การทำงานแบบยืดหยุ่น มีผลต่อการบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างไร

การทำงานแบบยืดหยุ่น

เมื่อปลายปี 2015 ทาง SHRM (Society for Human Resource Management) ของประเทศสหรัฐอเมริกาก็ได้ออกผลการสำรวจในเรื่องของ Flexible work Arrangements ซึ่งแปลง่ายๆ ก็คือ ทำการสำรวจวิจัยในเรื่องของแนวโน้มของการทำงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้นนั้น ในแต่ละองค์กรเขามีเครื่องมืออะไรบ้างที่เข้ามาช่วยทำให้การทำงานในองค์กรและพนักงานสามารถทำงานได้อย่างยืดหยุ่นมากขึ้น

กราฟข้างล่างที่แสดงก็คือ ผลการสำรวจของปี 2015 ที่ผ่านมา

flex work1

จะสังเกตได้ชัดเจนว่า 5 อันดับแรกที่เป็นที่นิยมสำหรับการทำเรื่องของการทำงานแบบยืดหยุ่นก็คือ

  • การแต่งกายแบบลำลอง โดยให้ 1 วันต่อสัปดาห์ที่สามารถแต่งกายสบายๆ มาทำงานได้ จริงในบ้านเราเองหลายบริษัทก็มีนโยบายนี้อยู่เช่นกัน
  • ให้ทำงานจากที่อื่นได้ มีถึง 62% ที่มีนโยบายให้พนักงานทำงานจากที่อื่น โดยไม่จำเป็นต้องเข้ามาที่บริษัท
  • อีก 56% ให้ทำงานจากที่อื่นได้ แบบเป็นการชั่วคราวในกรณีที่มีเหตุจำเป็น
  • เข้าออกงานแบบยืดหยุ่น มีการกำหนดเวลาในการเข้าทำงาน และเลิกงานแบบยืดหยุ่นกันมากขึ้น โดยบริษัทถึง 54% มีการกำหนดนโยบายนี้ไว้
  • พักทานข้าวกลางวันแบบยืดหยุ่น ก็คือ จะพักช่วงกี่โมงก็ให้พนักงานมีสิทธิที่จะเลือกได้ตามวิถีชีวิตของตนเอง หรือตามแต่ช่วงเวลาในการทำงาน

นอกนั้นก็ลองพิจารณาดูจากภาพข้างต้นดูนะครับว่า พอจะมีแนวทางที่จะเอามาปรับใช้ในการทำงานของบริษัทเราในประเทศไทยได้บ้างหรือไม่

ประเด็นที่ทาง SHRM ได้ศึกษาต่อก็คือ การที่บริษัทใช้นโยบายการทำงานแบบยืดหยุ่นมาสักพักแล้วนั้น มันเกิดผลอะไรขึ้นบ้างกับการบริหารทรัพยากรบุคคลในด้านต่างๆ

flex work2

  • อัตราการขาดงานของพนักงานลดน้องลงหลังจากที่มีการใช้ระบบการทำงานแบบยืดหยุ่นมากขึ้น เพราะพนักงานเองมีโอกาสที่จะบริหารจัดการเวลางาน และเวลาส่วนตัวได้อย่างสมดุลมากขึ้น
  • Productivity ของพนักงานเฉลี่ยแล้วเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม

นอกจากเรื่องของการทำงานของพนักงานแล้ว ยังมีผลดีต่อประเด็นต่อไปนี้อีกเช่นกัน

flex work3

flex work4

จากภาพข้างต้นจะเห็นว่า การใช้นโยบายการทำงานแบบยืดหยุ่นนั้น มีผลต่อทั้งการเก็บรักษาพนักงานให้อยู่ทำงานกับองค์กรได้นานขึ้น มีผลต่อการดึงดูดคนนอกให้อยากที่จะเข้ามาสมัครงานกับเรามากขึ้น อัตราการลาออกลดลง ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนในการว่าจ้างพนักงานใหม่ก็ลดลงไปด้วยเช่นกัน

นอกจากนั้น ในมุมของพนักงานเอง พนักงานก็รู้สึกว่ามีแรงจูงใจที่อยากจะอยู่ทำงานกับบริษัท และมีแรงจูงใจที่จะสร้างผลงานที่ดีขึ้น มี Productivity ที่สูงขึ้น และมีผลต่อสุขภาพ และความเป็นอยู่ของพนักงานในทางที่ดีขึ้นอีกด้วย

ผมจับเอาประเด็นหลักๆ ที่ได้จากการศึกษาของ SHRM มาถ่ายทอดอีกที เพื่อให้ชาว HR และผู้บริหารระดับสูงขององค์กรบ้านเราได้เห็นถึงแนวโน้ม และผลกระทบในด้านบวกของการนำเอานโยบายการทำงานแบบยืดหยุ่นมาใช้ ซึ่งทำให้เรื่องของการบริหารทรัพยากรบุคคลในบริษัทเองไม่ว่าจะเป็นการ ดึงดูด รักษา จูงใจ พนักงานนั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย

ผมเองก็ได้ใช้นโยบายเหล่านี้ในบริษัทผมอยู่บ้าง ก็บอกได้เลยว่า ขวัญกำลังใจ และแรงจูงใจในการทำงานมีมากขึ้น พนักงานแม้จะไม่ได้เข้าทำงานในบริษัท แต่ก็ทำงานที่บ้าน ซึ่ง productivity ก็ไม่ตกเลย แถมเพิ่มขึ้นอีกด้วย เพราะพนักงานสามารถที่จะบริหารจัดการเวลาทำงานของตนเองได้ เรื่องการขาดงานไม่ต้องพูดถึงเลย ไม่มีให้เห็นเลย

ลองดูครับ เผื่อจะได้ไอเดียไปปรับใช้ในเรื่องของระบบการทำงานแบบยืดหยุ่นมากขึ้นสำหรับบริษัทของเราครับ

2 คิดบน “การทำงานแบบยืดหยุ่น มีผลต่อการบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างไร

  1. เป็นหลักแนวคิด และเป็นหลักการบริหารคนที่ดีเยี่ยมมากค่ะ เพราะความเป็นคนต้องการความยืดหยุ่น เหมือนกับกลไก หรือระบบต่างๆ ในร่างกายของมนุษย์

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s