งบประมาณการฝึกอบรมลดลง ทำให้การพัฒนาพนักงานลดลงด้วยจริงหรือ

ระยะนี้เป็นช่วงที่มีปัญหาเศรษฐกิจทั้งในประเทศเราเอง และต่างประเทศ องค์กรหลายแห่งเริ่มมีมาตรการรัดเข็มขัด โดยมีการประกาศลดต้นทุนการทำงาน ลดเวลาการทำงาน และที่แรงสุดก็คือ ลดพนักงานลง เพื่อทำให้ธุรกิจยังคงอยู่รอดได้ บางองค์กรอาจจะไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจโดยตรง แต่ก็ได้รับผลกระทบในทางอ้อม ซึ่งก็ต้องระมัดระวังตนเองอยู่พอสมควร ก็เลยเป็นเหตุให้งบประมาณที่ถูกตัดในปีนี้ก็คืองบประมาณทางด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล โดยเฉพาะงบประมาณทางด้านการฝึกอบรม

และด้วยเหตุผลนี้เอง ที่ทำให้หลายๆ องค์กรใช้เรื่องของงบประมาณมาเป็นข้ออ้างกับผู้บริหารว่า ก็เพราะไม่มีงบประมาณในการฝึกอบรม ก็เลยทำให้ไม่สามารถที่จะพัฒนาพนักงานได้ เหตุผลนี้ท่านผู้อ่านคิดอย่างไรครับ

ในเรื่องของการพัฒนาทรัพยากรบุคคลนั้น เรายังมีเครื่องมืออีกมากมายครับ ไม่ใช่แค่เพียงการฝึกอบรมเพียงอย่างเดียว จริงๆ แล้วการฝึกอบรมพนักงานนั้นเป็นเครื่องมือที่เหมาะสำหรับ การให้ความรู้ในลักษณะที่ในองค์กรไม่เคยมีมาก่อน และต้องไปหาจากภายนอกเข้ามา รวมทั้งเป็นการเปิดโลกทัศน์ของคนเรียนให้มองเห็นวิธีการปฏิบัติงานขององค์กรอื่นๆ

consultantแต่ถ้าเราต้องการพัฒนาพนักงานในการทำงาน หรือพฤติกรรมบางอย่างที่องค์กรต้องการให้มี เราก็สามารถใช้เครื่องมืออื่นๆ ที่ไม่ใช่การฝึกอบรมก็ได้ เรียกได้ว่า แม้ว่างบประมาณของการฝึกอบรมจะถูกตัดลงไปจนไม่เหลือสักบาท เราก็ยังสามารถที่จะพัฒนาพนักงานในองค์กรได้ด้วยวิธีการอื่นๆ วิธีการเหล่านั้นมีอะไรบ้าง ลองมาดูกันนะครับ

