สาเหตุหลักที่ทำให้ขวัญและกำลังใจพนักงานลดลง

ถ้าอยากให้พนักงานสร้างผลงานที่ดี สิ่งแรกที่จะต้องทำก็คือ ทำให้พนักงานมีความสุขในการทำงาน มีความสุขในการมาทำงาน เมื่อพนักงานมีความสุขในการทำงาน ผลงานก็จะออกมาดี การที่พนักงานจะมีความสุขในการทำงานหรือไม่นั้น เรื่องของขวัญและกำลังใจเป็นสิ่งที่สำคัญมาก การที่พนักงานทำงานโดยไม่มีขวัญและกำลังใจในการทำงานเลย ก็ย่อมจะทำให้พนักงานรู้สึกถึงความไม่มั่นคง และเริ่มไม่มีความสุขในการทำงาน จากนั้นก็ผลงานก็เริ่มมีปัญหา สุดท้ายก็ต้องออกจากองค์กรไป และถ้าพนักงานคนนั้นเป็นพนักงานที่มีศักยภาพสูงด้วยแล้ว ยิ่งทำให้องค์กรมีปัญหาในเรื่องของผลงานมากขึ้นไปอีก

จากที่ได้ทำวิจัยเล็กๆ กับลูกค้าที่ผมไปบรรยายด้วย และลูกค้าที่ได้เข้าไปทำระบบเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรบุคคล ก็ได้สอบถามถึงปัจจัยที่ทำให้ขวัญและกำลังใจของพนักงานลดน้อยถอยลงไปว่ามีอะไรบ้าง ผลที่ออกมาก็มีดังต่อไปนี้ครับ

  • ขาดการสื่อความอย่างเปิดเผยในองค์กร พนักงานถึง 35% ตอบว่า ถ้าเขาทำงานในองค์กรที่ไม่มีการสื่อความกันเลย หรือขาดการสื่อความระหว่างผู้บริหารกับพนักงาน หรือมีการสื่อความ แต่เป็นการสื่อความแบบไม่ค่อยเปิดเผยนัก อ้ำๆ อึ้งๆ เหมือนมีอะไรปิดบังพนักงานอยู่ นี่จะเป็นสาเหตุที่ทำให้พนักงานรู้สึกว่าขวัญและกำลังใจในการทำงานลดลงไปได้อย่างเร็วที่สุด หรือเป็นประเภทต่างคนต่างทำงาน ไม่เคยมีการสื่อสารกัน ไม่มีการคุยกันในองค์กรแบบโปร่งใส ดังนั้นถ้าจะทำให้ขวัญและกำลังใจของพนักงานไม่หดหายไป ผู้บริหารจะต้องสร้างระบบการสื่อความภายในที่โปร่งใส และเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่มีอะไรปิดบังพนักงาน
  • ผู้บริหารล้วงลูกมากเกินไป พนักงานจำนวน 25% ตอบว่า ไม่ชอบให้ผู้บริหารเข้ามาล้วงลูกในการทำงานมากจนเกินไป ผู้บริหารบางคนเข้ามากำกับดูแลขั้นตอนการทำงานของพนักงานอย่างใกล้ชิดมากเกินไป จนทำให้พนักงานเกิดความอึดอัด รำคาญ และรู้สึกเหมือนกับว่าผู้บริหารไม่มีความไว้วางใจเขาให้ทำงาน ขวัญกำลังใจของพนักงานก็เริ่มลดลงไปเรื่อยๆ ดังนั้น ผู้บริหารคงต้องพิจารณาสไตล์การทำงานของพนักงานแต่ละคน พร้อมกับเปิดโอกาสให้พนักงานได้ลงมือทำงานด้วยตัวเขาเอง ให้ความไว้วางใจในการทำงาน ตรวจสอบผลเป็นระยะๆ และคอยให้ Feedback เมื่อมีโอกาส ขวัญกำลังใจของพนักงานก็น่าจะดีขึ้น
  • หัวหน้างานไม่ใส่ใจพนักงาน พนักงานจำนวน 20% ตอบว่า ขวัญกำลังใจที่ลดลงไป ก็เนื่องมากจาก การที่หัวหน้างานของตนเอง ไม่ใส่ใจ ไม่ให้ความสำคัญกับลูกน้องของตนเอง ปล่อยปละละเลยลูกน้อง รวมทั้งปฏิบัติต่อลูกน้องของตนเหมือนกับว่าเป็นเครื่องจักรมากกว่า เป็นมนุษย์ ทำดีไม่เคยชมเชย ไม่เคยให้ความสำคัญ แต่เมื่อไหร่ทำไม่ดีก็ด่าโดยไม่ไว้หน้าพนักงาน หรือหัวหน้างานลำเอียง เลือกที่รักมักที่ชัง ฯลฯ เมื่อรู้สึกดังนี้ ก็เริ่มไม่มีความสุข เริ่มรู้สึกไม่ดีในการทำงาน ขวัญและกำลังใจก็เริ่มลดลงไปเรื่อยๆ
  • มีความไม่มั่นคงในการทำงาน พนักงานประมาณ 15% มองเรื่องของความมั่นคงในการทำงาน ถ้าทำงานโดยที่ไม่รู้ว่าตนเองจะถูกไล่ออกเมื่อไหร่ ไม่รู้ว่าบริษัทจะปิดตัวลงเมื่อไหร่ หรือทำงานกับองค์กรที่มีปัญหาทางด้านการเงิน หรือผลงานที่ถดถอยอยู่ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ก็เป็นปัจจัยที่พนักงานให้ความสำคัญเช่นกัน เพราะถ้าขาดความมั่นคงในการทำงาน พนักงานก็จะเริ่มรู้สึกว่า งานที่ตนทำอยู่นั้นวันหนึ่งอาจจะถูกเลิกจ้างก็เป็นได้ ก็เลยไม่มีแรงที่จะทำงาน และสร้างผลงานใดๆ ให้กับองค์กร

