จากพนักงานมือดี กลายเป็นพนักงานยอดแย่ได้อย่างไร

bademployees

ผลงานพนักงานจะดี หรือไม่ดีนั้น ส่วนหนึ่งมาจากองค์กรว่ามีการสนับสนุน และส่งเสริมให้พนักงานได้แสดงผลงานอย่างที่ต้องการหรือไม่ และอีกส่วนหนึ่งมาจากตัวพนักงานเองว่า มีความรู้ความสามารถ และมีพลังที่จะแสดงผลงานที่ดีออกมาได้มากสักแค่ไหนด้วยเช่นกัน

จากบทความที่แล้ว ที่ได้กล่าวถึงปัจจัยที่จะทำให้พนักงานมีผลงานที่ดีว่า จะต้องประกอบไปด้วย

  • พนักงานต้องรู้เป้าหมายในการทำงานของตนเองที่ชัดเจนมากๆ ซึ่งพนักงานจะรู้ได้อย่างไร ก็ได้จาก การที่หัวหน้างานโดยตรงเป็นผู้ที่ร่วมกำหนดเป้าหมายในการทำงาน และมีการชี้แจง อธิบายเป้าหมายนั้นๆ ให้กับพนักงานทราบ และเข้าใจตรงกัน ส่วนหนึ่งที่ทำให้พนักงานมีผลงานที่ดีได้ ก็มาจากการที่พนักงานเข้าใจภาพเป้าหมายในการทำงานที่ชัดเจน รู้ว่าตนเองจะต้องทำอะไร อย่างไร
  • พนักงานจะต้องมีความรู้และทักษะในการทำงานนั้นๆ ถ้าพนักงานจะมีผลงานที่ดีได้ อีกปัจจัยหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลย ก็คือ พนักงานคนนั้นจะต้องมีความรู้ และมีทักษะที่ดีในการทำงานที่ตนเองได้รับมอบหมายมา ซึ่งความรู้ก็อาจจะได้มาจาก การศึกษา การอบรม การถูกสอนงานจากหัวหน้า ส่วนทักษะในการทำงานก็ได้จากการฝึกฝนจนเชี่ยวชาญ และสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยในกรณีที่เราต้องการที่จะให้พนักงานมีความรู้ทักษะที่เพิ่มขึ้น เพื่อพร้อมที่จะสร้างผลงานที่ดี ก็คือ หัวหน้าจะต้องคอยให้ Feedback แก่พนักงานคนนั้นอยู่เป็นประจำ ว่าอะไรที่ดี อะไรที่ไม่ดี และที่ไม่ดีนั้น มีสาเหตุมาจากขาดความรู้และทักษะอะไรบ้าง เพื่อที่จะได้เติม และพัฒนาให้พนักงานมีความรู้และทักษะเหล่านั้น เพื่อให้ทำงานได้ตามเป้าหมายที่กำหนดนั่นเอง
  • พนักงานจะต้องมีแรงจูงใจในการทำงาน ปัจจัยสุดท้าย ที่จะทำให้พนักงานมีผลงานที่ดีหรือไม่ ก็คือ พนักงานคนนั้นมีแรงจูงใจในการทำงานมากน้อยเพียงใด พนักงานคนนั้นรู้สึกอยากมาทำงานจริงๆ หรือไม่ และเมื่อมาทำงานแล้ว พนักงานอยากที่จะทำให้มันดีที่สุดหรือไม่ หรือแค่สักแต่ว่าทำไปวันๆ และสุดท้ายก็คือ อยากที่จะทำให้มันดีขึ้นอย่างต่อเนื่องหรือไม่ ซึ่งทั้งหมดนี้ก็อยู่ที่การสร้างแรงจูงใจจากองค์กร หัวหน้างาน และจากตัวพนักงานเองส่วนหนึ่งด้วยเช่นกัน

พนักงานที่มีผลงานที่ดี หรือที่เราเรียกกันว่า พวก Talent หรือ Star นั้น ก็คือ พนักงานที่มีทั้ง 3 ปัจจัยข้างต้น หรือบางคนอาจจะไม่ค่อยได้รับรู้เรื่องเป้าหมายในการทำงานจากหัวหน้างานมากนัก แต่พนักงานกลุ่มนี้กลับพยายามที่จะสอบถาม และทำให้ตนเองทราบว่า จริงๆ แล้วงานที่ตนเองทำนั้นมีเป้าหมายอย่างไร และจะต้องทำอย่างไรที่จะมีผลงานที่ดีเข้าตาลูกพี่ได้จริงๆ โดยการสอบถามจากหัวหน้าของตนเองโดยตรงว่า หัวหน้าคาดหวังผลงานอะไรบ้าง และจะต้องทำอย่างไรถึงเรียกว่ามีผลงานที่ดี เพื่อที่จะทำความเข้าใจความคาดหวังในผลงานร่วมกัน

