การสร้าง Employer Branding ต้องอาศัยทุกคนในองค์กร

Brandingเรื่องของ Branding นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่งหลายๆ องค์กรให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะถือว่าเป็นการสร้างภาพลักษณ์ขององค์กรให้คนอื่นๆ ได้เห็น และถ้าเราสามารถสร้างได้ดี มันก็จะมีผลต่อการบริหารทรัพยากรบุคคลของบริษัทอีกด้วย คนอื่นๆ ก็อยากที่จะมาทำงานกับบริษัทของเรา เพราะด้วยชื่อเสียง และภาพลักษณ์ที่ดีในการบริหารบริษัท และบริหารคน

ด้วยสาเหตุนี้เอง ก็เลยทำให้เรื่องของการสร้าง Brand นั้นเป็นสิ่งที่หลายองค์กรเริ่มต้นทำมากขึ้น ให้ความสำคัญมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Company Branding หรือ Employer Branding ซึ่งลึกๆ แล้วมันก็มีส่วนที่คล้ายกันอยู่เหมือนกัน

ในการสร้าง Brand นั้น ก็มักจะต้องมีการวางแนวทาง วางภาพลักษณ์และกำหนดว่าตัวตนของบริษัทนั้นเป็นอย่างไร และจะสื่ออะไรให้กับบุคคลภายนอกได้เห็นบ้าง ส่วนใหญ่พอทำตรงนี้เสร็จ หลายองค์กรก็คิดว่า นี่ไง เราสร้าง brand เรียบร้อยแล้วนะ แต่จริงๆ แล้วมันไม่ได้จบแค่นั้นนะครับ มันจะต้องมีการต่อยอด และทำให้พนักงานทุกคนรู้สึกถึงตรงนั้นด้วย

วันนี้ผมได้รับเกียรติจาก คุณ กฤษณัญธ์ ตีรกานนท์ ซึ่งเป็นผู้อ่านท่านหนึ่งที่ได้ติดตาม blog ของผมมานานพอสมควร และยังมีการ comment ให้ข้อเสนอแนะ ตอบข้อซักถาม ฯลฯ ใน blog และใน page ของผมเป็นประจำ ก็เลยลองสอบถามดูว่าสนใจที่จะลองเขียนบทความดูหรือไม่ ท่านก็ตอบมาว่าสนใจ ก็เลยเป็นที่มาของบทความนี้ด้วยครับ สิ่งที่คุณกฤษณัญธ์ ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับการสร้าง brand มาในบทความนี้ ก็มาจากประสบการณ์ส่วนตัวของท่านที่ทำงานมากว่า 25 ปี ลองมาดูนะครับว่า เรื่องของ branding จริงๆนั้น มันเป็นอย่างไรกันแน่ นื่คือบทความที่เขียนโดยคุณ กฤษณัญธ์ ตีรกานนท์

 

เมื่อเราทำงานอยู่ในองค์กรธุรกิจ อาจมีประเด็นขึ้นมาว่า “เราจะสร้างแบรนดิ้งให้กับบริษัทเราอย่างไรดี?” และ คำตอบของปัญหานี้ก็คือ “เราต้องมีกลยุทธ์การตลาดที่ดี, ต้องมีการประชาสัมพันธ์ให้ทั่วถึง, ต้องมีหน่วยงาน Corporate Branding, ต้องทำ CSR (Corporate Social Responsibility) ไปปลูกป่ากัน, ฯลฯ”

ใช่ครับ การสร้าง Brand ในเบื้องต้น เราก็คงต้องทำตามคำตอบข้างต้น แต่ก็น่าคิดนะครับว่า ถ้าเหตุการณ์สมมติด้านล่างนี้เกิดขึ้น มันจะดีกับเรื่อง “แบรนดิ้ง” ของบริษัท หรือ ของสินค้าที่เราทำมาค้าขายกันอยู่หรือเปล่า

