เด็กรุ่นใหม่ เป็นแบบนี้จริงๆ หรือ

เนื่องจากได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้บริหารระดับสูง และผู้จัดการฝ่ายบุคคลของหลายๆ องค์กรในช่วงที่ผ่านมา และผมเองก็ได้สอบถามท่านเหล่านี้ไปว่า เรื่องอะไรที่ช่วงนี้หนักใจมากหน่อยในเรื่องของการบริหารทรัพยากรบุคคลขององค์กร

คำตอบที่ได้มาก็มีความคล้ายคลึงกันอยู่พอสมควร แต่มีอยู่ 1 คำตอบที่เกือบทุกท่านตอบเหมือนกันเลย ก็คือ เรื่องของพฤติกรรมการทำงานของเด็กรุ่นใหม่ (ที่เพิ่งจบการศึกษา) และต่างก็บอกถึงพฤติกรรมที่เหมือนกันอีก มีอะไรบ้างผมจะเล่าให้อ่านกันครับ

  • ขอเงินเดือนสูงๆ เด็กกลุ่มนี้มาพร้อมกับการขอเงินเดือนสูงปรี๊ด แบบไม่สนใจเรื่องงาน หรือเรื่องอื่นๆ เลย เอาเรื่องเงินไว้ก่อน บางครั้งถามเรื่องงาน ก็อึ้งๆ ถามความรู้รอบตัว ก็ลังเล ถามว่ารู้มั้ยว่าบริษัทที่มานั่งอยู่นี่ ทำธุรกิจเกี่ยวกับอะไร ส่วนใหญ่ตอบไม่ได้เลย แต่พอให้ถามกลับ เกือบทุกคนถามคำถามแรกออกมาเหมือนกันหมด ก็คือ ให้เงินเดือนเท่าไหร่ โดยไม่ถามเลยว่า งานที่สมัครมานั้น ต้องทำอะไร มีหน้าที่และความรับผิดชอบอะไรบ้าง ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าเงินเดือนไม่ได้ตามที่ขอ ก็จะไม่ทำ ประเด็นก็คือ ทำไมคนที่เพิ่งจบการศึกษาใหม่ๆ ประสบการณ์ในการทำงานก็ยังไม่มี จึงกล้าที่จะต่อรองเรื่องของเงินเดือนกับบริษัท ในอัตราสูงมากๆ ทั้งๆ ที่ยังทำอะไรไม่เป็นเลย
  • มาทำงานสาย “เด็กที่เพิ่งจบใหม่ น่าจะมีไฟแรงในการทำงาน” มีผู้บริหารบอกผมแบบนี้ “แต่ทำไมเด็กรุ่นหลังๆ ถึงไม่ค่อยใส่ใจที่จะอยากมาทำงาน เวลามาทำงาน ก็จะมาสาย หรือเกือบถึงเวลาเข้างาน ไม่เหมือนคนรุ่นก่อน ที่มักจะมาก่อนเวลาเสมอ” นี่ก็เป็นอีกประโยคของผู้บริหารที่ผมเอามาบอกเล่าให้อ่านกัน ถ้าบริษัทที่มีการลงเวลาทำงาน ก็มักจะมาสายกันน้อยหน่อย ผิดกับบางบริษัทที่ให้รับผิดชอบตนเอง โดยไม่ต้องลงเวลาในการทำงาน แต่ต้องมาทำงานในเวลาที่กำหนด ผลก็คือ เด็กรุ่นใหม่ 4 คน จะมี 1 คนเท่านั้นที่มาทำงานก่อนหรือตรงเวลาเป๊ะ ที่เหลือ สายหมด เพราะคิดว่า บริษัทไม่ต้องลงเวลา ดังนั้นก็ไม่ต้องมาทำงานให้ตรงเวลา
