อัตราแรกจ้างพนักงานจบใหม่ตามวุฒิการศึกษา จากผลการสำรวจค่าจ้างปี 2556 (ตอนที่2)

วันนี้มาต่อเรื่องของอัตราแรกจ้างตามวุฒิการศึกษาสำหรับพนักงานที่เพิ่งจบการศึกษามาในวุฒิปริญญาตรีว่า ผลการสำรวจค่าจ้างในปีนี้จะออกมาเป็นเท่าไหร่

พนักงานในวุฒิการศึกษาปริญญาตรี ก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่บริษัทส่วนใหญ่ต้องการตัว และเป็นวุฒิการศึกษาที่มีคนจบมาสูงที่สุด เพราะคนที่จบสายอาชีพไม่ว่าจะเป็นระดับ ปวช. หรือ ปวส. นั้น ล้วนแต่ไปเรียนต่อในระดับปริญญาตรีกันเกือบหมด ยิ่งไปกว่านั้นภาครัฐที่ประกาศออกมาอย่างชัดเจนว่า ปริญญาตรีจบใหม่อัตราเริ่มจ้างจะอยู่ที่ 15,000 บาท ก็มีผลทำให้เด็กที่จบใหม่ในระดับปริญญาตรีขอเงินเดือนกันสูงขึ้นมากกว่าในปีที่ผ่านมา อย่างน้อยๆ ก็กล้าขอที่ 15,000 บาท เท่ากับราชการ บางคนที่จบจากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงหน่อยก็เขียนตัวเลขเงินเดือนถึง 20,000 บาทกันเลยก็มี

วันนี้เราลองมาดูผลการสำรวจค่าจ้างปีนี้กันว่า อัตราเริ่มจ้างสำหรับระดับปริญญาตรีในแต่ละสาขาวิชานั้น ออกมาเป็นอย่างไรกันบ้าง แต่ต้องขอย้ำอีกครั้งนะครับว่า ตัวเลขที่ปรากฏในตารางข้างล่างนี้ เป็นตัวเลขอัตราแรกจ้างสำหรับคนที่ยังไม่มีประสบการณ์ในการทำงานมาก่อนเลยนะครับ เรียกได้ว่า จบใหม่เดินออกมาจากรั้วมหาวิทยาลัยกันเลย

วุฒิการศึกษา

สาขาวิชา

ปี 2555

ปี 2556

P50

P75

ปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร์

18,000

18,000

21,000

วิทยาศาสตร์

15,000

16,000

18,000

คอมพิวเตอร์

15,000

15,500

18,000

บัญชี

14,000

15,000

17,000

บริหารธุรกิจ

13,000

15,000

17,000

สังคมศาสตร์

13,000

15,000

17,000

ผลการสำรวจข้างต้น ถ้าเราเทียบกับปีที่ผ่านมา สายวิศวกรรม จะไม่ขยับขึ้นเลย จะมีขยับก็สายวิทยาศาสตร์และคอมพิวเตอร์ ส่วนสายทางด้านบริหารทั่วไปนั้น มีการขยับขึ้นค่อนข้างจะมาก จะสังเกตว่า ปี 2555 สายบริหารทั่วไป และสังคมศาสตร์นั้น อัตราแรกจ้างจะยังไม่ถึง 15,000 บาท แต่ในปีนี้ ขยับขึ้นมาที่ 15,000 บาท กันหมด ถือว่าเป็นขั้นเริ่มต้นสำหรับคนที่จบปริญญาตรีกันเลย ซึ่งแน่ๆ ก็คือเป็นผลจากภาครัฐประกาศปริญญาตรีให้เป็น 15,000 บาท และในปีที่แล้วนั้น ภาคเอกชนก็หาพนักงานระดับปริญญาตรีได้ยากขึ้นมาก ถ้าอัตราแรกจ้างไม่ถึง 15,000 บาท

