เทคนิคการให้ Feedback ตอนที่ 1: ความสัมพันธ์ที่ดีมีผลต่อการให้ Feedback

feedback12345เรื่องของการให้ Feedback ที่ดีนั้น ปัจจุบันหลายองค์กรต่างให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ สาเหตุหนึ่งก็มาจาก การที่องค์กรรับเอาระบบบริหารผลงานเข้ามาใช้ ซึ่งในระบบบริหารผลงานนั้น จะมีกระบวนการที่สำคัญอันหนึ่งก็คือ จะต้องมีการให้ Feedback พนักงานในเรื่องของการทำงานอย่างสม่ำเสมอ และหลังจากที่เราให้ Feedback ได้ชัดเจนแล้ว ก็จะนำไปสู่การสอนงาน หรือที่เรียกกันว่า Coaching อีกทีหนึ่ง

พอจุดเริ่มต้นต้องเริ่มด้วยการให้ Feedback ก็เลยเป็นอีกทักษะหนึ่งที่หลายองค์กรปัจจุบันนำมาบรรจุไว้ในหลักสูตรมาตรฐานสำหรับพนักงานที่จะต้องเติบโตไปเป็นหัวหน้างาน ผู้จัดการ หรือผู้บริหารองค์กร จะต้องมีความสามารถในการให้ Feedback แก่พนักงานได้อย่างดี ให้แล้วพนักงานมีความเข้าใจ ยอมรับ และมีพลังใจในการที่จะหยิบเอาประเด็นเหล่านั้นไปใช้ในการพัฒนาตนเองต่อไปได้อีก ไม่ใช่ให้ Feedback แล้วพนักงานหมดพลังใจ หมดแรง หมดทุกสิ่งทุกอย่าง อย่างที่หลายๆ องค์กรเป็นอยู่

ซึ่งถ้าเป็นอย่างหลัง การบริหารผลงาน หรือแม้กระทั่งการบริหารจัดการพนักงาน ก็จะมีแต่ปัญหาเกิดขึ้น มีความขัดแย้งเกิดขึ้นระหว่างหัวหน้ากับลูกน้องอยู่ตลอด ก็เพราะแค่เพียงการไม่สามารถให้ Feedback ได้อย่างเหมาะสมนั่นเอง

ปัญหาอีกอย่างที่เกิดขึ้นเสมอ เราจะได้ยินเสียงบ่นจากเหล่าบรรดาผู้จัดการว่า “เรียนวิธีการ Feedback มาก็ตั้งเยอะ แต่ทำไมไม่เคยได้ผลเลย ทั้งๆ ที่ก็พยายามนำเอาสิ่งต่างๆ ที่เรียนมาใช้จริงๆ”

ท่านเองเคยประสบปัญหานี้หรือไม่ครับ

สาเหตุที่แท้จริง อยู่ที่ ความสัมพันธ์ของท่านเอง กับลูกน้องแต่ละคนครับ

ถ้าเรากับลูกน้องของเรามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันจริงๆ เรียกว่า รู้ใจกันเลย แบบนี้ จะให้ Feedback แบบไหน จะลบจะบวก จะไม่ค่อยมีปัญหาสักเท่าไหร่ เพราะรู้กันอยู่ว่าต่างคนเป็นอย่างไร

แต่ถ้าคfeedback111วามสัมพันธ์กับลูกน้องไม่ดีพอ แม้ว่านายจะพยายามเปลี่ยนแปลง หรือใช้เทคนิคการให้ Feedback ที่ดีสักแค่ไหน ลูกน้องก็ยังคงมีความสงสัยอยู่ดี เช่น ถ้าเราเรียกเข้าไปชมผลงานที่ทำมา แต่ความสัมพันธ์ยังไม่ค่อยดีนัก พนักงานก็คิดได้ว่า “นายคงไม่จริงใจที่จะชมเราอยู่แล้ว แบบนี้เอาตามทฤษฎีที่เรียนมาแน่ๆ” แต่พอเรียกไปตำหนิ หรือแจ้งสิ่งที่ต้องแก้ไข ก็จะคิดว่า “นี่ไง นายไม่เคยเข้าใจเราอยู่แล้ว ทำงานดีแค่ไหนก็โดนด่าอยู่ดี เพราะนายไม่ชอบหน้าเรามากกว่า” ก็จะโดนทั้งขึ้นทั่งล่อง

