นิทานสอนใจ ทำตัวเองให้ดีที่สุด คือชีวิตที่สมบูรณ์แบบ

พระกับมาร

วันศุกร์สุดท้ายของเดือนพฤศจิกายนแล้วนะครับ อีกไม่กี่วันก็จะเข้าสู่เดือนสุดท้ายของปีกันแล้ว เป็นอย่างไรกันบ้างครับ เกือบ 1 ปีที่ผ่านไป ชีวิตของเรามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง บางคนอาจจะไม่เปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก ในขณะที่บางคนอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงมากมายผ่านเข้ามา แค่เพียงเวลา 1 ปี มันอาจจะมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนสามารถเปลี่ยนชีวิตของคนเราได้ อย่างไรก็ดี ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเราทำตัวของเราเองให้ดีที่สุด ชีวิตของเราก็จะมีแต่ความสมบูรณ์แบบ เราไม่จำเป็นต้องไปเปรียบเทียบกับใคร ใครจะดี จะเลว เป็นเรื่องของคนอื่น ตัวเราทำตัวเราเองให้ดีที่สุดแค่นั้นก็เพียงพอแล้ว ลองอ่านนิทานวันนี้ดูนะครับ เผื่อจะได้ข้อคิดอะไรไปปรับใช้กันบ้างครับ

ในชั้นเรียนของหวงเหว่ยมีนักเรียนหญิงที่พิเศษมาเข้าเรียนคนหนึ่ง นักเรียนหญิงผู้นี้เปรียบกับคนอื่นแล้วนับได้ว่าไม่มีข้อดีข้อเด่นเอาเสียเลย ร่างกายที่พิการ เป็นใบ้ จัดว่าเป็นลูกเป็ดขี้เหร่สมชื่อ

นักเรียนหญิงผู้นี้ชื่อว่าหวงเหม่ยเหลียน วันหนึ่งถึงชั่วโมงที่เธอจะต้องขึ้นเวทีเพื่อบรรยายท่ามกลางเสียงหัวเราะของนักเรียนทั้งชั้น เธอเดินขึ้นเวทีอย่างมั่นใจ โบกมือให้เป็นระยะ เงยหน้ายืดคอ คางที่ผอมแหลมของเธอดูราวกับเส้นตรงเส้นหนึ่ง เธออ้าปากหรี่ตาจนหยี มองดูนักเรียนเบื้องล่างเวที เสียงจี๊ๆจ๊าๆในลำคอของเธอไม่รู้ว่าเธอพูดอะไร

หวงเหว่ยมองดูเธอด้วยความรู้สึกที่ลำบากใจ และ ณ.ขณะนั้นการแสดงของเธอก็สิ้นสุดลง ทันใดนั้นมีนักเรียนคนหนึ่งยืนขึ้นแล้วตะโกนถามว่า

“หวงเหม่ยเหลียน พวกเรารู้ว่าเธอเป็นโปลิโอตั้งแต่เด็ก ขอถามหน่อยว่าเธอมองดูตัวเองอย่างไร”

จากนั้น ยังได้ยินเสียงพูดค่อยๆ ว่า “เจ้าเป็ดขาเป๋” ทำให้นักเรียนรอบข้างหัวเราะเสียงดัง

ได้ยินเสียงหัวเราะของพวกเขา หวงเหว่ยทั้งโกรธทั้งเสียใจ โกรธที่นักเรียนเหล่านี้ช่างไร้เดียงสา เสียใจที่คำถามเช่นนี้เป็นการทำร้ายเพื่อนร่วมชั้น หวงเหว่ยปิดหูไม่อยากได้ยินสิ่งที่จะทำให้ทุกข์มากขึ้นอีก

ใครจะรู้ว่านอกจากเธอไม่โกรธหรือเสียใจแต่ประการใด ยังยิ้มอย่างสวยงามแล้วเขียนหนังสือตัวพลิ้วบนกระดานดำว่า

“1. ฉันดูน่ารัก 2.ขาของฉันทั้งยาวทั้งสวย 3.พ่อและแม่รักฉันมาก 4.ฉันวาดภาพได้ 5.ฉันเขียนบทความได้ 6.ฉันมีแมวที่น่ารักตัวหนึ่ง”

ชั่วพริบตา ภายในชั้นเรียนเงียบสนิท หวงเหม่ยเหลียนยิ้มๆแล้วเขียนต่อว่า

“ฉันเพียงแต่เห็นในสิ่งที่ฉันมี ไม่มองในสิ่งที่ฉันไม่มี”  

ทันใดนั้น เสียงปรบมือดังกึกก้องในชั้นเรียน คำพูดคำนั้นสะเทือนใจจนหวงเหว่ยน้ำตาคลอเบ้า และสลักมันไว้ในส่วนลึกของหัวใจเขา

การตามหาชีวิตที่ดีกว่าเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ แต่ว่า พวกเราไม่ควรเพียงแต่ตามหาอย่างเดียวจนลืมข้อดีข้อตนเองไป

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s