Start-up กับการบริหารคน อย่าคิดว่าไม่สำคัญ

startup

คำว่า Start-up เริ่มเป็นคำที่เราชาวธุรกิจ เริ่มได้ยินกันมากขึ้นเรื่อยๆ ความหมายง่ายๆ ก็คือ การเริ่มต้นธุรกิจใหม่ นั่นเอง ปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะเป็น Gen ไหนก็ตาม ต่างก็มีแนวโน้มที่อยากจะเริ่มต้นทำธุรกิจใหม่ของตนเองทั้งสิ้น ไม่ใช่แค่เพียง Gen Y เพียงอย่างเดียว Gen X หรือ แม้กระทั่ง Baby Boom ก็ยังมีความคิดที่จะ Start-up กันทั้งนั้น แล้วธุรกิจที่เริ่มต้นใหม่ กับการบริหารทรัพยากรบุคคลมันควรจะไปด้วยกัน หรือควรจะมีหรือไม่

บางคนก็มีความเชื่อว่า เพิ่งเริ่มต้นธุรกิจใหม่ ไม่เห็นจำเป็นที่จะต้องไปสนใจในเรื่องของการบริหารทรัพยากรบุคคลอะไรลย ยิ่งระยะแรกๆ ที่มีพนักงานเพียงไม่กี่คน เราจะบริหารอย่างไรก็น่าจะได้ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเกิดขึ้น

แต่บางคนกลับคิดตรงกันข้าม คิดว่า การเริ่มต้นธุรกิจใหม่ และจะให้ประสบความสำเร็จด้วยแล้ว เรื่องของการบริหารทรัพยากรบุคคลจะต้องสำคัญมากๆ เพียงแต่มันอาจจะไม่ได้เป็นระบบใหญ่โตเหมือนบริษัทใหญ่ๆ แต่ก็ขาดไม่ได้ในเรื่องนี้ ถ้าเริ่มต้นไม่ดี มันอาจจะกลายเป็นธุรกิจที่มีปัญหาตั้งแต่วันแรกเลยก็ได้

ท่านผู้อ่านล่ะครับ ถ้าจะ start-up จริงๆ จะเชื่อแนวความคิดไหนดีครับ

ในมุมมองผมนั้น ผมคิดว่าเรื่องคน มีความสำคัญมาก ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้น หรือธุรกิจที่เริ่มต้นมานานแล้ว หรือไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กๆ หรือใหญ่ๆ ก็ตาม ตราบใดที่ยังต้องอาศัย “คน” ทำงาน ตราบนั้น เรื่องการบริหารคนก็ต้องมีความสำคัญอยู่ดี

โดยเฉพาะการเริ่มต้นธุรกิจใหม่ ที่เริ่มจากเล็กๆ แล้วค่อยๆ ขยายเติบโตออกไปนั้น ถ้าเราสามารถเริ่มต้นได้ดี การขยายตัว และการเติบโตก็จะไปได้ดีมากขึ้นอีกเช่นกันครับ คำว่าเริ่มต้นที่ดีนั้น ถ้าเรามามองระบบ HR ปกติ ก็น่าจะเริ่มจาก

