พฤติกรรมธรรมชาติของคนเรา ที่ดึงเราออกจากความสำเร็จ

ผมเชื่อว่าคนเราทุกคนล้วนต้องการประสบความสำเร็จไม่เรื่องใดก็เรื่องหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหน้าที่การงาน ชีวิตส่วนตัว ชีวิตครอบครัว ฯลฯ โดยเฉพาะในเรื่องงาน มักจะเป็นเรื่องแรกๆ ที่คนเราทุกคนอยากจะประสบความสำเร็จ แต่คำถามที่หลายๆ คนมักจะถามกันเสมอ ก็คือ ทำไมคนเราถึงประสบความสำเร็จไม่เท่ากัน บางคนประสบความสำเร็จในชีวิตตั้งแต่ยังเด็ก บางคนก็ต้องใช้เวลามากกว่าคนอื่น บางคนทำอะไรก็แทบจะไม่สำเร็จเลย จริงๆ แล้วมันมีที่มาที่ไป และมีสาเหตุร่วมกันบางอย่างที่ทำให้คนเราประสบความสำเร็จไม่เท่ากัน

พฤติกรรมของคนเราแต่ละคนที่แสดงออกมานั้น มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จในชีวิต รวมทั้งธรรมชาติของพฤติกรรมของคนเราบางอย่างนั้น ไม่ส่งเสริมให้คนเราประสบความสำเร็จได้ก็มีครับ มีอะไรบ้างเราลองมาดูกันนะครับ

  • ทำสิ่งที่ง่ายๆ ก่อน สิ่งที่ยากไว้ทำทีหลัง พฤติกรรมนี้เป็นพฤติกรรมที่เป็นธรรมชาติของคนเราเกือบทุกคนอยู่แล้ว คนเราเกิดมาไม่อยากลำบากแน่นอน ดังนั้นคนเรามักจะเลือกทำในสิ่งที่ง่ายๆ ก่อนสิ่งที่ยาก ทำงานง่ายๆ ก่อน งานอะไรที่มันยากๆ ก็เก็บไว้ก่อน เพราะมันยากเกินไป แต่ในความเป็นจริงนั้น ความสำเร็จของชีวิตของเรานั้นมักจะเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก และถ้าคนเรามัวแต่ทำในสิ่งที่ง่ายก่อน เราก็จะไม่มีทางประสบความสำเร็จได้เลย เพราะไม่เคยลงมือทำอะไรกับมันเลย
  • รักความสบาย อะไรที่ลำบากก็ไม่อยากทำ พฤติกรรมนี้ก็เป็นธรรมชาติของคนเราอีกเช่นกัน ทุกคนรักความสบายทั้งสิ้น อยากทำงานที่สบายๆ อยากมีชีวิตที่สบายๆ ไม่ต้องมานั่งลำบากทำอะไรให้มันยุ่งยาก แต่อย่าลืมนะครับว่า เป้าหมายความสำเร็จของเรานั้นปกติมันไม่ได้มาง่ายๆ หรือสบายๆ นะครับ เพราะอะไรที่เรายังไม่เคยได้ สิ่งนั้นมันจะต้องลงแรงกันหน่อยเป็นเรื่องปกติ ถ้าเรายังคงรักสบาย เราก็จะไม่ลงแรง เมื่อเราไม่ลงแรง ความสำเร็จที่เราต้องการก็ไม่มาถึงเราสักที
  • ผัดวันประกันพรุ่ง นี่ก็เป็นพฤติกรรมธรรมชาติของคนเราอีกเช่นกัน ที่ดึงเราออกจากความสำเร็จที่เราต้องการ มันเป็นผลต่อเนื่องมาจากพฤติกรรมรักความสบาย เพราะถ้าเรารักสบาย เราก็จะไม่อยากทำอะไร และมักจะเลื่อนสิ่งที่จะทำออกไปก่อน เพราะว่าสิ่งนั้นมันทำให้เราลำบากกว่าเดิมนั่นเอง วันนี้ยังไม่อยากทำ เพราะยังอยากสบายๆ อยู่ พรุ่งนี้ก็ยังไม่อยากทำ เพราะทำแล้วไม่สบาย สุดท้ายความสำเร็จที่เราต้องการก็ถูกเลื่อนออกไปเรื่อยๆ เช่นกัน
  • ชอบพูดแต่ไม่ชอบทำ พฤติกรรมอีกอย่างที่ทำให้เราห่างไกลความสำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ ก็คือ พฤติกรรมธรรมชาติอย่างหนึ่งของคนเราที่ชอบพูดไปเรื่อย ชอบโม้ว่าเราจะทำอย่างนั้นอย่างนี้ เช่น เราจะลดความอ้วน เราจะต้องเก่งภาษาอังกฤษ เราจะต้องออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรง ฯลฯ เรามักจะพูด พูด และพูด แต่เราไม่ค่อยจะลงมือทำตามสิ่งที่เราพูดไว้เลย คล้ายกับการที่เรากำหนดเป้าหมายไว้แล้ว แต่ด้วยพฤติกรรมของเราที่รักสบาย ไม่ชอบลำบาก และกลัวเหนื่อย ก็เลยไม่ลงมือทำ มัวแต่คิดว่า เวลายังมีอีกเยอะ ไว้พรุ่งนี้ค่อยลงมือทำดีกว่า เมื่อเราคิดว่าไว้พรุ่งนี้ เราก็จะไม่มีทางได้ลงมือทำแน่นอน เพราะพรุ่งนี้ไม่เคยมาถึงอยู่แล้ว

คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต หรือในการทำงานนั้น มักจะเป็นคนที่ทำพฤติกรรมตรงกันข้ามกับที่กล่าวมาข้างต้น กล่าวคือ เมื่อมีเป้าหมายที่ท้าทายแล้ว เขาก็จะลงมือทำ โดยที่มักจะทำในสิ่งที่ยากก่อนสิ่งที่ง่าย และจะไม่ค่อยกลัวความลำบากเพราะเขาเชื่อว่า ลำบากวันนี้ แต่จะสบายในวันหน้า อีกทั้งพูดว่าจะทำอะไรแล้ว ก็จะลงมือทำในทันที โดยไม่รีรอ หรือรอฤกษ์งามยามดี

ด้วยพฤติกรรมที่ฝืนธรรมชาติที่รักสบายของคนเรา จะทำให้เราประสบความสำเร็จได้เร็วกว่าคนอื่น แต่คนส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยชอบฝืนกันมากนัก ก็เลยทำให้คนเราแต่ละคนประสบความสำเร็จไม่เท่ากันนั่นเอง

จริงๆ แล้วมันก็เหมือนกับปลาที่ต้องว่ายทวนน้ำเสมอ ต้องออกแรงว่ายทวนกระแสน้ำไม่ว่าจะแรง หรือเชี่ยวสักแค่ไหน เพราะมันรู้ว่า ถ้ามันรักสบาย และปล่อยให้ตัวเองลอยไปตามกระแสน้ำ อันตรายถึงแก่ชีวิตก็อาจจะเกิดขึ้นได้

วันนี้คุณว่ายทวนน้ำบ้างหรือยังครับ

2 คิดบน “พฤติกรรมธรรมชาติของคนเรา ที่ดึงเราออกจากความสำเร็จ

  1. พฤติกรรมธรรมชาติ เป็นเรื่องที่น่ากังวลในวิถีการทำงานมากๆ ค่ะ บ่อยครั้งที่คนเราได้จัดระบบ ระเบียบ การทำงานเพื่ออำนวยความสะดวก และ เพื่อเป็นการลดขั้นตอน หลายบริษัท นำเครื่องมือต่าง ๆ เข้ามาช่วยการทำงาน แต่ HR ต้องเข้าใจพนักงานในองค์กรด้วย เมื่อมีการนำระบบ นำเครื่องมือ มาเพื่ออำนวยความสะดวกแล้ว ต้องหาวิธีการพัฒนาทักษะ พัฒนาความคิด พัฒนาไหวพริบ เพื่อให้พนักงานเป็นกลไกในการต่อยอดการทำงานที่เป็ระบบมากยิ่งขึ้นไปด้วย อย่าปล่อยให้พนักงานอยู่แต่ในระบบจนเป็นความเคยชินนะคะ

  2. ถึงแม้ว่าจะขจัดปัจจัยที่กล่าวมา 4 ประการที่กล่าวมาแล้วก็ตาม คนๆนั้นก็ไม่ประสบความสำเร็จอยู่ดี ถ้าการงานนั้นเกินกำลังกายและกำลังความคิดของตน เช่น ทำนาอยู่ดีๆ อยู่ๆไปประกอบธุรกิจคอมพิวเตอร์ทั้งๆที่ตนเองไม่มีความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เลย มีจำนวนมากที่ล้มละลายเพราะไม่รู้จักกำลังกายกำลัวความคิดของตน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s