ดังนั้นถ้าเราต้องการจะให้ Feedback และทำให้การให้ Feedback นั้นได้ผลจริงๆ ก็คงต้องเริ่มต้นสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเรากับลูกน้องแต่ละคนก่อนเลย เราลองมาดูแนวทางในการค่อยๆ สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกันก่อนว่า จะมีวิธีการอย่างไรบ้าง แต่ต้องบอกก่อนนะครับว่า ต้องอาศัยเวลา และความจริงใจของเราเองที่อยากจะเปลี่ยนแปลงตนเองให้เป็นหัวหน้างานที่ดี เพราะอาจจะเจออุปสรรค ลูกน้องที่ท้าทาย และยังไม่รู้สึกดีด้วยในเร็ววัน เรื่องเหล่านี้ต้องอาศัยเวลาจริงๆ ครับ เราต้องมีความยึดมั่น อดทน และทำอย่างสม่ำเสมอครับ

  • ทักทายลูกน้องก่อนบ้าง ในแต่ละวันเจอลูกน้อง หัวหน้าสามารถที่จะทักทายลูกน้องก่อนได้เลย ไม่จำเป็นที่จะต้องให้ลูกน้องมาทักเราก่อน หรือมาไหว้สวัสดีเราก่อนเสมอไป การที่เข้ามาที่ทำงานด้วยความสดใส พร้อมกับทักทายคนอื่นก่อนนั้น มันเป็นการสร้างบรรยากาศที่ดีตั้งแต่หัววันกันเลยครับ
  • ยิ้ม เป็นหัวหน้าต้องหัดยิ้มให้ลูกน้องบ้าง พนักงานบางคนเคยบ่นให้ได้ยินว่า ไม่เคยเห็นหัวหน้าของตนเองยิ้มให้ลูกน้องบ้างเลย วันๆ มีแต่ตีหน้ายักษ์ใส่ ก็เลยทำให้ความสัมพันธ์ไม่ค่อยจะดีมาตลอด ดังนั้น การที่เรายิ้มให้ลูกน้อง จึงเป็นการเปิดใจว่า เราไม่คิดร้ายอะไร ไม่ว่าจะในแวดวงไหน เรื่องของรอยยิ้มนั้น เป็นจุดแรกของการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีอยู่แล้ว ดังนั้นจงยิ้มให้ลูกน้องมากขึ้น
  • อย่านินทาคนอื่นลับหลัง ถ้าเราอยากที่จะทำให้คนอื่นรู้สึกดีกับเรา และมีความสัมพันธ์ที่ดีจริงๆ เราก็ไม่ควรที่จะนินทาคนอื่นลับหลัง เช่น นินทาลูกน้องอีกคน ให้อีกคนฟัง ในทางที่เสียหาย สุดท้ายก็จะไม่มีลูกน้องคนไหนที่จะกล้าเปิดใจคุยด้วย เพราะเขาก็ต้องคิดว่า คนอื่นยังโดนนินทาเลย ดังนั้น เราเองก็คงจะโดนด้วยเหมือนกัน พอเป็นแบบนี้ ความสัมพันธ์ที่ดีก็ยากที่จะเกิดขึ้นได้ง่าย
