เลือกวิธีการพัฒนาพนักงานให้ถูกกับเรื่องที่จะพัฒนา

Job-Evaluation

การพัฒนาพนักงานเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้เรื่องอื่นๆ ในการบริหารทรัพยากรบุคคล องค์กรที่ต้องการเติบโต ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ล้วนแล้วแต่ต้องมีระบบการพัฒนาคนอย่างต่อเนื่อง ผู้บริหาร และพนักงานในองค์กรของท่าน มองการพัฒนาพนักงานเป็นแค่การฝึกอบรมอย่างเดียวใช่หรือไม่

ปัจจุบันนี้ การพัฒนาพนักงานไม่ใช่แค่เพียงแค่เรื่องของการฝึกอบรมแต่เพียงอย่างเดียวแล้ว เรามักจะได้ยินแนวทางในการพัฒนาพนักงานด้วยวิธีการต่างๆ มากมาย ที่นอกเหนือจากการฝึกอบรม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการสอนงาน การเป็นพี่เลี้ยง การมอบหมายงาน ฯลฯ

ด้วยวิธีการพัฒนาพนักงานที่มีความหลากหลายมากขึ้น เคยสงสัยหรือไม่ครับว่า แล้ววิธีการไหนจะเหมาะกับเรื่องอะไร หรือ เราควรจะเลือกวิธีการพัฒนาอย่างไร ให้สอดคล้องกับเรื่องที่จะพัฒนาพนักงาน

ถ้าเป็นในอดีต สัก 10 ปีที่แล้ว คำตอบของการพัฒนาพนักงานจะมีแค่คำตอบเดียวก็คือ การส่งพนักงานไปฝึกอบรม ซึ่งจริงๆ แล้วการฝึกอบรมนั้น ไม่ได้ตอบโจทย์ของการพัฒนาได้ทุกเรื่อง

ดังนั้นการที่เราจะเลือกวิธีการพัฒนาพนักงาน ว่าควรจะเลือกวิธีไหนดี ผมขอเสนอแนะวิธีง่ายๆ ที่จะช่วยให้ท่านเลือกแนวทางในการพัฒนาพนักงานได้ถูกวิธี ก่อนอื่นเราต้องแบ่งเรื่องที่จะพัฒนาออกเป็น 3 เรื่องใหญ่ๆ ก่อน ผมขออนุญาตใช้ศัพท์แสงเก่าสักหน่อยก็คือ คำว่า KSA

  • K = Knowledge แปลเป็นไทยว่า ความรู้ ถ้าเรื่องที่เราต้องการจะพัฒนาพนักงานนั้น เป็นความรู้ เช่น ความรู้ทางด้านกฎหมาย ความรู้ในเรื่องของตัวสินค้า ฯลฯ วิธีการพัฒนาพนักงานให้มีความรู้ในเรื่องนั้นๆ ก็คือ การฝึกอบรม เป็นวิธีการที่เหมาะที่สุด มีคนมาสอน บอก แนะ และทำให้พนักงานรู้ในสิ่งที่ยังไม่เคยรู้มาก่อน
  • S = Skill แปลเป็นไทยว่า ทักษะ ทักษะคืออะไร แตกต่างจากความรู้อย่างไร คำตอบก็คือ ทักษะคือความเชี่ยวชาญในการทำอะไรบางอย่าง เป็นความสามารถที่จะทำ ลงมือทำ ไม่ใช่แค่รู้ แต่ต้องทำเป็น และต้องทำเป็นอย่างเชี่ยวชาญด้วย นี่คือทักษะ และถ้าเราต้องการพัฒนาทักษะของพนักงาน เราควรจะใช้วิธีอะไร ฝึกอบรมอย่างเดียว เหมาะหรือไม่ คำตอบก็คือ ไม่เหมาะเลย เพราะการฝึกอบรมนั้น ทำให้เราได้ความรู้ แต่ไม่ได้ทำให้เราเกิดทักษะ การที่พนักงานจะมีทักษะในแบบที่เราต้องการนั้น แปลว่า เราจะต้องให้เขาได้ลงมือทำสิ่งนั้นบ่อยๆ ได้ฝึก ได้แก้ไข ดังนั้นเราสิ่งที่เราต้องการพัฒนาพนักงาน เข้าข่ายว่าเป็นทักษะ วิธีการพัฒนาก็ไม่ใช่แค่เพียงการฝึกอบรมแล้วจบ แต่จะต้องตามมาด้วยเรื่องของการมอบหมายงาน และให้ feedback and coaching อยู่ตลอดเวลา จนเราเห็นความชำนาญ และความเชี่ยวชาญของพนักงานมากขึ้น ดังนั้นการพัฒนาทักษะ จะต้องใช้เวลา ทักษะบางเรื่องต้องใช้เวลากันเป็นปี กว่าจะเกิดความชำนาญ นั่นก็แปลว่าถ้าเราตัองการพัฒนาทักษะในการเจรจาต่อรองของพนักงาน ไม่ใช่แค่ส่งไปอบรมเรื่องนี้แล้ว แปลว่าเขาจะมีทักษะเกิดขึ้น เพราะยังต้องผ่านการฝึกฝนทำจริง โดยหัวหน้างานก็จะต้องมอบหมายงานเพื่อให้พนักงานได้ใช้ทักษะที่เรียนมาบ่อยๆ นั่นเองครับ
  • A = Attribute แปลเป็นไทยว่า พฤติกรรม การแสดงออก และอุปนิสัยที่สอดคล้องกับการทำงาน เช่น จิตสำนึกในเรื่องต้นทุน จิตใจให้บริการ ความมุ่งมั่น ความตรงต่อเวลา ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ ไม่ใช่ความรู้ ไม่ใช่ทักษะ แต่เป็นพฤติกรรมที่เราต้องการให้พนักงานมี การพัฒนาก็ต้องใช้วิธีการที่ลึกกว่าเดิม ส่งไปอบรมไม่ใช่วิธีการที่เหมาะสมกับเรื่องนี้ เครื่องมือในการพัฒนาพนักงานเพื่อให้มีพฤติกรรมที่เราต้องการให้ได้ ก็คือ การ Feedback และ Coaching การเป็นพี่เลี้ยงคอยสอนแนะ ที่สำคัญก็คือ การเป็นตัวอย่างที่ดีของหัวหน้า ให้พนักงานได้เห็นสิ่งที่ดี รวมถึงการให้คำปรึกษา (Counseling)

เมื่อเราสามารถแยกแยะประเด็นการพัฒนาพนักงานออกมาใน 3 เรื่องข้างต้น ก็จะทำให้เราสามารถที่จะเลือก และผสมผสานวิธีการพัฒนาพนักงานได้อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น และสามารถที่จะวางแผน กำหนดเส้นทางในการพัฒนางานในแต่ละปีได้อย่างชัดเจนและมีระบบมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้พนักงานได้รับการพัฒนาอย่างถูกทาง ถูกวิธี

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s