นิทานสอนใจ แพะเจ้าปัญญา

แพะ

วันนี้ขอนำเอานิทานจาก อัตถัสสทวารชาดก ซึ่งเรียบเรียงโดย พัชรี มีสุคนธ์ มาให้อ่านกันนะครับ เป็นเรื่องราวของแพะเจ้าปัญญาที่มีสติปัญญา และมีไหวพริบจนทำให้แก้ปัญหา และหลุดพ้นจากสิ่งเลวร้ายไปได้ ลองอ่านดูนะครับ

ครั้งหนึ่งในอดีตกาล มีชายหนุ่มคนหนึ่งเลี้ยงแพะมานานหลายปี ต่อมาเขารู้สึกเบื่อหน่ายจึงตัดสินใจเลิกเลี้ยงแพะและคิดจะนำแพะทั้งหมดไปขายที่โรงฆ่าสัตว์

ขณะที่ชายหนุ่มกำลังต้อนฝูงแพะไปยังโรงฆ่าสัตว์ มีพ่อแพะและแม่แพะแอบหนีออกมาจากฝูงในขณะที่เจ้าของเผลอ ทั้งสองวิ่งหนีจนสุดชีวิตเข้าไปในป่าลึกและพบต้นไม้ต้นหนึ่งใกล้เนินเขา ที่โคนต้นไม้เป็นโพรงลึกเข้าไปในดินใช้กำบังตนได้อย่างปลอดภัย

ทั้งสองอาศัยในโพรงอย่างมีความสุข ต่อมาแม่แพะก็มีลูกแพะเล็กๆ น่ารักสามตัว

วันหนึ่งขณะที่พ่อแพะและแม่แพะกำลังนอนอยู่กับลูกๆ ทั้งสามในโพรงต้นไม้ ทันใดนั้น มีเสือโคร่งหิวโซตัวหนึ่งเดินผ่านมาได้ยินเสียงลูกแพะร้อง จึงย่องเข้าไปเพื่อที่จะจับกินเป็นอาหาร พ่อแพะและแม่แพะได้กลิ่นเสือก็ตกใจมาก

แม่แพะร้องว่า “แย่แล้ว! ทำยังไงดี พวกเราต้องตายกันหมดแน่ๆ เลย”

พ่อแพะตั้งสติและคิดอุบายขึ้นจึงได้แกล้งดัดเสียงห้าวน่ากลัว ตะโกนดังก้องออกจากโพรงว่า

“เจ้าลูกจอมยุ่ง ชอบกวนอยู่เรื่อย ให้กินเท่าไหร่ก็ไม่พอ ร้องกินโน่นกินนี่ เมื่อเช้ากินเสือเข้าไปหนึ่งตัว กินวัวสองตัว เมื่อตอนเที่ยงก็กินหมูป่าอีกสามตัว ยังไม่อิ่มอีกหรือ ยุ่งจริงๆ”

พอเสือได้ยังดังนั้น ก็ตื่นตกใจ คิดว่าคงไม่ใช่แพะอย่างที่คิด “มันคงเป็นสัตว์ประหลาดอย่างแน่นอน เพราะมันกินสัตว์เข้าไปมากมายขนาดนั้น”

เสือกลัวจนตัวสั่น ยืนเก้ๆ กังๆ อยู่หน้าโพรงต้นไม้ พ่อแพะได้ที ก็ตะโกนเสียงดังกว่าเดิมอีกว่า “ลูกหยุดร้องซะทีเถอะน่า ประเดี๋ยวพ่อจะออกไปจับเสือมาให้กิน รอพ่ออยู่ที่นี่ล่ะ พ่อจะรีบกลับมา”

เสือได้ยินก็ยิ่งกลัวมากขึ้น รีบกระโจนไปทันที

ขณะนั้นมีสุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่งกำลังออกหาอาหาร บังเอิญมาพบเสือเข้าจึงถามขึ้นว่า

“เฮ้ ท่านเสือผู้ยิ่งใหญ่ วิ่งหน้าตื่นหนีใครมาล่ะ”