  • หัดชื่นชมพนักงานบ้าง คนเราทุกคนชอบที่จะให้คนอื่นชื่นชมเราอยู่แล้ว แม้ว่าอาจจะมีบางคนเถียงว่า ไม่ชอบ แต่ลองถามตัวเองลึกๆ ก่อนนะครับ ว่าถ้ามีคนมาชื่นชมในสิ่งที่เราทำอย่างจริงใจ เราจะชอบหรือไม่ ดังนั้น การที่หัวหน้าชื่นชมผลงานลูกน้อง และให้ความสำคัญกับลูกน้องทั้งในเรื่องงาน และเรื่องส่วนตัวบ้าง ก็จะสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นได้เช่นกัน สำหรับพนักงานที่เราไม่เคยชมเลย ก็คงต้องค่อยๆ เริ่มต้นจากทีละน้อยก่อน อาจจะใช้การเขียน เช่น ไลน์ไปบอกก่อนก็ได้แรกๆ ถ้ายังเขินๆ อยู่ แล้วเมื่อสถานการณ์เริ่มดีขึ้น ก็ค่อยๆ พูดกันชมกันต่อหน้า
  • สนใจในสิ่งที่พนักงานสนใจบ้าง คนเราชอบให้คนอื่นมาสนใจ ถ้ามีคนมาสนใจ ใส่ใจในสิ่งที่เราทำ เราก็มักจะชอบที่จะคุยกับเขา แล้วรู้สึกว่า คนนี้เข้าใจเราดีจังเลย ก็เพราะเขาให้ความสนใจในสิ่งที่เราสนใจจริงๆ กับลูกน้องก็เช่นกัน แต่ละคนอาจจะมีสิ่งที่ชอบไม่เหมือนกัน มีงานอดิเรกที่ต่างกันไป ถ้าเราในฐานะนาย ให้ความสนใจในสิ่งที่พนักงานสนใจ ก็จะทำให้เราซื้อใจพนักงานได้มากขึ้น เวลาที่พนักงานคุยถึงเรื่องที่ตนชอบ เราก็ถามได้ ไม่รู้ก็ให้พนักงานอธิบายให้ฟังได้ แต่ต้องฟังเขาอย่างตั้งใจจริงๆ เคยสังเกตผู้ใหญ่เวลาที่คุยกับเราบ้างมั้ยครับ เขาจะไม่พูดในสิ่งที่เขาสนใจ แต่เขาพยายามจะถาม และให้เราพูดในสิ่งที่ตัวเราสนใจมากกว่า แล้วเราจะรู้สึกชื่นชอบผู้ใหญ่คนนั้นมาก เหมือนเขาเข้าใจเรา และคุยภาษาเดียวกับเรา
  • เอาใจใส่ลูกน้องในเรื่องสุขทุกข์บ้าง คนเราทำงานด้วยกัน ไม่ใช่แค่เรื่องงานอย่างเดียว หัวหน้าที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกน้องนั้น มักจะเป็นคนที่เอาใจใส่ลูกน้อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุข หรือทุกข์ เรื่องส่วนตัวหรือเรื่องงานก็ตาม เวลาพนักงานไม่สบาย ก็คงต้องคอยสอบถามบ้าง ไม่ใช่ปล่อยไปเลย แล้วถามแต่เรื่องงาน ครอบครัวพนักงานเป็นอย่างไร ก็ต้องหมั่นสังเกต และถามไถ่กัน แค่นี้ก็สามารถซื้อใจพนักงานได้บางส่วนแล้ว ถ้าเราทำอย่างจริงใจ

ยังมีเทคนิควิธีการในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีอีกมากมายครับ หาอ่านได้ตามหนังสือทั่วไป ที่อยากยกตัวอย่างเล่มที่ดีหน่อย ก็จะมีของ Dale Carnegie ที่ชื่อว่า How to win friends and influence people และอีกเล่มที่ดีก็คือ 7 Habits ท่านอื่นอาจจะมีเล่มอื่น ก็แนะนำเข้ามาได้นะครับ

โดยสรุปก็คือ ก่อนที่ Feedback จะได้ผลนั้น ความสัมพันธ์ที่ดีจะต้องมาก่อนครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s