จะเชื่อใครดี ระหว่างพนักงานกับผู้บริหาร

orgchart

ในการสำรวจความพึงพอใจ และความผูกพันของพนักงานในองค์กร สิ่งที่จะต้องทำก็คือ การเก็บข้อมูลจากพนักงานในแต่ละระดับในองค์กร ว่าคิดและรู้สึกอย่างไรกับเรื่องราวต่างๆ ในองค์กรของตน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ผู้นำองค์กร การบริหารจัดการ ระบบงานภายใน บรรยากาศในการทำงาน หัวหน้า ค่าตอบแทน สวัสดิการ ฯลฯ จากผลการสำรวจก็มีหลายประเด็นที่มีมุมมองที่แตกต่างกันระหว่างพนักงานกับผู้บริหาร ซึ่งบางครั้งฝ่ายบุคคลเองก็ไม่รู้จะเชื่อใครดีระหว่างสองฝ่ายนี้ ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นประเด็นเรื่องของระบบการบริหารบุคคล และเรื่องของการดูแลพนักงานภายในองค์กรมากกว่า ลองมาดูว่ามีประเด็นอะไรบ้าง

  • พนักงานมองว่าระบบค่าตอบแทนขององค์กรไม่เป็นธรรม โดยให้เหตุผลตั้งแต่เรื่องของระดับงานที่ใช้อยู่ ว่าเป็นระดับงานที่เก่า ล้าสมัย และเน้นไปที่อายุงานมากกว่าเรื่องของหน้าที่และความรับผิดชอบ แต่ผู้บริหารกลับมองว่า เป็นระดับงานที่ดีอยู่แล้ว ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับเรื่องนี้เลย เป็นระดับงานที่มากพอที่จะให้พนักงานเติบโตได้ ใครทำงานนานก็เติบโตกันไป เพื่อที่จะได้รักษาพนักงานให้ทำงานกับองค์กรไปนานๆ
  • พนักงานรู้สึกว่าโครงสร้างเงินเดือนของบริษัทแข่งขันไม่ได้ เพราะคนเก่ง คนดี ทำงานได้สักพัก พอได้เรียนรู้งานแล้ว ก็มักจะถูกบริษัทอื่นซื้อตัวไป ก็เลยอยากให้ทบทวนและตรวจสอบโครงสร้างเงินเดือนที่ใช้อยู่ แต่ผู้บริหารมองว่า โครงสร้างเงินเดือนที่ใช้อยู่นั้น เป็นโครงสร้างเงินเดือนที่ทันสมัย ไม่ได้จ่ายน้อยเลย เพราะเวลาที่ต้องการคน ก็สามารถจ้างได้ตลอด พนักงานที่ทำงานอยู่นั้น ก็ไม่ได้จะลาออกมากมายอะไร อยู่ในเกณฑ์ที่รับได้
  • พนักงานมองว่า ระบบการประเมินผลงานขององค์กรไม่เป็นธรรม หัวหน้าและผู้บริหารใช้ความรู้สึกในการประเมินมากจนทำให้คนเก่งคนดีหมดกำลังใจในการทำงาน แต่ผู้บริหารบอกว่า ตนมีความตรงไปตรงมาในการประเมินผลงาน พิจารณาจากผลงานของพนักงานจริงๆ ไม่ได้ใช้ความรู้สึกแต่อย่างใด แม้ว่าจะไม่ได้นำเอา KPI มาใช้ แต่ก็มั่นใจว่า ผลการประเมินที่ประเมินออกมานั้นเป็นไปตามผลงานของพนักงานอย่างแท้จริง
  • พนักงานมองว่า ระบบการขึ้นเงินเดือน และการให้โบนัสจะต้องเปลี่ยน เพื่อตอบแทนผลงานพนักงานจริงๆ เนื่องจากปัจจุบันยังไม่สะท้อนผลงานพนักงาน แต่ละคนได้ขึ้นเงินเดือนพอๆ กัน โบนัสก็ไม่ได้แตกต่างกัน แต่ผู้บริหารมองว่า ระบบการขึ้นเงินเดือนขององค์กรเป็นระบบที่ดีอยู่แล้ว มีการกระจายงบประมาณการขึ้นเงินเดือน และการให้โบนัสที่ไม่น้อยหน้าบริษัทอื่นๆ เลยด้วยซ้ำไป
  • พนักงานมองว่า ระบบการเติบโตในสายอาชีพ (Career Path) ของบริษัทเน้นไปที่อายุงาน และไม่มีเกณฑ์ที่ชัดเจนแน่นอน อยู่ที่ความรู้สึกของผู้บริหารมากกว่าที่ข้อเท็จจริงและผลงานของพนักงานแต่ละคน แต่ผู้บริหารบอกว่า พนักงานทุกคนของบริษัทจะได้รับโอกาสในการเติบโตอย่างเป็นธรรมและทั่วถึง และมีการพิจารณากันอย่างเข้มข้นจากผลงานของพนักงานแต่ละคน เพื่อมั่นใจได้ว่า พนักงานที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งนั้นเป็นคนที่เหมาะสมแล้ว
  • พนักงานแจ้งว่า ผู้บริหารขององค์กรเองจะต้องเปลี่ยนวิธีในการบริหารจัดการ ต้องมีความเป็นธรรม และต้องมีการสื่อสารให้มากขึ้น อีกทั้งยังต้องพัฒนาทักษะการเป็นผู้นำให้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ผู้บริหารบอกว่า ทีมบริหารขององค์กรนี้ เป็น Dream Team เลยทีเดียว เพราะเป็นคนที่มีภาวะผู้นำสูงมาก มีความเป็นมืออาชีพ และสามารถบริหารจัดการให้องค์กรเติบโตได้อย่างที่เห็น

ยังมีอีกหลายเรื่องที่มองแตกต่างกันระหว่างพนักงานกับผู้บริหาร เอาแต่ประเด็นข้างต้น ท่านผู้อ่านอ่านแล้วรู้สึกอย่างไรบ้างครับ จะเชื่อใครดี ถ้าท่านจะต้องปรับปรุง และพัฒนาระบบการบริหารจัดการของบริษัท ข้อมูลไหนที่เป็นข้อมูลที่ถูกต้องและสามารถนำไปใช้ได้จริง

ผมเองในฐานะที่ปรึกษาก็เคยเจอกับกรณีแบบนี้มาเยอะเหมือนกัน ในบางครั้งเราเองที่มองว่า มีบางอย่างที่ควรจะเปลี่ยนแปลง เพราะที่เป็นอยู่มันอาจจะไม่เอื้อต่อการเติบโตไปตามกลยุทธ์ขององค์กรที่วางไว้ วิเคราะห์และเก็บข้อมูลเรียบร้อย พร้อมให้แนวทางในการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน

แต่เชื่อมั้ยครับ ผู้บริหารระดับสูงตอบกลับมาว่า “ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไรหรอก ที่มีอยู่น่ะดีอยู่แล้ว อย่าไปแตะมันเลย เดี๋ยวจะมีปัญหาซะเปล่าๆ”

เจอเข้าไปแบบนี้ HR และที่ปรึกษาก็ไปไม่ถูกเหมือนกันครับ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s