ไม่ใช่เรื่องของเวลา แต่เป็นเรื่องของการรักษาสัญญา

เรื่องของเวลาเป็นเรื่องหนึ่งที่มีความสำคัญมากในการบริหารธุรกิจ เราจะสังเกตได้ว่า ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรใหญ่ๆ ที่มีวัฒนธรรมการทำงานที่เร็ว ยอมรับการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ เสมอนั้น ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะเป็นคนที่เน้นในเรื่องของการบริหารเวลาในการทำงานอย่างมาก จะไม่ปล่อยเวลาให้เสียไปโดยเปล่าประโยชน์

ผมได้มีโอกาสทำงานกับผู้บริหารต่างชาติอยู่บ้าง เรื่องหนึ่งที่เขาไม่เคยพลาดเลยก็คือ เรื่องของเวลาครับ นัดหมายประชุมกี่โมง ผู้บริหารกลุ่มนี้จะตรงเวลามาก ต้องเรียกว่าตรงเวลาแบบเป๊ะๆ เลยนะครับ ไม่มาก่อน ไม่มาทีหลัง แต่พอถึงเวลานัดหมาย ก็จะเดินเข้ามาในห้อง และเริ่มเข้าเรื่องการประชุมกันเลย

แต่สำหรับวัฒนธรรมแบบไทยๆ นั้น สิ่งที่ผมพบเจอมาในเรื่องของเวลา ก็มีคนอยู่ประมาณ 4 ประเภท

  • มาก่อนเวลานัด คนกลุ่มแรกนี้ จะมีพฤติกรรมก็คือ เวลาที่มีนัดหมายกับใคร เวลาใด จะต้องมาก่อนเวลานัดหมายเสมอ โดยมาเตรียมความพร้อม และมารอก่อนเวลาประมาณ 10 นาทีเป็นอย่างน้อย เพื่อให้เกิดความมั่นใจมากขึ้น
  • ตรงเวลา กลุ่มแรก ก็จะเป็นลักษณะเดียวกับผู้บริหารต่างชาติที่กล่าวมาข้างต้น ก็คือ ตรงเวลามาก ไม่ก่อน ไม่หลัง พอถึงเวลาก็เดินเข้ามา และถ้าบอกว่าจะใช้เวลา 2 ชั่วโมง ก็จะ 2 ชั่วโมงเป๊ะครับ เรียกได้ว่า เวลาทุกนาทีมีค่า
  • มาหลังเวลานัดหมายเสมอ แต่ไม่มากนัก กล่าวคือ ถ้านัดเก้าโมงเช้า ก็จะมาถึงห้องประชุมประมาณ เก้าโมงห้านาที หรือสิบนาที นัดบ่ายสอง ก็จะมาถึงประมาณบ่ายสองโมงห้านาที หรือสิบนาที ก็คือ จะไม่เคยตรงเวลาเป๊ะ แต่จะต้องขอเลยเวลาไปสักหน่อย ซึ่งผมเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้นเหมือนกันครับ
  • มาสายกว่าเวลานัดเกินกว่า 15 นาที แบบที่สาม ก็คือ ส่วนใหญ่จะมาสายเสมอ และสายไม่ใช่น้อยๆ นะครับ มากกว่า 15 นาทีทุกครั้งที่นัดหมาย นัดเก้าโมง มาเก้าโมงครึ่ง หรือบางครั้งก็สายเป็นชั่วโมงเลยก็มี

ตัวท่านเองล่ะครับ จัดอยู่ในกลุ่มใด

เรื่องของเวลาที่เขียนมานี้ ประเด็นจริงๆ ไม่ได้อยู่ที่เรื่องของการตรงต่อเวลา แต่ประเด็นอยู่ที่ การสร้างความน่าเชื่อถือ (Trust) ให้เกิดขึ้นกับผู้อื่นมากกว่า

ลองคิดดูสิครับ นัดหมายกันทีไร จะต้องปล่อยให้เรารอเป็นชั่วโมงๆ ถ้าเกิดแบบนี้บ่อยๆ ท่านเองจะเชื่อถือคนๆ นั้นได้มากสักแค่ไหน และคนๆ นั้นก็มักจะถูกมองว่าเป็นคนที่ไม่ตรงต่อเวลาบ้าง เป็นคนที่ไม่มีการวางแผนบ้าง และไม่ใส่ใจบ้าง ฯลฯ เห็นมั้ยครับ แค่เพียงไม่ตรงเวลา เราก็ถูกมองไปได้ต่างๆ นานา

หลายๆ ท่านอาจจะมองว่า คนที่ตรงต่อเวลามากๆ มักจะเป็นคนที่ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ ไม่ปล่อยเวลาให้เสียไปเฉยๆ บางคนมองว่าซีเรียสไปหรือเปล่า สายนิดสายหน่อยไม่เห็นจะเป็นอะไร

แต่สำหรับผู้บริหารที่ตรงเวลานั้น เขาไม่ได้คิดแบบที่เราคิดกันเลยสักนิด สิ่งที่เขาคิด และบอกผม ซึ่งเป็นคำตอบที่ทำให้ผมรู้สึกว่า ใช่เลย คำตอบนั้นก็คือ ที่เขาตรงเวลาเป๊ะๆ เวลาที่นัดหมายกับใคร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร หรือกับใครก็ตาม ก็เพราะนี่คือ “การรักษาสัญญา” มากกว่าเรื่องของการประหยัดเวลา

การที่เรานัดกับใคร และมาตรงเวลานั้น แปลว่า เราสามารถรักษาสัญญากับคนๆ นั้นได้อย่างดี ใครที่นัดแล้วมาสาย แม้เพียง 1 นาทีก็ตาม นั่นแปลว่า เราไม่รักษาสัญญา มันเป็นเรื่องของการสร้างความน่าเชื่อถือ และการทำให้คนอื่นรู้สึกว่า เราให้ความสำคัญกับเขามากกว่าเรื่องของตัวเวลามันเอง

ฟังแล้วก็รู้สึกจริงไปตามที่ผู้บริหารท่านนั้นพูด

วันนี้คุณรักษาสัญญาแล้วหรือยังครับ

Advertisements

2 คิดบน “ไม่ใช่เรื่องของเวลา แต่เป็นเรื่องของการรักษาสัญญา

  1. แบบผมจะไปถึงที่หมายก่อนกำหนดอย่างน้อยประมาณ 10 นาทีถึง 15 นาที แบบนี้ดีหรือไม่ครับ แต่บางครั้งผมโดนเหน็บแนมมาเหมือนกันว่า “จะรีบมาทำไมนัดแบบคนไทยไม่รู้บ้างเลยรึ” กว่าเขาจะมาถึงที่นัดหมายกันเช่นนัด 10.00น. เขามากัน 10.30น. บางคน 11.00น. ทำให้ผมยิ่งไม่เข้าใจเลยว่า มาก่อนมันไม่ดีหรือ แล้วทำไมนัดแบบคนไทยมันต้องมาช้ากว่ากำหนดนัดหมายด้วย

    • ในความคิดเห็นผม ผมคิดว่าสิ่งที่คุณอุ้ยเสียวป้อทำนั้นเป็นสิ่งที่ดีแล้วครับ จงยืนหยัดในสิ่งที่ดีแบบนี้ไว้ดีแล้วครับ
      อย่าไปโอนอ่อนตามสิ่งที่ไม่ถูกต้องเลยนะครับ ผมเอาใจช่วยครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s