับการเขียนอยู่ครับ

      ขอบคุณมากครับสำหรับข้อสังเกตครับ แสดงว่าติดตามกันจริงๆ

  2. ครับติดตามเสมอและจะติดตามต่อไปและขอให้กำลังใจท่านประคัลภ์ว่าอย่าเขียนให้สั้นกว่านี้เลย (ฮา)
    แต่ผมยังคาใจเรื่องที่คุณ Jorge Cauz กำหนดการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ว่ามีสิ่งใดเกิดก่อนระหว่างความเป็นผู้นำ , ความกล้าเปลี่ยนแปลง,วิสัยทัศน์ เพราะไม่แน่ว่าแกอาจใช้ KKD ในการตัดสินใจ หรือตามหลักแล้ววิสัยทัศน์มาก่อนความเป็นผู้นำ , ความกล้า ฯลฯ อยากทราบหลักการของท่านประคัลภ์น่ะครับ

    • ผมเองก็ไม่ค่อยจะมีหลักการเท่าไหร่นะครับ จากการอ่านบทสัมภาษณ์ของเขา เขาเอาข้อมูลมาประกอบการตัดสินใจเยอะครับ ตั้งแต่เรื่องยอดขายในแบบรูปเล่ม ซึ่งยอดขายตกมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ปี 1991 ซึ่งก่อนหน้านั้นยอดขายแบบเล่มเป็นไปด้วยดีมาก จากตรงนี้ก็เลยเป็นผลทำให้เขาเริ่มคิดว่า น่าจะต้องมีอะไรเปลี่ยนแปลง ด้วยแนวโน้มของเทคโนโลยี อินเตอร์เน็ต และการเข้าถึงข้อมูลของผู้บริโภคนั้น แบบรูปเล่ม ใส่กล่อง แบกยาก เอาติดตัวไม่ได้เลย ก็เริ่มเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจของเขาน่ะครับ สุดท้ายก็เลยตัดธุรกิจแบบ รูปเล่มทิ้งเลย แล้วหันมาจับในรูปแบบของ Digital ทั้งหมด ลองเข้าไปดูใน website หรือ blog ของเขาก็ได้ครับ ทำได้ดีเหมือนกันนะครับ สามารถเปิดอ่านที่ไหนก็ได้ แถมยังมีภาพแบบ interactive ให้เราเล่นได้อีกด้วย ผมว่านี่คือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เขาตัดสินใจครั้งใหญ่นี้ครับ

  3. งั้นผมเดาเอาว่า แกเป็นผู้นำอยู่แล้ว ต้องนำพาความอยู่รอดด้วย เมื่อมั่นใจในข้อมูลจึงมองเห็นวิสัยทัศน์ใหม่ และเมื่อมั่นใจในข้อมูลก็เกิดความกล้า จึงกำหนดการเปลี่ยนแปลงตามวิสัยทัศน์นั้น…ลำดับคือ ความเป็นผู้นำ >> วิสัยทัศน์ >> ความกล้า >> การเปลี่ยนแปลง … อย่างนี้มั๊งครับ ขอบคุณครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s