รายงานผลการสำรวจค่าจ้าง จะซื้อหรือเข้าร่วมกับที่ไหนดี

ธุรกิจ ทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ต่างก็เริ่มที่จะหันมาสนใจในเรื่องของการบริหารทรัพยากรบุคคลมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของการบริหารค่าจ้างเงินเดือน เนื่องจากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา อัตราค่าจ้างเงินเดือนในตลาดปรับตัวขึ้นอย่างมากทีเดียว ปรับตัวมากจนเดาไม่ออกเลยว่า เราควรจะปรับตามสักเท่าไหร่ดี

แหล่งข้อมูลที่เราสามารถนำมาใช้อ้างอิงในเรื่องของอัตราค่าจ้างเงินเดือนในตลาด ก็คือ การทำการสำรวจค่าจ้างเงินเดือน ซึ่งในปัจจุบันมีบริษัทมากมายที่รับทำเรื่องนี้ และมีรายงานการสำรวจค่าจ้างวางจำหน่ายอยู่มากมาย หลายเล่ม แล้วเราจะเลือกซื้อเล่มไหนดี จะเอาเกณฑ์อะไรมาตัดสินใจ

ถ้าพิจารณาจากหลักและแนวคิดในการบริหารค่าจ้างเงินเดือน จะเห็นได้ชัดเจนว่า พื้นฐานของการบริหารค่าจ้างเงินเดือนนั้น เราจะใช้ค่างานเป็นพื้นฐานในการจ่ายค่าจ้างเงินเดือน คำว่า “ค่างาน” ก็คือ พิจารณาจากความยากง่ายของงานที่ทำ โดยดูจากความรู้ทักษะที่ต้องใช้ในการทำงาน และขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบของตำแหน่งงานนั้นๆ หลักการก็คือ ค่างานเท่ากัน ค่าจ้างก็ควรจะอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกันด้วยเช่นกัน

  • จากหลักเกณฑ์ดังกล่าว วิธีการสำรวจค่าจ้างที่ดี จึงต้องอาศัยหลักของค่างานเป็นพื้นฐาน ดังนั้นการเลือกที่จะเข้าร่วมการสำรวจ หรือซื้อรายงานการสำรวจค่าจ้างให้ดีนั้น ปัจจัยแรกเลยก็คือ การสำรวจค่าจ้างนั้น อาศัยค่างานเป็นหลักในการเปรียบเทียบงานหรือไม่ กล่าวคือ ตำแหน่งงานที่มีค่างานใกล้เคียงกันจะต้องพิจารณาจากหน้าที่และความรับผิดชอบของตำแหน่งงาน ไม่ใช่แค่พิจารณาจากชื่อตำแหน่ง หรือแค่คุณสมบัติของตำแหน่ง หรือที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ พิจารณาจากอายุงาน หรืออายุตัวของพนักงาน เพราะถ้าเป็นอย่างหลัง เราจะไม่สามารถนำเอาผลการสำรวจค่าจ้างนี้ไปใช้ได้เลย ถ้าองค์กรของเราจ่ายค่าจ้างบนพื้นฐานของค่างาน
  • ปัจจุบันมีรายงานสำรวจค่าจ้างที่ทำออกมาในรูปแบบเน้นอายุพนักงาน และอายุการทำงานของพนักงาน แสดงออกมาเป็นรายงาน เป็นการพยายามบอกเราว่า ถ้าตำแหน่งงานนี้ อายุงานเท่านี้ จะมีค่าจ้างเงินเดือนอยู่ที่เท่าไหร่ แนวคิดโอเคนะครับ แต่ถ้าข้อมูลที่เก็บมานั้นไม่สะท้อนอายุงาน หรืออายุตัว ผลการสำรวจนั้นก็จะไม่สามารถนำไปใช้ได้จริงครับ ยิ่งไปกว่านั้น ในบางตำแหน่งอายุงานต่างกัน 10 ปี แต่เงินเดือนต่างกันอยู่แค่ไม่กี่พันบาทเท่านั้น แค่นี้เราก็ทราบได้แล้วว่า รายงานแบบนี้เราไม่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการบริหารค่าจ้างเงินเดือนของบริษัทได้เลย
  • ผลการสำรวจค่าจ้างเงินเดือนที่ออกมา มีความกว้างของช่วงเงินเดือนที่กว้างมากๆ ข้อมูลแบบนี้ก็ใช้การไม่ได้ครับ ตัวอย่างเช่น ตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายบุคคล ซึ่งมีการระบุขอบเขตหน้าที่ของตำแหน่งงานที่ชัดเจน มีคุณสมบัติของตำแหน่งงานที่ชัดเจน แต่ตัวเลขที่ออกมาจากผลการสำรวจเล่มนั้นๆ มีค่าต่ำสุดอยู่ที่ 40,000 บาท และค่าสูงสุดอยู่ที่ 400,000 บาท คำถามก็คือ ในทางปฏิบัติเป็นไปได้หรือ ที่ตำแหน่งงานเดียวกัน ที่มีขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบในลักษณะเดียวกัน (มีค่างานเท่ากัน) จะมีค่าจ้างเงินเดือนที่แตกต่างกันถึง 10 เท่าแบบนี้ ถ้าข้อมูลที่ท่านซื้อไปเป็นแบบนี้ แสดงว่า ผลการสำรวจค่าจ้างนั้นไม่น่าจะใช้อ้างอิงได้ดี เพราะอาจจะเปรียบเทียบตำแหน่งจากแค่เพียงชื่อตำแหน่งเท่านั้น โดยไม่พิจารณาค่างานเลย อีกทั้งยังแปลได้อีกว่า คนทำสำรวจไม่ได้มีการกลั่นกรองข้อมูลในส่วนนี้เลย
  • อย่ามองแค่เพียงรูปเล่ม หรือความสวยงาม เนื่องจากเราเข้าร่วม การสำรวจค่าจ้าง หรือซื้อรายงานสำรวจฯ ก็เนื่องจากเราต้องการใช้ข้อมูลของตลาด ดังนั้นสิ่งที่เราควรจะพิจารณาก็คือ รายงานที่เราซื้อนั้น มีข้อมูลที่เราต้องการสักแค่ไหน ข้อมูลเชือถือได้สักแค่ไหน ไม่ใช่ดูจากรูปเล่มว่าสวยสักแค่ไหน เรื่องของข้อมูลนั้น ถ้าเราอ่านดูอย่างจริงๆ จังๆ เราจะเห็นได้ชัดครับว่า ข้อมูลไหนใช้ได้ ข้อมูลไหนใช้ไม่ได้ และผลการสำรวจของที่ไหนที่มีข้อมูลส่วนใหญ่ที่ใช้การไม่ได้ ผมก็คิดว่าอย่าไปซื้อ หรือเข้าร่วมเลยครับ ไม่มีประโยชน์