  • ไม่ใส่ใจทำงาน อีกเรื่องที่มักจะได้ยินได้ฟังกันมาบ่อยๆ ก็คือ เด็กรุ่นใหม่ ไม่ค่อยใส่ใจทำงานกันสักเท่าไหร่ แต่จะใส่ใจกับ Social Network ดังนั้นที่ผู้บริหารเห็นก็คือ วันๆ จะไม่ค่อยเห็นทำงาน แต่จะเห็นว่าเล่นแต่ Facebook เล่นแต่ Line ซึ่งก็ไม่ได้มีสาระอะไร เคยมีผู้บริหารท่านหนึ่งบอกว่า อยากจะให้ทำวิจัยจริงๆ เลยว่า วันๆ นึงที่พนักงานเข้ามาทำงานในบริษัทนั้น เวลาที่ทำงานแบบจริงๆ ให้กับบริษัทเป็นเวลาสักกี่ชั่วโมง เพราะส่วนใหญ่ผู้บริหารมักจะเชื่อว่า เวลา 8 ชั่วโมงที่กำหนดไว้นั้น จริงๆ แล้วทำงานไม่ถึงครึ่งเลยด้วยซ้ำไป มีผู้บริหารท่านหนึ่งบอกผมมาประมาณนี้ครับ “มาก็สาย เริ่มงานก็ช้า แถมยังเล่นอย่างอื่นเวลางาน พอจะเริ่มงานจริงๆ ก็ได้เวลากินข้าว กินข้าวก็ไปชอปปิ้งจนเลยเวลา ขึ้นมาก็บอกยังไม่พร้อมคุยกับเพื่อนในไลน์ก่อน สักพักบอกง่วง เลยไปหากาแฟกิน ระหว่างกินก็คุยกับเพื่อนคนอื่นในห้องกาแฟ สักพักก็เดินมาเพื่อที่จะลงมือทำงาน เหลือบดูนาฬิกา ปรากฏว่า จะห้าโมงแล้ว ก็เลยนั่งเก็บของ เตรียมพร้อมที่จะออกจากบริษัททันที”
  • เตรียมตัวเลิกงานแต่เนิ่นๆ อีกพฤติกรรมหนึ่งที่เห็นบ่อยมาก ก็คือ พอถึงเวลาอีก 1 ชั่วโมงจะเลิกงาน พนักงานกลุ่มนี้ก็จะเดินไปเดินมา เข้าห้องน้ำ แต่งตัว แต่งหน้า เก็บของ คุยกับเพื่อนโต๊ะข้างๆ ฯลฯ ราวกับว่าเลิกงานแล้ว จากนั้นก็จะดูเวลาบ่อยๆ พอห้าโมงตรงเป๊ะ ก็เปิดประตูบริษัทออกไปทันที ราวกับว่ากลัวจะเสียเปรียบบริษัทที่ต้องทำงานเกินเวลาที่กำหนด ทั้งๆ ที่บางคน กว่าจะมาทำงาน ก็เรียกได้ว่า แทบจะต้องลากตัวเองมาทำงาน ประเภทช่วงเช้ามาทำงานก็มีพฤติกรรมเหมือนเต่า ค่อยต้วมเตี้ยมมาเรื่อยๆ แต่พอเวลาเลิกงาน กลับพุ่งออกจากบริษัทราวกับกระต่าย
  • ทุกกิจกรรมที่ทำจะต้องบอกให้คนอื่นรู้ อีกพฤติกรรมหนึ่งที่ผู้บริหารสังเกตเห็นก็คือ ไม่ว่าจะทำอะไร ดูอะไร หรือไม่พอใจอะไร จะต้องมีการถ่ายรูป หรือไม่ก็ต้องโพสขึ้น facebook เพื่อบอกให้คนอื่นรู้ว่าตนเองกำลังทำอะไรอยู่ บางคนไปชงกาแฟมา ก็ถ่ายรูปกาแฟที่ชง แล้วก็โพสขึ้นเฟสบุ๊ค บางคนไปห้องน้ำยังต้องบอก ฯลฯ ถ้าเอาเวลาพวกนี้ไปทำงานก็คงได้งานมากขึ้นอีกเยอะเลย

สิ่งที่ผู้บริหารกลุ่มนี้ย้ำมาอีกครั้งก็คือ ด้วยพฤติกรรมแบบนี้ แต่กลับมาขอเงินเดือนสูงๆ แล้วใครจะอยากให้ ก็ต้องไปชะลอเงินเดือนลงด้วยระบบการประเมินผลงานในแต่ละปี ใครที่มีพฤติกรรมข้างต้น ก็มักจะถูกประเมินผลงานออกมาไม่ค่อยดีนัก เพราะไม่มีผลงานอะไรให้เห็น

ประเด็นที่ผมสงสัยมากก็คือ เด็กรุ่นใหม่ มีพฤติกรรมแบบนี้จริงๆ หรือ หรือว่าเป็นสิ่งที่เราคิดไปเอง หรือเป็นแค่คนส่วนน้อย แต่ทำพฤติกรรมไม่ดี ก็เลยติดตาเรา ทำให้เราเหมารวมไปหมดว่าเป็นแบบนี้ทุกคน