ผลก็คือ บริษัทส่วนใหญ่ ขยับอัตราแรกจ้างในระดับปริญญาตรีไปเริ่มต้นกันที่ 15,000 บาทกันเกือบทุกบริษัท อย่างไรก็ดียังมีบางบริษัทที่จ่ายไม่ถึง 15,000 บาท อยู่บ้าง แต่ผมเชื่อว่าอีกไม่นาน ก็คงจะต้องปรับตามกันไปหมด เพราะถ้าไม่ปรับบริษัทจะมีแนวโน้มหาคนยากขึ้นไปอีก ยิ่งถ้าเราต้องการคนเก่งก็จะยิ่งยาก เพราะคนพวกนี้เขาตั้งค่าตัวไว้สูงมาก

ส่วนบางบริษัทที่ต้องการพนักงานที่เป็นคนเก่ง และมีศักยภาพที่ดีหน่อย รวมทั้งทำให้บริษัทของตนมีโอกาสได้เลือกผู้สมัครมากขึ้นก็จะกำหนดอัตราแรกจ้างกันที่ระดับ P75 ก็มีครับ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับนโยบาย และการแข่งขันในการว่าจ้างพนักงานว่าต้องการคนแบบไหน และแข่งกับบริษัทใดในตลาด

ลองเปรียบเทียบอัตราแรกจ้างของบริษัทตนเองกับผลการสำรวจดูนะครับ ถ้าบริษัทของเรายังเริ่มจ้างต่ำกว่า 15,000 บาทอยู่ ก็จะเริ่มมีปัญหาในการหาคนได้ยากขึ้นเรื่อยๆ ครับ บางบริษัทเจ้าของไม่ยอมปรับให้เป็น 15,000 เพราะมองว่าต้นทุนสูงขึ้นมาก แถมพนักงานเองก็ยังไม่สามารถทำอะไรได้เลยเพราะเพิ่งจบใหม่ ทำไมต้องจ่ายมากขนาดนี้

แต่ถ้าเราไม่จ่ายตามที่ตลาดจ่ายอยู่ ก็จะทำให้เราได้คนอีกแบบหนึ่ง ที่ผ่านการคัดเลือกจากบริษัทใหญ่ๆ ไปแล้ว พูดง่ายๆ ว่า เอาคนเก่งๆ ไปหมดแล้ว ที่เหลือ ก็จะตกมาหาบริษัทเรา และคนเหล่านี้ก็ยอมรับค่าจ้างที่ต่ำกว่า 15,000 บาทได้ไม่ยากนักเพราะรู้ตัวว่าถ้าไม่เอา ก็คงจะหางานทำไม่ได้แล้ว ผลก็คือบริษัทจะได้พนักงานที่มีคุณภาพอีกแบบหนึ่ง ซึ่งอาจจะไม่ตรงกับคุณสมบัติที่เรากำหนดไว้ตั้งแต่แรก

ถ้าเราไม่จ่ายตามตลาด เราก็คงต้องลดสเป็คในการรับพนักงานของบริษัทเราลงหน่อย เพื่อให้เหมาะกับค่าจ้างที่เราเสมอให้ไป แต่ถ้าเราต้องการคนเก่งๆ และแย่งคนแบบเดียวกับบริษัทใหญ่ เราก็คงต้องปรับให้ทันกับเขา มิฉะนั้นแล้วเราก็คงไม่ได้คนแบบนั้นอย่างแน่นอนครับ

ในความเห็นส่วนตัวของผมเอง ผมว่ายอมจ่ายสูงหน่อยสำหรับอัตราแรกจ้างเพื่อดึงดูดคนเก่ง และคนที่มีศักยภาพที่จะพัฒนาต่อได้ แล้วค่อยเติมแนวทางในการบริหารคนด้วยระบบบริหารผลงาน เพื่อให้พนักงานเหล่านี้สร้างผลงานที่ดี คนเก่งย่อมจะสร้างผลงานที่ดีได้ไม่ยากนัก เมื่อบริษัทมีผลงานที่ดี พนักงานก็จะได้รับรางวัลที่ดี มันก็จะวนเวียนเป็นวัฏจักรของการบริหารงานในองค์กรต่อไปเรื่อยๆ