เมื่อพอที่จะทราบสาเหตุว่าทำไมขวัญและกำลังใจของพนักงานลดลง สิ่งที่จะต้องทำเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในเรื่องนี้ก็คือ ตัวผู้บริหาร ผู้จัดการ และหัวหน้างาน ที่ต้องทำหน้าที่ดูแลคนนั้น จะต้องมีหน้าที่ในการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับพนักงาน โดยต้องไม่ปฏิบัติตามสาเหตุที่กล่าวมาข้างต้น แต่ต้องทำในทางตรงกันข้าม กล่าวคือ

  • ต้องพยายามสื่อสารกับพนักงานให้มากขึ้น และต้องเป็นการสื่อสารแบบเปิดเผยจริงใจ ไม่มีอะไรปิดบังซ้อนเร้น จัดให้มีการประชุม เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกัน และประชุมเพื่อที่จะให้พนักงานได้รับทราบถึงความคืบหน้าของการทำงานในองค์กรบ้าง เพื่อให้เขารู้สึกว่าเขาเองก็เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในองค์กร
  • ศึกษาลักษณะการทำงานของพนักงานแต่ละคน เพื่อที่จะได้ปรับเปลี่ยนวิธีการบริหารจัดการพนักงานแต่ละคนให้แตกต่างกันออกไป พนักงานแต่ละคนชอบ ไม่ชอบอะไรบ้าง หัวหน้างานก็ควรจะต้องศึกษาให้เข้าใจ และปฏิบัติต่อพนักงานแต่ละคนให้แตกต่างกันออกไป
  • ให้ความสำคัญกับลูกน้องของตนเองให้มากขึ้น ให้คำชมเชยเวลาพนักงานทำงานได้ดี แสดงออกให้เขาเห็นว่า เขามีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กร เวลาพนักงานทำงานผิดพลาด ก็คุยอย่างใจเย็นและเข้าใจเขา พร้อมทั้งให้ความรู้ และพัฒนาเขาให้สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ในการทำงานได้ด้วยตนเอง และเมื่อเขาทำได้ ก็อย่าลืมให้กำลังใจเขาเพิ่มเติมด้วย

วิธีการเหล่านี้ไม่ใช่วิธีการที่ยากมากมาย หัวหน้างาน ผู้จัดการทุกคนสามารถทำได้อยู่แล้ว อยู่ที่ท่านจะทำหรือไม่มากกว่า ลองมองผลดีที่จะเกิดขึ้นกับองค์กร และผลงานของพนักงานในกรณีที่พนักงานมีขวัญกำลังใจที่ดี เขาก็จะมีความสุข และเมื่อเขามีความสุข เขาก็จะสร้างผลงานที่ดีให้กับตนเอง และองค์กรด้วย

วันนี้ท่านให้กำลังใจลูกน้องท่านบ้างหรือยังครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s