ใครเป็นเด็กรุ่นใหม่ อ่านจบแล้วช่วยบอกหน่อยครับว่า เป็นอย่างที่เขาว่ามาหรือเปล่าครับ

Advertisements

6 คิดบน “เด็กรุ่นใหม่ เป็นแบบนี้จริงๆ หรือ

  1. ไม่ใช่เด็กรุ่นใหม่ แต่เป็นผู้บริหารที่ไม่ได้มีเด็กใหม่เป็นลูกน้องโดยตรง โดยสายบังคับบัญชากว่าเด็กจะเข้ามาคุยได้ต้องผ่านระดับหัวหน้างานและผู้จัดการก่อน ซึ่งมักจะได้รับรายงานเช่น 5 เรื่องนี้เสมอ แรกๆ ก็เชื่อเช่นนั้น เพราะสิ่งที่ได้รับรายงานกับข้อมูลการทำงานของเด็กใหม่สอดคล้องกัน จึงตัดสินใจลงไปคุยกับเด็กใหม่ วางตำแหน่งไว้ที่ห้องทำงาน และเข้าไปคุยกับเค้าแบบเพื่อนร่วมงานที่เข้างานมาก่อน สิ่งที่ได้พบคือ
    1. มีเด็กใหม่เพียง 1-2 คน มาสายเกือบทุกวัน สาเหตุเพราะปัญหาความรัก
    2. เด็กไม่ได้อยากได้เงินเดือนสูง แต่อยากได้เงินเดือนที่เหมาะสมกับงานที่ได้รับมอบหมาย ที่เค้าอยากได้สูง เพราะเค้าคิดว่า งานที่เค้าทำมันหนักและยากมาก ทำงานดีกว่าที่อยู่มานาน แต่กลับได้เงินน้อยกว่า เพียงเพราะเป็นเด็กใหม่

    โดยส่วนตัวแ้ล้ว อยากให้ผู้บริหารลองเปิดใจและปรับตัว อย่าเอาตัวเองหรือคนสมัยเก่าเปรียบเทียบ
    1. เลิกหัวโบราณ เช่น การแต่งกายของเด็กใหม่ เอาแค่เหมาะสมกับสถานที่ ดูดี และไม่โป๊จนเป็นอันตรายกับตัวเองก็พอ ไม่ต้องถึงขั้น ห้ามใส่แขนกุด ห้ามใส่กางเกง 5 ส่วน
    2. เด็กจะเล่น Facebook Line ก็ปล่อยเค้า แต่ถ้าคุณบอกว่า เด็กไม่ทำงาน เอาเวลางานไปทำอย่างอื่น แสดงว่า คุณให้งานเด็กแบบไม่มี Date line แบบไม่มีตัววัดชัดเจน เด็กถึงว่าง มีเวลาเรื่อยเปื่อยได้
    3. ใส่ใจปัญหาส่วนตัวของเค้าบ้าง เด็กวัยนี้ความรักเป็นเรื่องสำคัญ พูดคุย ให้คำปรึกษาเค้าเหมือนเค้าเป็นลูก เป็นน้องคุณ อย่ามองเค้าเป็นเพียงลูกจ้าง

    ที่จริงยังมีอีกมากมาย แต่พิมพ์ไม่ไหวละค่ะ ที่สามารถพูดแบบนี้ได้ เพราะทุกวันนี้เด็กใหม่เหล่านี้ Line หาโดยตรงปรึกษาปัญหาทุกอย่างทุกเรื่อง ไม่ผ่านหัวหน้างานและผู้จัดการด้วยซ้ำ ในขณะเดียวกันผลงานของเค้าก็เป็นไปตามเป้าหมาย เพราะเราจะสอดแทรกคำสอนให้เค้าเสมอ แต่เราเป็นระดับบริหารไม่มีเวลามากพอที่จะคุยกับพนักงานทุกคน จึงต้องฝากหัวหน้างานและผู้จัดการ คุณช่วยลงมาจากหอคอยแล้วคุณจะรู้ว่า เด็กใหม่เหล่านี้ก็ไม่ต่างอะไรจากเราสมัยเด็ก ๆ ที่ต่างคือ เค้ามีความกล้าที่จะเผชิญปัญหาบนโลกใบนี้ แต่เราไม่กล้าเท่าเค้า เพราะสมัยเราไม่มี Internet ไม่ได้เห็นว่า โลกเค้าไปถึงไหนกันแล้วแบบสมัยนี้ค่ะ ^_^