ในทางตรงกันข้าม องค์กรมัวแต่ประหยัดไม่อยากปรับอัตราแรกจ้าง ก็จะได้พนักงานที่ไม่มีศักยภาพมากพอที่จะมาขับเคลื่อนธุรกิจ บางครั้งต้องจ้างมากกว่า 1 คน ในขณะที่องค์กรใหญ่ๆ ยอมจ้างสูงหน่อยเพื่อให้ได้คนเก่งแค่เพียง 1 คน แต่สามารถทำงานได้เท่ากับคน 2 คนได้ ผมว่าแบบนี้คุ้มกว่ากันเยอะครับ

17 คิดบน “อัตราแรกจ้างพนักงานจบใหม่ตามวุฒิการศึกษา จากผลการสำรวจค่าจ้างปี 2556 (ตอนที่2)

  1. ตารางเงินเดือนคุณไปสำรวจจากที่ไหนมา
    อยากบอกว่า ข้อมูลมันตอแหลมาก ยกเว้นแค่วิศวะ คอม บัญชี
    บอกเลย สายวิทที่ บ. จ้างแรกเข้าแค่ 12,000 ที่รุ่นน้องไปทำ มันให้แค่ 10,000
    ถามเพื่อนๆ ส่วนใหญ่ได้สูงสุด 13,000 แต่ต้องทำที่ กทม
    นี่เป็นดาต้าจากการสำรวจส่วนตัว 300+ คน

    • ข้อมูลจากการสำรวจของสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย จำนวนบริษัทเข้าร่วม 230 บริษัท เป็นข้อมูลจริงที่ไม่ได้แต่งเติมใดๆทั้งสิ้น

      อ่านข้อมูลเหล่านี้แล้วถ้าคนที่มีความรู้เรื่องงานวิจัยดีจะนำไปเป็นแนวทางในการพิจารณาวางแผนการจ่ายเงินเดือนต่อมากกว่า

      เชื่อไม่เชื่อก็อีกเรื่อง แต่ก็ควรจะให้เกียรติ แหล่งที่มาของข้องมูล ผมเองก็อยู่ในวงการบุคคลมาร่วม 20 ปี อะไรมั่วหรือไม่มั่วทำไมจะไม่ทราบล่ะครับ

      ความรู้ที่ให้ก็ให้โดยไม่ได้หวังสิ่งตอบแทนใดๆ ดังนั้นกรุณาแสดงความคิดเห็นอบบสุภาพด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ

    • เสริมอีกหน่อยนะครับ ข้อมูลนี้มาจากผลการสำรวจของ สมาคมการจัดการงานบุคคบแห่งประเทศไทย ซึ่งผมเองเป็นหัวหน้าโครงการอยู่ และจาก บริษัท การจัดการธุรกิจ ซึ่งผมก็เป็นผู้บริการอยู่ ผมดูข้อมูลด้วยตัวเองทั้งหมด เดี๋ยวลองให้ท่านผู้อ่านท่านอื่นเขาแสดงความเห็นเพิ่มเติมดีกว่า ว่าเห็นอย่างไรกับข้อมูลเหล่านี้บ้าง

      ขอบคุณครับ

  2. แล้ว แต่บริษัทครับ อันนี้ แต่การสำรวจส่วนมากเขาต้องการ สำรวจเพี่อเป็นบรรทัดฐาน เช่นเรี่องเงินเดีอน เขาก็สำรวจราคากลางมา .. คีอมีความเป็นไปได้ที่บริษัทบางส่วนให้ราคาจ้างสูงกว่า ที่รายงานออกมา และบางส่วนก็ให้อัตราจ้างที่ต่ำกว่าเกณฑ็อันควร เพราะว่าส่วนตัวบริษัทผู้ว่าจ้างจะให้ราคาเท่าไรก็ขึ้นอยู่กับนโยบายและอัตรากำลังจ้าง อาจจะมีหลายปัจจจัยเช่น งานไม่ต้องใช้ความสารมารถมาก.. เช่น

    บริษัท.ก จ่างเด็กจบวิศวคอม ที่ไม่มีความรู้อะไร เช่นเด็กจบใหม่ ม่ทำงานด้วยค่าจ้าง 12000 เหตุผลก็เี่พราะว่า ต้องการใช้แค่วุฒิเป็นตัวรับรองมาตรฐานในการทำงานของบริษัท ..