  • การหาคนเข้ามาทำงานในช่วงเริ่มต้น ในช่วงแห่งการเริ่มต้นทำธุรกิจนั้น การหาคนเข้ามาทำงานด้วยกันในช่วงแรก ผมคิดว่ามีความสำคัญมากที่สุด เพราะถ้าเราในฐานะเจ้าของธุรกิจสามารถหาพนักงานตัวจริงเสียงจริงๆได้ จะยิ่งทำให้งานที่เรากำลังทำนั้น เป็นไปอย่างที่เราต้องการได้เร็วขึ้นไปอีก ดังนั้นในการหาคนเข้ามาทำงาน จึงไม่ควรคิดแค่เพียงว่า ธุรกิจเราเพิ่งเริ่มต้น ดังนั้น หายังไงก็ได้ เพราะยังไม่มีระบบอะไรมากมาย ไว้เข้ามาก่อนแล้วค่อยๆ ช่วยกันเติมระบบเข้าไปก็ได้ ถ้าคิดแบบนี้ แล้วเจอคนที่ไม่เหมาะ จะยิ่งทำระบบยากมากขึ้นไปอีก ดังนั้นในช่วงนี้ การหาคนที่คุยกันได้ เคมีตรงกัน คุยกันรู้เรื่อง เข้าขากันได้ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะเราต้องมาเริ่มต้นกับพนักงานด้วยกัน ดังนั้น ถ้ามันไม่ match กันจริงๆ คงจะทำงานด้วยกันได้ยาก ผมมองว่า ยังไม่ต้องไปคิดถึง ระบบ Competency อะไรให้ยาก แค่เพียงคิดว่าเราต้องการคนแบบไหนที่จะมาทำงานด้วยกันอย่างราบรื่นก่อน จากนั้นก็อาศัยการพูดคุย สัมภาษณ์ คุยกันไปเรื่อยๆ ไม่ต้องเป็นทางการมาก บางช่วงก็สลับกับการเป็นทางการบ้าง เพื่อจะดูว่า ถ้าเราได้ทำงานกับคนๆ นี้ แล้ว จะรู้สึกอย่างไร จะทำงานด้วยกันได้อย่างสบายใจหรือไม่ ผมคิดว่าเรื่องนี้สำคัญที่สุดเพราะถ้าเราได้พนักงานคนแรกที่เข้าขาทำงานกับเราไปได้ด้วยดี มันก็จะเริ่มต้นเป็นวัฒนธรรมในการทำงานที่ดี แล้วจะต่อยอดไปได้ไม่ยากหากองค์กรของเราโตขึ้นไปในอนาคตperformance_management
  • เรื่องของการจ่ายค่าตอบแทน เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญตามมา เพราะเมื่อจะมีการจ้างพนักงาน ก็ต้องมีการกำหนดค่าจ้างค่าตอบแทนให้เหมาะสม start-up บางคนมองว่า ธุรกิจเราเพิ่งเริ่มต้นดังนั้น ก็กำหนดอัตราค่าจ้างให้ต่ำหน่อยก็ไม่น่าจะเป็นอะไร แต่ถ้าลองพิจารณาแบบนี้ว่า ถ้าเราเริ่มต้นจ่ายให้ในอัตราที่ต่ำเกินไป ธุรกิจมีต้นทุนที่อยู่รอดได้ แต่คำถามที่ต้องถามต่อก็คือ เราต้องการพนักงานแบบไหนเข้ามาทำงาน แบบทำงานตามคำสั่งอย่างเดียวเท่านั้น หรือต้องการคนที่เข้ามาช่วยคิด ช่วยทำ มีประสบการณ์มาจากที่อื่นบ้าง และมาต่อยอดกับเรา ถ้าเป็นอย่างหลัง พนักงานก็คงต้องการอัตราค่าจ้างที่แข่งขันได้ ดังนั้นในช่วง start-up เรื่องของการกำหนดค่าจ้างค่าตอบแทนพนักงานก็เป็นอีกประเด็นที่จะทำให้เราได้คนอย่างที่เราอยากจะได้หรือไม่เช่นกัน เรื่องของคน คือ การลงทุน ถ้าเราเลือกลงทุนให้ถูกคน สูงหน่อย แต่ได้ผลตอบแทนที่สูงกว่า ผมคิดว่าดีกว่า ลงทุนต่ำๆ แล้วผลตอบแทนจากการลงทุนก็ต่ำไปด้วย แถมเราในฐานะเจ้าของก็ต้องมาเหนื่อยเพิ่มขึ้นอีก
  • ระบบการบริหารทรัพยากรบุคคล ระบบ HR ทางด้านอื่นๆ ก็ควรจะเริ่มต้นทำไว้แต่แรก ไม่ใช่ไว้ให้มีพนักงานมากพอก่อน แล้วค่อยมาทำระบบ ถึงตอนนั้นเราอาจจะไม่สามารถทำระบบอะไรได้เลย หรือทำแล้วอาจจะไม่สำเร็จก็ได้ ดังนั้นในช่วงเริ่มต้น จึงควรวางระบบไว้ให้ชัดเจนก่อนเลย ไม่ว่าจะเป็นระบบการพัฒนาพนักงาน ระบบการประเมินผลงาน หรือแม้กระทั่งแนวทางในการเติบโตของพนักงานว่าจะเป็นอย่างไร เพียงแต่ไม่ใช่การวางระบบใหญ่โตแบบบริษัทใหญ่ๆ แต่ขอให้มีเพื่อให้ตอบคำถามพนักงานได้ว่า ถ้าเขาเริ่มต้นทำงานที่นี่เขาจะได้อะไร และจะโตไปไหน ผมคิดว่าพนักงานใหม่เองก็คงไม่อยากได้ยินคำตอบว่า “ก็ตอนนี้เราเพิ่งเริ่มต้น ก็ยังไม่มีระบบอะไร การบริหารจัดการในลักษณะนั้นไว้ให้บริษัทโตกว่านี้ก่อนแล้วค่อยทำ” ด้วยคำตอบแบบนี้ ท่านคิดว่าจะได้ใจพนักงานใหม่สักแค่ไหน ที่จะยอมมาเริ่มต้นกับเราโดยที่มองไม่เห็นอนาคตของตนเอง สู้ไปทำงานกับบริษัทใหญ่ๆ ไม่ดีกว่าหรือ แต่ถ้าเราสามารถมีระบบง่ายๆ ที่สามารถตอบโจทย์ของพนักงานได้ พนักงานเองที่จะทึ่งในความคิดของเจ้าของ และอาจจยอมที่จะเริ่มต้นทำงานด้วย เพราะเขารู้ว่าด้วยระบบและแนวคิดของเจ้าของธุรกิจแบบนี้ จะทำให้เขาเติบโตไปพร้อมกับองค์กรอย่างแน่นอน

โดยสรุปแล้ว start-up กับการบริหารทรัพยากรบุคคล ก็ยังคงมีความสำคัญอยู่เช่นกัน อย่ามองข้ามเรื่องราวเหล่านี้ ด้วยเพียงความคิดที่ว่า “ธุรกิจเพิ่งเริ่ม เรื่องคนเอาเอาไว้ก่อนดีกว่า”

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s