แล้วใครเล่าที่สร้างแรงจูงใจให้กับ CEO ขององค์กร

เวลาที่พูดถึงเรื่องของการเป็นหัวหน้า และผู้จัดการที่ดี เรามักจะนึกถึงทักษะต่างๆ มากมายที่หัวหน้าจำเป็นต้องมี ซึ่งทักษะเหล่านี้ จะทำให้หัวหน้าและผู้จัดการสามารถที่จะบริหารทั้งงาน และคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการสร้างแรงจูงใจ การสอนงาน การให้การชื่นชมผลงาน และการพัฒนาพนักงาน ฯลฯ

เรามักจะนึกถึงประเด็นเหล่านี้ เวลาที่จะให้หัวหน้าสร้างแรงจูงใจให้กับลูกน้องของตนเอง และบริหารลูกน้องของตนเองให้ได้ มีการวางแผนผลงาน และมีการให้คำแนะนำสอนงาน สร้างพลังและแรงจูงใจให้กับพนักงานที่ตนดูแลอยู่ มีการวางแผนการพัฒนาพนักงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำให้พนักงานสร้างผลงานที่ดีให้กับองค์กรอย่างต่อเนื่อง

ประเด็นที่มีผู้สงสัยสอบถามมาก็คือ แล้วตำแหน่ง CEO MD หรือ President ที่เป็นผู้บริหารสูงสุดขององค์กร ใครจะเป็นคนบริหาร??

ถ้าดูตามผังองค์กร ก็คือ คณะกรรมการบริษัท หรือไม่ก็ผู้ถือหุ้น ที่จะเป็นผู้ประเมินผลสุดท้ายของผู้บริหารเบอร์หนึ่งขององค์กร แต่ก็เป็นแค่การประเมินผล และบอกว่าผลงานเป็นที่น่าพอใจหรือไม่ แต่ไม่มีการวางแผนเพื่อพัฒนา CEO ของบริษัทเลย เท่าที่สังเกตมา แผนการฝึกอบรมพนักงาน จะไม่มีแผนการฝึกอบรมและพัฒนาของตำแหน่ง CEO เลย ทั้งๆ ที่ CEO เองก็ถือเป็นพนักงานคนหนึ่งเหมือนกันที่ต้องการการพัฒนา ต้องการแรงจูงใจ ต้องการคนที่มา Coach เพื่อให้เขาเป็นผู้นำที่ดีเช่นกัน แล้วใครล่ะที่จะต้องทำหน้าที่นี้ เพราะกรรมการบริษัท และผู้ถือหุ้นเอง ก็ไม่ใช่หัวหน้างานโดยตรง และไม่มีเวลามานั่งพิจารณาตัว CEO อย่างแน่นอน แล้ว CEO ของบริษัทต้องสร้างสิ่งเหล่านี้อย่างไร