    ปล.ตอบคุณ kk คน 300 คนที่คุณสำรวจมา ผมขอใช้คำพูดของอ.เฉลิมชัย เลยนะครับ
    “ว่าคนพวกนี้ มันกระจอก” เลยเริ่มต้นได้ราคาแค่นั้น เพราะที่ผมทำงานก็มีที่เขารับสมัครเริ่มรับก็ หมี่นหกอัพ ถึงหมี่่นแปด

    • เห็นด้วยกับคุณ sophol นะครับ ขึ้นอยู่กับกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการจ้างด้วย เราสามารถ เอาบรรทัดฐานจากผลการสำรวจไปเป็นแนวทางในการปรับปรุงระบบการจ่ายของเรา เพื้อให้สามารถดึงดูดผู้สมัครที่มีคุณสมบัติที่เราต้องการได้ครับ ขอบคุณมากครับ

  3. แรงไป ใช้สติก่อนวิจารณ์คนอื่นนะคะ ไม่เชื่อ คุณก็กำข้อมูลคุณไว้ใช้ คนเดียว แล้วกัน โปรดใช้คำสุภาพด้วยค่ะ อธิบายได้ว่าบางบริษัทที่จ้างต่ำก็เนื่องจากสภาพโครงสร้างเขาต่ำก็ได้ ไม่สามารถปรับภายในได้เยอะ คนใหม่ก็ต้องได้รับต่ำตามไปด้วย พอเห็นภาพไหม อะไรก็เป็นไปได้ มันมีเหตุผลในตัวของมันหลาย ๆ อย่างนะ

  4. ในตอนที่ 1 ผู้เขียนก็ลงแหล่งอ้างอิงข้อมูลไว้ คุณไปอยู่ไหนมา…
    อีกอย่างนึง หยาบคายครับ พัฒนา EQ ด่วน

  5. ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ จะได้ใช้นำเสนอต่อผู้บริหารเพื่อใช้เป็นแนวทางสำหรับการจ้างงานต่อไป ยอมรับเลยค่ะว่าการจ้างงานยุคนี้แข่งขันกันมาก ถ้าอยากได้คนดีคนมีศักยภาพที่จะทำให้บริษัทเติบโตก็ต้องจ่ายแพงค่ะ ส่วนพวกที่จ่ายถูก ก็จะได้คนทำงานอีกแบบหนึ่ง คือพวกทำตามสั่ง ไม่มีความคิดริเริ่มใด ๆ หากคนไหนไม่ใช่ประเภทดังกล่าวก็จะอยู่ทำงานกับองค์กรเหล่านี้ไม่ได้นาน องค์กรเหล่านี้จึงมีการ Turnover สูงค่ะ

  6. ขอบคุณอาจารย์ประคัลภ์มากๆ ที่ได้แชร์ข้อมูลที่ดีมาตลอด มีที่มาที่ไปชัดเจนตอบสังคมได้และอ้างอิงได้ครับ ส่วนบุคคลใดจะนำข้อมูลไปใช้อ้างอิงหรือแนวทางในการนำไปปฏิบัติผมมองว่าเป็นประโยชน์มาก ๆ จะใช้ได้ทั้งหมดหรือไม่ก็อยู่ที่ความสามารถของแต่ละองค์กรจะจ่ายให้ได้ จ่ายมากจ่ายน้อยผลมันก็จะตามมาเองครับ

