ความแตกต่างระหว่างคนที่มองโลกในแง่ดี กับคนที่มองโลกในแง่ร้าย

เรื่องของทัศนคติของคนเรานั้น มีส่วนสำคัญกับการใช้ชีวิตของตนเราทุกคน รวมทั้งเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะทำให้คนเราประสบความสำเร็จ หรือล้มเหลว แค่เพียงคำว่า “ทัศนคติ” ก็ทำให้คนเราแต่ละคนมีชีวิตที่แตกต่างกันออกไปมากมายแล้ว

คนที่มีทัศนคติที่ดี ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นคนที่มองโลกแง่ดี ส่วนคนที่มีทัศนคติที่ไม่ค่อยดีนัก ก็มักจะเป็นคนที่มองโลกในแง่ร้ายไปหมด มีอะไรที่ดี ก็มองไม่ดี มีอะไรที่ไม่ดี ก็มองไม่ดีเข้าไปอีก ผลสุดท้ายก็เลยมีชีวิตที่ไม่เคยมีอะไรดีเลย ทั้งๆ ที่ชีวิตของตนเองอาจจะห้อมล้อมแต่สิ่งดีอยู่แล้ว สุดท้ายก็อยู่ที่การมองโลกของเรา

ความแตกต่างของคนที่มองโลกในแง่ร้าย กับคนที่มองโลกในแง่ดีนั้นมีเรื่องอะไรบ้าง

  • คนที่มองโลกในแง่ดี จะคิดเสมอว่า ชีวิตเราขึ้นอยู่กับตัวเราเอง เขาจะคิดเสมอว่า ความสำเร็จที่อยากได้ทุกอย่างล้วนมาจากตัวเราเองสร้างขึ้นทั้งสิ้น และยังคิดต่อไปอีกว่า ตนเองนี่แหละที่จะเป็นคนควบคุมและสร้างความสำเร็จให้กับชีวิตของตนเองได้ เวลาที่งานเกิดปัญหา หรือล้มเหลวบ้าง ก็จะมองไปในทางดีว่า เรารู้วิธีการที่ทำให้ไม่สำเร็จอีกวิธีหนึ่งแล้ว แสดงว่า เราเข้าใกล้ความสำเร็จมากขึ้นไปอีก ส่วนคนที่มองโลกในแง่ร้าย ก็จะมองว่า ตนเองไม่มีอะไรดีเลย ชีวิตของเรามันไปขึ้นกับโชคชะตา และการโคจรของดวงดาวต่างๆ ก็เลยไม่ทำอะไรวันๆ นั่งบ่นไปเรื่องว่าทำไมดาวดวงนั้นถึงไม่โคจรไปทางนี้สักที ชีวิตเราจะได้ดีขึ้นบ้าง
  • คนที่มองโลกในแง่ดี จะมองไปข้างหน้าเสมอ อะไรที่เป็นความล้มเหลวที่ผ่านไป ก็จะปล่อยให้เป็นบทเรียนที่ทำให้เรารู้ว่านั่นเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ แต่จะยึดมั่นไม่กลับไปทำสิ่งนั้นอีก อีกทั้งจะไม่เอาความล้มเหลว หรือปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นเหล่านั้นมาคิดย้อนกลับไปในอดีตตลอดเวลา จนไม่สามารถมองไปข้างหน้าได้เลย ดังนั้นคนที่มองโลกในแง่ดี จะมองไปข้างหน้าเสมอ และคิดต่อยอดไปเรื่อยๆ ว่าเราจะทำอย่างไรให้ดีขึ้นกว่าเดิม ส่วนคนที่มองโลกในแง่ร้าย ก็มักจะคิดวนเวียนอยู่กับความล้มเหลวเก่าๆ ที่ผ่านไป เก็บมาคิด เก็บมาโทษตัวเองตลอดเวลา จมปลักอยู่กับอดีตที่ไม่ดี จนไม่สามารถมองทางข้างหน้าเห็นได้เลย
  • คนที่มองโลกในแง่ดี จะเป็นคนที่เชื่อมั่นในตนเอง เป็นคนที่เชื่อมั่นในตนเองเสมอว่า ตนเองสามารถสร้างความสำเร็จได้ ตนเองเป็นคนที่เลือกทางเดินของตนเองได้ และสามารถที่จะเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ได้ตลอดเวลา มีความมั่นใจว่า งานยากสักเพียงใด ก็ไม่มีปัญหา เพราะเราสามารถหาวิธีการในการจัดการกับมันได้เสมอ ไม่เหมือนกับคนที่มองโลกในแง่ร้าย จะเป็นคนที่มองว่าตนเองไม่มีความสามารถอะไรเลย ทำอะไรก็ไม่เคยสำเร็จ งานยากๆ ก็มักจะมองว่ามันยากเกินไป แล้วเราจะทำได้หรือ และเมื่อไหร่ที่เราเชื่อว่าเราทำไม่ได้ เราก็ทำไม่ได้ไปแล้วล่ะครับ
  • คนที่มองโลกในแง่ดี จะมองเห็นโอกาสและความเป็นไปได้เสมอ เวลามีปัญหาอะไร หรือเกิดสภาพที่เหมือนจะไม่มีทางออก คนที่มองโลกในแง่ดี มักจะมองเห็นโอกาสที่ซ่อนอยู่เสมอ และยิ่งไปกว่านั้น ยังเห็นความเป็นไปได้ในปัญหาที่เกิดขึ้นอีกด้วย ผิดกับคนที่มองโลกในแง่ร้าย มักจะมองเห็นแต่ปัญหา ปัญหา และปัญหา ทั้งๆ ที่มีโอกาสรออยู่ แต่ก็ไม่เคยมอง มองแต่ปัญหาที่จะเกิดขึ้นเยอะแยะไปหมด บางคนเป็นประเภท “ไม่” มันอย่างเดียวเลย ไม่ได้ ไม่ดี ไม่เอา ไม่ได้เรื่อง ไม่มีทางออก ฯลฯ พอถามต่อว่าแล้วจะต้องทำอย่างไรดีล่ะ เพราะบอกทางออกไปทุกอย่างแล้ว ก็ไม่เอาสักอย่าง คำตอบที่ได้ก็คือ “ไม่ทราบ”

เห็นแบบนี้แล้ว ลองมาเทียบกับตัวเราเองก็ได้นะครับว่า จริงๆ แล้วตัวเราเองมีแนวโน้มเป็นคนมองโลกในแง่ไหน

ถ้าอยากประสบความสำเร็จในการทำงานหรือในชีวิตของตนเอง สิ่งแรกที่จะต้องมีก็คือ ทัศนคติ และการมองโลกนี่แหละครับ เป็นพื้นฐานสำคัญมากๆ ครับ

ถ้าเราคิดดี คำพูด และการกระทำก็จะออกมาดี ซึ่งก็จะดึงดูดเอาสิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิตของเรามากกว่าการคิดไม่ดีอยู่อย่างเดียว

วันนี้คุณมองโลกในแง่ดีหรือยังครับ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s