      • “… จึงตัดสินใจลงไปคุยกับเด็กใหม่ วางตำแหน่งไว้ที่ห้องทำงาน..” อยากได้หัวหน้าแบบนี้จังค่ะ ที่ยอมวางหัวโขนแล้วมาคุยกับเราแบบเปิดใจ

  2. ผมเป็นคนหนึ่งที่อยู่ใน G.y สิ่งที่ผมอยากจะบอกกับผู้ใหญ่ดังๆ หรือผู้บริหาร คือ แล้วเด็กรุ่นใหม่ที่คุณว่าๆกัน ไม่ใช่ลูกหลาน คุณหรอไม่ใช่สภาพแวดล้อมที่คุณสร้างให้เขาเป็นเช่นนั้นหรอ
    แต่ทั้งนี้ผมก็ไม่ได้หมายรวมว่าทุกคนจะเป็นเช่นนั้น … ดังนั้น อยากให้ผู้ใหญ่เปิดใจกว้างบ้าง และผมก็คิดว่าผู้บริหารที่จะประสบความสำเร็จได้ คุณต้องช่วยส่งเสริม เมื่อปัญหาเกิดไม่ใช่บ่นๆ ปัญหามีไว้พุ่งชน ใน 100 คนผมไม่เชื่อหลอกจะไม่มีเด็กที่ไม่มีความรับผิดชอบงานตามเงินเดือนที่ให้ ถ้าคุณบอกว่า 4 ใน 1 จะมีแค่ 1 มีความรับผิดชอบ อ้าว…ถ้าองค์กร จะอยู่รอด ก็จัดทำระบบการสรรหาพนักงานที่ดีซิ คุณจะได้ไม่ต้องมานั่งบ่นพนักงานที่แย่
    และวิธีการที่ง่ายในการจัดการเด็กกลุ่มนี้บอกเขาไปเลย ถ้าทำงานไม่ได้ทดลองงานไม่ผ่านก็ไม่บรรจุ ไม่เห็นจะยากกฎหมายก็ไม่ได้ห้ามไม่ให้คุณทำไม่ได้สักหน่อย

    ผมสรุปให้ ว่าทำไมเขาถึงเรียกเงินเดือนสูง ผมก็เป็นคนหนึ่งที่เรียกสูงยอมรับ ก็ให้เงินตามความสามารถไงครับ ถ้าบริษัทไม่พอใจที่จะรับก็ไม่ต้องรับไม่ยากเลย…มหาวิทยาลัยเปิดเยอะแยะ เด็กจบปีๆหนึ่งไม่รู้เท่าไร คนตกงานอีกมากมาย เลือกรับคนที่เรียกเงินเดือนน้อยซิครับ แต่อย่าลืมความสามารถก็น้อยตาม ใช่ไหม
    หรือเป็นเพราะบริษัทยึดติดกับชื่อเสียงมหาวิทยาลัยหรือเปล่า ผมเคยรับเด็กราชภัฏ ต่างจังหวัดมาทำงาน ขยัน ถึงแม้จะต้องสอนเขาหน่อยเขาก็พร้อมจะเรียนรู้

    ดังนั้น เปิดใจยอมรับ โลกมันเปลี่ยนไป องค์กรไหน ไม่เปลี่ยนตาม ก็จบ

    • เห็นด้วยครับ ผมเองก็มีลูกน้องใน Gen Y แต่ก็เรียกกว่าแสดงความรับผิดชอบให้เห็นกันอย่างโดดเด่นมากครับ

  3. ในความเห็น คิดว่าพฤติกรรมที่ว่ามาพบได้ทั้งในเด็กหรือผู้ใหญ่ครับ เพียงแต่บริบทจะต่างไป เช่น เด็กอาจมาสาย ผู้ใหญ่มาเร็วแต่ไม่ได้ทำงาน มัวนั่งเล่นหุ่นหรือจับกลุ่มเมาส์มอยเรื่องผู้ใหญ่ในที่ทำงาน หรือ เด็กไม่ใส่ใจทำงานเพราะไม่มีการให้ JD ที่ชัดเจน งานที่ทำต้อง on the job training เท่านั้น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s