    ส่วนคนที่คิดว่าเป็นข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ คุณก็อย่านำไปอ้างอิงมันก็เท่านั้น มีข้อมูลให้ดูยังไม่สามารถใช้วิจารณญาณได้อีกหรือ “ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่” เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ซะ ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นก็หมดเรื่อง การมาวิจารณ์ใครในทำนองที่ไม่มีข้อมูลมาอ้างอิงได้ มันแสดงถึงวุฒิภาวะทางสังคมต่ำ

  7. อัตราจ้าง ไม่เพียงมองจากวคุณวุฒิ แต่ขึ้นอยู่กับอุตสาหกรรมต่างๆ ด้วยนะคะ บางอุตาหกรรม เขาไม่ต้องใช้ความรู้อะไรมากมาย อีกหลายอุตสาหกรรมแข่งขันสูงมาก ก็มีค่ะ

  8. อย่าลืมคำถามต่อเนื่องที่ผมเชื่อว่าหลายบริษัทต้องเจอคือ แล้วพนักงานเก่าที่อยู่มาหลายปีแล้วได้รับเงินเดือนยังไม่ถึงอัตราแรกจ้างเด็กจบใหม่ เราจะจัดการพนักงานกลุ่มนี้อย่างไรดี จะใช้อะไรอ้างอิงดีเพื่อให้ทุกฝ่ายพึงพอใจ น่าคิดนะครับ

    • เห็นด้วยนะครับ กับคำถามนี้ ผมจะเขียนให้อ่านกันต่อนะครับ ถ้ามีการปรับอัตราแรกจ้างใหม่ แล้วพนักงานเก่าจะต้องทำอย่างไรกันดี

  9. ผมว่าไม่ชัดเจนครับวุฒิที่คุณว่าได้ตามเงินเดือนนั้น ต้องทำงานตามสายอาชีพด้วยหรือเปล่า แม้กระทั้งตอนจบใหม่ ยังไม่ได้เลย 15000 พึ่งมาปรับตอนรัฐบาลประกาศ หลาย บ. ก็ไม่ได้ปรับ ข้อมูลผมว่ามันเพี้ยนจากความเป็นจริงไปเยอะนะครับ

    • จากข้อมูลที่ให้ดูนั้น ก็เห็นว่ามันอยู่ที่สายอาชีพด้วยอยู่แล้วครับ เพราะอัตราแรกจ้างนั้นส่วนใหญ่ก็แยกตามสายอาชีพอยู่แล้ว อีกประเด็นหนึ่งก็คือ อยู่ที่กลุ่มธุรกิจด้วยครับ และก็อยู่ที่ลักษณะของคนที่บริษัทต้องการด้วยครับ มันมีปัจจัยเยอะครับ แต่จากผลการสำรวจในปีนี้ มันเป็นตัวเลขที่ขยับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จริงๆ ถ้าติดตามผลการสำรวจของทาง PMAT มาโดยตลอด จะเห็นได้เลยว่า ข้อมูลที่ได้มานั้นมันมีการขยับขึ้นมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมาแล้วล่ะครับ บริษัทที่มีการติดตามเรื่องค่าจ้าง และมีการปรับปรุงระบบค่าจ้าง เพื่อให้ได้คนที่มีคุณสมบัติตามที่ต้องการ ต่างก็มีการขยับอัตราเหล่านี้กันมาโดยตลอดครับ ไม่ได้เพิ่งมาขยับปีนี้ครับ คงต้องให้ท่านผู้อ่านท่านอื่นเข้ามาให้ความเห็นเพิ่มเติมนะครับว่าเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งจริงๆ ก็มีท่านผู้อ่านหลายท่านได้ให้ความเห็นดีๆ ไว้เยอะครับ

  10. เห็นด้่วยกับอาจารย์ประคัลภ์ ค่ะ
    ถึงบริษัทแต่ละบริษัทจะทำธุรกิจประเภทเดียวกัน
    และตำแหน่งหน้าี่ที่การงานเดียวกัน
    แต่เงินเดือนไม่เท่ากันอยู่ที่รายได้ของบริษัท
    และบริษัทต้องการคนมีความสามารถจ้างแพงกว่า
    แต่คุ้มค่ากับผลงาน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s