จากนั้นพนักงานกลุ่มนี้ก็จะใช้ความรู้ทักษะที่มี ในการสร้างผลงาน ถ้าพนักงานรู้ตัวว่ายังขาดความรู้ทักษะบางอย่างอยู่บ้าง พนักงานกลุ่มนี้จะพยายามที่จะขวนขวายหาความรู้เพิ่มเติมใส่ตัวเอง รวมทั้งพูดคุยและหารือกับหัวหน้าในเรื่องของการไปฝึกอบรม หรือการพัฒนาในรูปแบบอื่นๆ เพื่อที่จะได้มาซึ่งความรู้และทักษะในการทำงานที่ต้องการ

ส่วนเรื่องของแรงจูงใจนั้นพนักงานที่เป็น Star ขององค์กรนั้น ถือว่า มีแรงจูงใจในตนเองอย่างเต็มเปี่ยม มีพลังในตนเองที่จะสร้างผลงานที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยที่หัวหน้าเองก็ต้องคอยกระตุ้นและเสริมแรงในเชิงบวกอยู่เสมอ เพียงแต่มันจะไม่อยากเท่ากับพนักงานที่ไม่มีแรงจูงใจในตนเองเลย

คำถามที่ตามมาก็คือ ทำไมพนักงานที่เป็น Star อยู่ดีๆ วันดีคืนดีกลับหลุดจาก star แล้วกลายเป็น Deadwood ได้โดยใช้เวลาเพียงไม่นานนัก สาเหตุหลักมาจาก

  • ขาดแรงจูงใจในการทำงาน ปัจจัยแรกที่เป็นตัวทำให้ผลงานพนักงานตกต่ำได้ในทันที ก็คือ เรื่องของแรงจูงใจในการทำงานนั่นเองครับ พนักงานที่ทำงานโดยที่ไม่มีแรง ไม่มีพลังในการทำงานเลย แม้ว่าจะเก่งแค่ไหนก็ตาม ผลงานก็ไม่ออกมาดีได้เลยครับ แล้วสาเหตุที่สำคัญที่ทำให้พนักงานขาดแรงจูงใจในการทำงานก็คือ การที่หัวหน้า และผู้บริหารของตนเองไม่ใส่ใจ ไม่สนใจ ไม่เคยที่จะให้การยอมรับในผลงาน มีแต่เอาผลงานเราไปเอาหน้ากับนายอีกที หรือไม่ก็มีแต่คำด่าๆ เวลาที่ทำงานออกมาได้ไม่ถูกใจ แต่ไม่เคยคิดที่จะสอนหรือบอกว่าอะไรที่ถูกใจ
  • ไม่ได้รับการพัฒนาความรู้ทักษะอะไรเลย แรงจูงใจของพนักงานมันลดลงไปได้ก็เนื่องมาจาก พนักงานรู้สึกว่าทำงานไปแล้วไม่เคยได้รับการพัฒนาอะไรเลย หัวหน้ามีแต่บอกเป้าหมาย บอกความคาดหวังของงาน แต่กลับไม่เคยคิดที่จะวางแผนพัฒนาพนักงานให้ทำงานให้ได้ตามเป้าหมายที่ต้องการ เรียกว่า อยากให้พนักงานทำงานให้ผลงานออกมาดีที่สุด แต่ไม่คิดที่จะสอน หรือพัฒนาอะไรพนักงานเลย

แค่สองปัจจัยข้างต้น ถ้าหัวหน้างานในองค์กรของเราเอาไปใช้กับพนักงานบ่อยๆ ผมรับรองว่า พนักงานที่มีผลงานที่ดีเยี่ยมในองค์กรของเราจะกลายเป็นพนักงานที่มีผลงานยอดแย่ไปได้เลยเช่นกัน เพราะขาดแรงจูงใจในการทำงานที่ดี แต่เชื่อหรือไม่ครับว่า ถ้าพนักงานคนนั้นเป็น Star ตัวจริง เขาก็จะเป็น Star อยู่ดี เขาจะไม่ทำให้ผลงานเขาแย่ลงอยู่แล้ว

แต่สิ่งที่เขาจะทำก็คือ ออกไปเป็น Star ขององค์กรอื่น ที่พร้อมที่จะให้เขาฉายแสงได้อย่างเต็มที่นั่นเอง

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s