เสือตอบว่า “ข้าเกือบไม่รอดเสียแล้ว สัตว์ประหลาดในโพรงไม้จะจับข้ากินเป็นอาหารน่ะสิ”

สุนัขจิ้งจอกฟังเรื่องราวทั้งหมดก็หัวเราะดังลั่น “ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่า ไม่ใช่สัตว์ประหลาดที่ไหนหรอก สงสัยท่านโดนเจ้าแพะหลอกเข้าแล้วล่ะ”

เสือไม่ยอมเชื่อสุนัขจิ้งจอก และยืนยันว่าสิ่งที่ตนได้ยินเป็นสัตว์ประหลาดดุร้ายน่ากลัวที่สุดอย่างแน่นอน

ทั้งสองเถียงกันอยู่นาน สุนัขจิ้งจอกจึงพูดขึ้นว่า “ถ้าอย่างนั้น เราไปพิสูจน์ด้วยกันเลยดีกว่า”

เสือนึกกลัวไม่กล้ากลับไปที่โพรงต้นไม้อีก แต่ถ้าไม่กล้าไปก็กลัวจะถูกสุนัขจิ้งจอกว่าเป็นเสื้อขี้ขลาดจึงกล่าวว่า

“ข้าจะพาเจ้าไปก็ได้ แต่เจ้าต้องเข้าไปดูคนเดียวนะ” สุนัขจิ้งจอกรู้ทันก็พูดขึ้นว่า “ไม่ได้หรอก ถ้าข้าเข้าไปดูคนเดียว และรู้ว่าเป็นแพะ พอกลับมาบอกท่าน ท่านก็คงไม่เชื่อข้าอยู่ดีนั่นแหละ”

เสือต่อว่าสุนัขจิ้งจอกว่า “เจ้าคิดจะหลอกให้ข้าไปตายคนเดียวน่ะสิ ข้ารู้ทันนะ”

สุนัขจิ้งจอกจึงเสนอว่า “ถ้าอย่างนั้นเราเอาหางผูกกันไว้ หากเกิดอะไรขึ้นจะได้ไม่ทิ้งกัน ดีไหมล่ะ”

เสือเห็นว่าเป็นความคิดที่ดีจึงตอบตกลง

วันต่อมาสุนัขจิ้งจอกและเสือก็เอาหางผูกติดกันไว้จนแน่น จากนั้นก็เดินทางไปที่โพรงต้นไม่ใหญ่ พอไปถึงเสือก็ชี้บอกว่า “นั่นไง สัตว์ประหลาดอยู่ในโพรงต้นไม้นั่นแหละ”

พ่อแพะแอบเห็นเสือกับสุนัขจิ้งจอกจึงตั้งสติใช้ปัญญาคิดอุบายทำเสียงห้าว ตะโกนออกจากโพรงว่า

“เจ้าสุนัขจิ้งจอกนี่แย่จริงๆ ข้าใช้ให้ไปหลอกจับเสือมาให้ข้ากินตั้งแต่เช้าแล้ว จนป่านนี้ยังไม่มาเลย มัวแต่ไปเถลไถลอยู่ที่ไหนนะ ข้าหิวจะตายอยู่แล้ว”

เมื่อเสือได้ยินเข้าก็เข้าใจว่าถูกสุนัขจิ้งจอกหลอกมาให้สัตว์ประหลาดกินจริงๆ ก็ตกใจกลัว รีบกระโจนหนี ลืมไปว่าหางของตนมันติดอยู่กับหางของสุนัขจิ้งจอก

ส่วนสุนัขจิ้งจอกก็อยากจะเข้าไปดูให้รู้ว่าเป็นสัตว์ประหลาดจริงๆ หรือไม่ ทั้งสองยื้อยุดฉุดดึงกันจนพากันล้มกลิ้งลงไปในแม่น้ำตายในที่สุด

 

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ถ้าเรามีสติ เราก็จะมีปัญญาเกิดขึ้น ปัญหาหนักหนาสักแค่ไหน ก็สามารถแก้ไขได้ด้วยไหวพริบและสติปัญญาที่เรามี

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s