  1. บริษัทฯ ทำการวางตลาดสินค้าใหม่ ซึ่งก็ได้สื่อสารถึงกลุ่มเป้าหมายผ่าน social media อย่างคึกคัก คุณเอซึ่งเป็นผู้บริโภคเป้าหมาย ทราบเรื่องนี้ก็ดีใจเป็นอย่างมาก เพราะสินค้านี้อยากให้ทำขายในเมืองไทยมานานแล้ว แต่…คุณเอก็ผิดหวังจนได้ เพราะตามจุดจำหน่ายต่างๆ ก็ติดป้ายไว้ว่า สินค้าขาดตลาด ต้องรอ และถ้ามีของก็จะได้รับการปันส่วนให้ลูกค้าไม่เกินท่านละ 2 ชิ้น แล้วก็เป็นอย่างนี้มาตลอด 2 เดือนนับจากที่บริษัทประกาศวางตลาดสินค้านี้ คุณเอเลยไป post และ comment ใน facebook fanpage ของบริษัทว่า @^#&$€÷*#(#(+.
  1. คุณบีไปโชว์รูมรถยนต์ เพราะอยากได้รถรุ่นนี้ยี่ห้อนี้มาก แล้วเห็นช่วงนี้มีโปรโมชั่นดีๆ มากมาย ทั้ง [ดอกเบี้ย 0%, ตีราคารถเก่าให้สูง] แต่พอเดินเข้าไปในโชว์รูมก็ไม่พบพนักงานขายเลยซักคน ไปไหนกันก็ไม่รู้ ส่วนคนที่เจอก็คือพนักงานแคชเชียร์ ถามอะไรๆไปที่คิดว่าเป็นเรื่องง่ายๆที่น้องแคชเชียร์คนนี้ควรต้องตอบได้ก็ตอบไม่ได้ แถมเธอก็ไม่ทราบว่าโชว์รูมที่เธอทำงานอยู้ด้วยนี้มีโปรโมชั่น [ดอกเบี้ย 0%, ตีราคารถเก่าให้สูง] คุณบีหงุดหงิดถึงกลับพูดเสียงดังออกมาว่า “โชว์รูมนี้เค้าทำอะไรกันอยู่? เซลล์ก็ไม่มี ถามใครๆก็ตอบอะไรไม่ได้เลย!!! อุตส่าห์คาดหวังไว้กับรถยี่ห้อนี้มาก เสียความรู้สึกจริงๆ”
  1. บริษัทวางแผนจะพาพนักงานไป outing ไว้ล่วงหน้าตามแผนที่วางไว้ในงบประมาณประจำปี แต่ฝ่ายที่รับผิดชอบเรื่องโปรแกรม,การเกินทางและสถานที่ ก็ไม่ค่อยกระตือรือร้น พนักงานฝ่ายอื่นมาถามก็ไม่ตอบ ปล่อยให้งงๆ กันไป พออีก 3 วันจะถึงวันเดินทางจึงมาแจ้งให้ทราบว่าเราจะเดินทางกันในอาทิตย์หน้าและกลับวันอังคารหน้า ทำให้พนักงานฝ่ายอื่นๆ แก้ปัญหางานที่คั่งค้างไม่ได้ จึงได้แค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า ถึงเวลาต้องเดินทางก็เลยต้องทิ้งปัญหาไว้แล้วเดี๋ยวค่อยมาแก้ปัญหาทีหลัง แถมพนักงานที่ต้องติดต่อกับหน่วยงานนอกบริษัทก็ลืมแจ้งหน่วยงานเหล่านี้อีก เลยทำให้supplier “เงิบ”กันไปตามๆ กัน ทั้งวางบิลเก็บเงินไม่ได้, ทั้งไม่สามารถติดต่องานอะไรๆ กับบริษัทได้, ส่งของที่บริษัทสั่งไว้(และมีกำหนดส่งวันจันทร์หน้า)ก็ส่งไม่ได้ ฯลฯ
  1. คนขับรถบัสรับส่งพนักงานบริษัทหนึ่งรับพนักงานตามจุดต่างๆเพื่อมาส่งที่โรงงาน คนขับรถขับรถปาดหน้ารถคันอื่นๆ แถมมือซ้ายก็จับโทรศัพท์มือถือแล้วก็คุยโทรศัพท์ด่าคนปลายสาย พอมีรถเก๋งข้างๆบีบแตรด่า คนขับรถบัสเลยบีบแตรด่ากลับ พร้อมชูนิ้วให้อีก คนขับรถเก๋งจำอะไรไม่ได้เลยยกเว้นโลโก้ของบริษัทที่ติดอยู่กับรถบัสคันนี้ แล้วก็คิดในใจอย่างฉุนๆ ว่า “บริษัทนี้มันดีแต่สร้างภาพว่าไปปลูกป่า แต่ดูมันทำดิ แม่มเอ้ยยย!”
  1. ในการประชุมฝ่ายขาย มีการนัดประชุมและแจ้งวาระการประชุมล่วงหน้า ถึงวันประชุม คนที่ถูกเชิญบางคนไม่มาประชุมเพราะอ้างว่าติดธุระกับลูกค้า, คนที่เข้าประชุมบางคนก็นั่งเล่น Line, ลูกน้องบางคนก็ใจลอยไม่ตั้งใจฟัง, พอลองเช็คว่าเข้าใจถึงวาระการประชุมโดยการถาม คนเข้าประชุมก็ตอบไปอีกเรื่อง (เสมือนถามวัวตอบควาย) สุดท้ายจบประชุมไปก็ไปถ่ายทอดให้ลูกค้าฟังผิดๆ ถูกๆ ลูกค้าก็ด่าบริษัทฯ ว่าไม่ได้ความเลย
  1. สุดท้าย แผนก recruitment บ่นกับตัวเองว่า “ทำไมไม่เห็นมี candidate ดีๆ มาสมัครงานกับบริษัทเราบ้างเลย? ทั้งๆที่ก็ใช้สื่อต่างๆ สื่อออนไลน์อย่าง linkedin เราก็ใช้ แต่ทำไมคนสมัครงานกับบริษัทเราน้อยมาก แล้วก็ได้แต่คนที่คุณสมบัติไม่ตรง”

 

อ่านกันแล้วก็คงสรุปกันได้เองนะครับว่าสุดท้ายทำไมถึงมามีผลต่อการบริหารทรัพยากรบุคคลขององค์กรได้

แต่ถ้าให้ผมสรุป ผมก็จะกล่าวอย่างสรุปว่า…

แบรนดิ้ง คือ ทีม!!

 

กฤษณัญธ์ ตีรกานนท์

….ประสบการณ์ในด้านการขายและบริหารการขายมา 25 ปีจากวงการ consumer products, consumer electronics และ automobile กับบริษัทชั้นนำของโลก อาทิ L’Oreal, J&J, Samsung และ Suziki เป็นต้นครับ เป็นคนเปิด ชอบคิดและค้นคว้า แล้วก็ชอบแบ่งปันเพื่อกระตุ้นต่อมความคิดของเพื่อนๆ ครับ

Email: krisnunss@gmail.com

1 คิดบน “การสร้าง Employer Branding ต้องอาศัยทุกคนในองค์กร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s