  • On the Job Training วิธีแรกที่ไม่ต้องเสียเงินงบประมาณเลยก็คือ การอบรมแบบทำงานไปด้วย ก็คือ ให้พนักงานที่ทำงานได้รับการฝึกอบรมการทำงานที่หน้างานเลย เรียนรู้วิธีการทำงานไปพร้อมกับการทำงานจริงๆ ซึ่งปกติแล้ว OJT เรามักจะทำกันช่วงที่พนักงานเข้าทำงานกันใหม่ๆ แต่จริงๆ แล้วก็ไม่จำเป็น เพราะเราสามารถประยุกต์ใช้วิธีการนี้ในการพัฒนาพนักงานที่ประสบการณ์ในการทำงานมาแล้วก็ได้เช่นกัน
  • Internal Training เป็นการฝึกอบรมภายใน โดยใช้พนักงานที่มีความรู้ความสามารถในเรื่องนั้นๆ หรือ พนักงานที่มีความสามารถในการเป็นวิทยากรภายในได้ มาเป็นผู้ออกแบบหลักสูตร และให้ความรู้แก่พนักงานภายในบริษัท ซึ่งวิธีการนี้ปัจจุบันหลายองค์กรก็ใช้กันอย่างแพร่หลาย บางหลักสูตรก็ให้พนักงาน หรือวิทยากรภายในคนนี้ ไปศึกษา และเรียนรู้วิธีการที่ถูกต้องมาก่อน จากนั้นก็ให้เขาเป็นผู้ออกแบบ และทำหลักสูตร จากนั้นก็เริ่มวางแผนในการอบรม วิธีนี้ใช้งบประมาณในการอบรมน้อยมาก ถ้าจะมี ก็เป็นงบที่ส่งพนักงานที่เป็นวิทยากรภายในไปอบรมภายนอกมากกว่า แต่จริงๆ ก็ยังมีอีกหลายวิธีที่สามารถเรียนรู้ได้ เพื่อนำความรู้นั้นมาถ่ายทอดต่อกันภายในองค์กร
  • Coacoaching puzzleching วิธีการนี้ เป็นอีกวิธีหนึ่งที่นิยมกันมากขึ้น เป็นวิธีการพัฒนาพนักงานรายบุคคลที่ดี วิธีการก็คือ คนที่เป็นผู้จัดการ หรือหัวหน้างาน สามารถทำตัวเป็น Coach เพื่อสอนแนะการทำงานให้กับลูกน้อง เรื่องของการ Coach นั้นจะไม่เหมือนกับการ on the job training ตรงที่ การ Coach จะต้องมีการกำหนดเรื่องที่จะโค้ช และต้องมีการวางแผนการโค้ชแบบตัวต่อตัว กับพนักงานคนที่เราต้องการจะพัฒนาด้วยวิธีการนี้ ซึ่งถ้าเราทำกันภายในองค์กรก็มักจะเป็นการให้หัวหน้างานโดยตรงเป็นคนโค้ชลูกน้องตนเอง หรือถ้าจะให้ลึกขึ้นกว่านี้ ก็คือ หาพนักงานที่เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ มีบารมี มีประสบการณ์มากพอ เป็นโค้ชภายในองค์กร และทำหน้าที่โค้ชพนักงานภายใน โดยมุ่งเน้นไปที่พนักงานที่เป็น talent ก่อนเลยก็ได้ ด้วยวิธีการโค้ช จะทำให้พนักงานมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่เราต้องการ และทำให้พนักงานมีความมั่นใจและมีความสามารถที่โดดเด่นขึ้นได้อย่างเห็นได้ชัด ถ้าเราโค้ชเขาได้อย่างถูกทาง
  • Self-Development การพัฒนาตนเอง เป็นวิธีการพัฒนาพนักงานโดยให้ตัวพนักงานเองพัฒนาตนเอง ซึ่งวิธีการส่วนใหญ่ก็คือ การมอบหมายให้ไปอ่านหนังสือเรื่องต่างๆ ที่ต้องการให้พัฒนา แล้วก็นัดประชุม เพื่อให้พนักงานคนนั้นมาเล่าให้ฟังว่า ที่อ่านมานั้นได้อะไรบ้าง และจะเอามาพัฒนาการทำงานของตนได้อย่างไรบ้าง
  • Job Assignment การมอบหมายงาน เป็นวิธีการพัฒนาพนักงานอีกวิธีหนึ่งที่ไม่ต้องใช้เงินงบประมาณอะไรเลย เพียงแต่คนที่เป็นหัวหน้าจะต้องมีทักษะในการมอบหมายงาน และทักษะในการบริหารจัดการการทำงานของลูกน้องได้ดี เราสามารถมอบหมายงานที่ท้าทาย ให้กับลูกน้องของตนเองได้ และร่วมกันวางแผนการทำงาน จากนั้นก็ปล่อยให้ไปดำเนินการ และให้มีการประชุมเพื่อทราบความคืบหน้าเป็นระยะๆ ที่สำคัญก็คือ เวลาที่มีการประชุมติดตามงานกัน ก็ให้สอบถามพนักงานเสมอว่า มีปัญหาอะไร แก้ไขอย่างไร และได้เรียนรู้อะไรบ้าง ฯลฯ ซึ่งถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการทำงานจริงๆ ร่วมกัน ก็ถือเป็นการเรียนรู้และการพัฒนาพนักงานที่ดีได้อีกทางหนึ่ง

จะเห็นว่าแม้ว่างบประมาณในการฝึกอบรมของบริษัทถูกตัดไป แต่เราก็ยังสามารถที่จะพัฒนาพนักงานได้ และวิธีการพัฒนาพนักงานข้างต้นเป็นวิธีการที่ได้ผลมากกว่าการส่งพนักงานไปฝึกอบรมภายนอกเสียอีก ถ้าเราทำกันอย่างถูกต้อง

ไม่มีเงินก็ยังสามารถพัฒนาพนักงานได้ครับขอให้มีความตั้งใจและมีเจตนาที่จะพัฒนาจริงๆ

2 คิดบน “งบประมาณการฝึกอบรมลดลง ทำให้การพัฒนาพนักงานลดลงด้วยจริงหรือ

    • ติดตามอ่านได้ตลอดครับ ไม่ต้องเป็นสมาชิกครับ หรือกด like ที่ facebook prakal hr community ครับ ก็สามารถรับบทความอ่านได้ครับผม ขอบคุณมากครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s