  • ต้องสร้างแนวทางในการพัฒนาตนเองอยู่เสมอ ส่วนใหญ่คนที่ดำรงตำแหน่ง CEO ได้ก็มักจะต้องผ่านการพัฒนาฝีมือกันมาอย่างต่อเนื่อง และได้รับการยอมรับจากพนักงานในองค์กรมาบ้างแล้ว ดังนั้น คนส่วนใหญ่ก็มักจะมองว่า CEO ไม่ต้องพัฒนาแล้ว เพราะพัฒนามาเยอะแล้ว แต่จริงๆ แล้วโลกเราเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา CEO เองก็ต้องมีการพัฒนาตนเองอยู่เสมอ ส่วนใหญ่ ถ้าไม่มีใครมาบอก ตัว CEO ก็ต้องบอกกับตัวเองเสมอ ว่าจะต้องวางแผนการพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น ซึ่งก็ต้องมีการประเมินตนเอง และเอาผลงานในปีที่ผ่านมามานั่งประเมินตนเอง รวมทั้งความคิดเห็นจากกรรมการบริษัท และผู้ถือหุ้นของบริษัท จากนั้นก็เอาความเห็นเหล่านั้นมาต่อยอด โดยการกำหนดแนวทางในการพัฒนาตนเอง จากนั้นก็ต้องมีการประเมินตนเองอยู่เสมอ ว่าตนเองมีการพัฒนาดีขึ้นอย่างไร ซึ่งอาจจะยากซักหน่อยสำหรับ CEO ที่มีความเชื่อมั่นในตนเองสูงๆ เพราะมักจะมองว่าตนเองแทบจะไม่ต้องพัฒนาอะไรอีกต่อไปแล้ว
  • ใช้พนักงานในบริษัทเป็นผู้ให้ความเห็น ในปัจจุบัน CEO หลายคนในโลกนี้ ก็อาศัยวิธีการนี้ในการพัฒนาตนเอง โดยการใช้วิธีสอบถามความพึงพอใจของพนักงานที่มีต่อองค์กร และผู้บริหารองค์กร ซึ่งก็มักจะได้รับความคิดเห็นจากพนักงานอยู่เสมอว่า ที่เป็นอยู่นั้นมีปัญหาอะไร บริหารคน บริหารงาน ไม่ชอบอะไรในวิธีการบริหารของผู้บริหารระดับสูง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ CEO สามารถนำมากำหนดเป็นแผนงานในการพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างภาวะผู้นำให้กับตนเองได้อย่างดี วิธีนี้เราสามารถประเมินได้ง่าย ก็โดยอาศัยการข้อมูลความพึงพอใจของพนักงานในแต่ละปี เพื่อดูความก้าวหน้าของการพัฒนาในแต่ละเรื่องได้ CEO บางคนให้พนักงานประเมินตนเองเลย เพื่อที่จะดูว่าตนเองเป็นอย่างไร และจะต้องพัฒนาอะไร เพื่อที่ทำให้พนักงานเกิดความเชื่อมั่นในตัว CEO
  • ต้องมี Self Motivation CEO ส่วนใหญ่ จะไม่ค่อยได้รับแรงจูงใจในรูปแบบต่างๆ จากหัวหน้าของตนเองมากนัก เพราะถือว่าโตๆ กันหมดแล้ว ดังนั้น ถ้า CEO เหนื่อย หรือท้อ หรือรู้สึกเครียดจะทำอย่างไร เพราะส่วนใหญ่ถ้าเป็นระดับพนักงาน ก็จะมีหัวหน้าเข้ามาคอยให้ความช่วยเหลือ เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ แต่ CEO เป็นตำแหน่งสูงสุดแล้ว ไม่มีใครที่จะมาให้สิ่งเหล่านี้แน่นอน ดังนั้นคนที่เป็น CEO ของบริษัทจะต้องมีความสามารถอย่างหนึ่งก็คือ ต้องสร้างพลัง และแรงจูงใจให้ตนเองได้อยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะเป็นหลัก และเป็นผู้นำที่น่าเชื่อถือให้กับพนักงานในบริษัทด้วย คนที่เป็น CEO จึงต้องสามารถสร้างพลังได้ด้วยตนเองเวลาที่ท้อ หรือเครียด บางคนก็ต้องจ้างที่ปรึกษาภายนอกเพื่อให้ได้ระบาย ได้ขอคำปรึกษาบ้าง ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะลดความกดดันบางอย่างในตนเองลงไปบ้าง

นี่เป็นความยากอีกอย่างของคนที่เป็นเบอร์หนึ่งขององค์กร เพราะท่านจะต้องบริหารทั้งตัวเอง บริหารทั้งงาน และบริหารทั้งคนในองค์กร โดยเฉพาะการบริหารตนเองนั้น เป็นเรื่องที่ต้องทำมากหน่อย เพราะไม่มีใครมาบริหารแล้ว ผลก็คือ ถ้า CEO คนใดที่มีทัศนคติว่าตนเองเก่งแล้ว ไม่ต้องพัฒนาแล้ว และไม่ต้องปรับปรุงอะไรอีกต่อไปแล้ว CEO คนนี้ก็จะอยู่กับที่ และอาจจะถูกพนักงานเพ็ดทูล และหลอกเอาได้ง่ายๆ

ดังนั้นคนที่เป็น CEO จะต้องมีคุณสมบัติอีกอย่างก็คือ ต้องเปิดใจรับฟังคนอื่นให้มาก และมีทักษะในการคิดพิจารณาถึงความเป็นไปได้ ในการพัฒนาตนเอง และองค์กรอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะไม่ทำให้ตนเองหยุดอยู่กับที่

ที่เขาพูดไว้ไม่ผิดเลยครับว่า “ยิ่งสูงยิ่งหนาว”

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s