แล้วถ้าเราจะเลือก Salary Survey ให้ดี เราควรจะพิจารณาจากอะไรบ้าง

  • มีธุรกิจที่แข่งขันในการว่าจ้างคนกับบริษัทเราหรือไม่ ไม่จำเป็นต้องเป็นธุรกิจเดียวกันก็ได้ เพียงแต่ใช้คนในลักษณะเดียวกัน ก็คือว่าแข่งขันกันในการจ้างคนแล้ว
  • จำนวนธุรกิจที่เราต้องการเปรียบเทียบมีมากพอหรือไม่ อันนี้คงต้องใช้ดุลยพินิจของเราเองว่า จำนวนในตลาดนั้นมีเท่าไร แล้วบริษัทที่เข้าร่วมกันสำรวจกับเรานั้นมีสักกี่บริษัท และสามารถที่จะใช้เป็นตัวแทนของตลาดได้หรือไม่
  • ตำแหน่งงานที่ใช้ในการสำรวจค่าจ้างนั้น เป็นตำแหน่งงานที่เปรียบเทียบกับตำแหน่งงานในบริษัทเราได้หรือไม่ รวมทั้งสามารถเปรียบเทียบได้เกือบทุกระดับงาน ไม่ว่าจะเป็นระดับปฏิบัติการ บังคับบัญชา หรือระดับบริหาร และมีวิธีการเปรียบเทียบตำแหน่งงานโดยอาศัยค่างาน และมีวิธีการเปรียบเทียบค่างานที่ได้มาตรฐาน น่าเชื่อถือ
  • วิธีการเก็บข้อมูล และการคำนวณค่าสถิติมีความน่าเชื่อถือเพียงใด ผลการคำนวณที่ออกมาในเชิงสถิตินั้นมีความคลาดเคลื่อน และความน่าเชื่อถือ จากข้อมูลที่ออกมามากน้อยเพียงใด งานเดียวกัน ค่างานเท่ากัน ขอบเขตงานและขนาดธุรกิจใกล้ๆ กัน แต่ข้อมูลเงินเดือนกลับต่างกันมากว่า 10 เท่า แบบนี้ก็แสดงว่า ไม่มีการเปรียบเทียบงานที่ถูกต้อง และไม่มีการตรวจสอบข้อมูลในเชิงสถิติเลย

จากแนวทางดังกล่าว ก็หวังว่า พอจะช่วยให้ท่านเลือกเข้าร่วมการสำรวจค่าจ้างเงินเดือนได้อย่างเหมาะสม เพื่อที่จะได้เอาข้อมูลที่ดีๆ มาใช้ในการบริหารเงินเดือนของบริษัทของเราครับ

เงินเดือนพนักงานมีความสำคัญนะครับ ดังนั้นข้อมูลที่เราจะใช้อ้างอิง ก็ควรจะเป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้ด้วย มิฉะนั้นแล้วอัตราค่าจ้างเงินเดือนของบริษัทเราก็คงไม่น่าเชื่อถือด้วยเช่นกันครับ

Advertisements

2 คิดบน “รายงานผลการสำรวจค่าจ้าง จะซื้อหรือเข้าร่วมกับที่ไหนดี

  1. แต่ตอนที่เราตกลงเข้าร่วมในการสำรวจ เรายังไม่รู้ว่าจะมีบริษัทไหนเข้าร่วมบ้าง จึงยังพิจารณาอะไรไม่ได้มาก แม้ว่าปีที่ผ่านมาอาจใช้ได้แต่ปีนี้บริษัทที่มีธุรกิจเดียวกับเราอาจไม่เข้าร่วม หรือเข้าร่วมน้อยก็ได้

    • ถูกต้องครับ ถ้าเป็น public survey เราจะยังไม่ทราบว่ามีใครเข้าร่วมบ้าง แต่ทำไมเราไม่หา network ในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน หรือใกล้เคียง แล้วก็หาบริษัททำ survey ที่น่าเชื่อถือเข้าร่วม จะได้ไม่ต้องมาดูว่าใครจะเข้าบ้างในแต่ละปี จะเป็นการลดความเสี่ยงเรื่องนี้ลงไปได้เยอะนะครับ ทุกปีเราก็มั่นใจได้ว่าเราจะได้ข้อมูลมาใช้ในการบริหารค่าจ้างเงินเดือนได้ครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s