เคล็ดลับในการเป็นหัวหน้างานที่ดี ตอนที่ 4 การสอนงานและพัฒนาพนักงาน

coaching123

ปัจจุบันนี้การเป็นหัวหน้า หรือ ผู้จัดการนั้น ไม่ใช่แค่การบริหารจัดการเพื่อให้งานสำเร็จเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป เนื่องจากปัจจุบันนี้ เทคโนโลยีก้าวหน้าไปมาก ความต้องการของลูกค้าก็เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว งานเองก็มีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงอยู่เสมอ ถ้าไม่เปลี่ยนก็จะอยู่รอดลำบากในสภาพเศรษฐกิจแบบนี้ ดังนั้น หัวหน้างานที่ดีจึงไม่ใช่แค่เพียงบริหารจัดการงานให้สำเร็จเท่านั้น แต่จะต้องรับผิดชอบในการพัฒนาพนักงาน สอนงาน เพื่อให้พนักงานเก่งขึ้น มีความสามารถมากขึ้น เพื่อพร้อมที่จะรับมือกับงานที่ยากขึ้นเรื่อยๆ

คนที่เป็นหัวหน้าในยุคนี้ จะต้องคิดต่อว่า จะทำอย่างไรให้ลูกน้องเก่งขึ้น มีทักษะและความสามารถที่สูงขึ้น เพื่อที่จะได้รับงานที่ยากขึ้นได้ มิฉะนั้นคนที่เป็นหัวหน้าก็จะต้องแบกรับภาระงานคนเดียวไปตลอด ขาดคนสืบทอด ดังนั้น เรื่องของการ Coaching หรือที่ภาษาไทยแปลกันง่ายๆ ว่า การสอนงานนั้น ก็เลยมีความสำคัญมากขึ้นในปัจจุบัน

แต่ในทางปฏิบัติหัวหน้างานต่างก็ลืมความสำคัญในข้อนี้ไป ส่วนใหญ่ก็มักจะเน้นไปที่การวางแผนและการควบคุมงานให้ได้ตามแผนงานที่กำหนดไว้ โดยไม่ค่อยได้ลงมือสอนงานและให้คำแนะนำในการทำงานแต่พนักงานสักเท่าไร เท่าที่ผมได้สอบถามบรรดาหัวหน้างานในเรื่องของการ Coaching นั้น ได้รับคำตอบมาดังนี้ครับ

“สอนงานหรอ อืม… สอนอะไรล่ะ ผมไม่รู้จะสอนอะไรให้กับพนักงาน”

    “ไม่เห็นจำเป็นต้องสอนเลย ฝ่ายฝึกอบรมก็มี ก็เป็นหน้าที่ของฝ่ายนี้ไม่ใช่หรอที่ต้องพัฒนาพนักงาน”

    “ก็พนักงานไม่เห็นจะอยากเรียนเลย แล้วผมจะไปสอนอะไรให้เขาล่ะครับ”

    “เสียเวลางานของผมเปล่าๆ งานผมเยอะจะตายไป จะมัวไปสอนงานพนักงานอยู่ ก็ไม่ทันกินพอดี”

    “แค่นี้ก็แทบจะไม่มีเวลาในการแก้ไขปัญหางานอยู่แล้ว จะเอาเวลาที่ไหนไปสอนงานพนักงานล่ะครับ”

    “สอนทำไมครับ สอนแล้วผมก็หมดความสำคัญไปน่ะสิ”

ก็เลยทำให้การสอนงานไม่ค่อยเป็นที่นิยม หรือไม่ค่อยประสบความสำเร็จมากนัก แต่อย่างไรก็ดี ทักษะในเรื่องนี้ยังคงทวีความสำคัญมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง หัวหน้างาน หรือผู้จัดการที่มีทักษะในการสอนงานที่ดี มักจะได้เปรียบ เพราะจะเป็นที่ต้องการตัวขององค์กรต่างๆ มากมาย เนื่องจากเขาสามารถเข้ามาทำให้พนักงานในองค์กรเก่งขึ้นได้นั่นเอง

ลองมาดูแนวทางในการสอนงานว่า หัวหน้างานควรจะทำอย่างไรกันบ้าง

  • พิจารณาจุดแข็ง จุดอ่อน ของพนักงานแต่ละคนในทีม เพื่อดูว่า Coach จะสามารถเสริมจุดแข็ง และอุดจุดอ่อนของแต่ละคนได้อย่างไร เพื่อให้ผลงานของแต่ละคนดีขึ้นไปอีก
  • ประเมินตนเอง มีการพูดคุยกันกับพนักงานแต่ละคน เพื่อให้ลองประเมินตนเองว่ามองตนเองเป็นอย่างไร อยากจะประสบความสำเร็จในระดับใด และมีช่องว่างตรงไหนที่จะต้องเติมบ้าง เพื่อทำให้ผลงานออกมาประสบความสำเร็จได้ตามที่ตั้งใจไว้ โดย หัวหน้างานที่เป็น Coach เองก็จะต้องฟังอย่างตั้งใจ และพยายามเข้าใจมุมมองของพนักงาน ว่ามองตนเองอย่างไรบ้าง เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนการ Coach ต่อไป
  • มีการวางแผนการพัฒนาพนักงานกันล่วงหน้า ว่าในปีนี้จะต้องพัฒนาอะไร จะต้องต่อยอดในเรื่องอะไร เพื่อให้ผลงานออกมาดีขึ้นกว่าที่ผ่านมา และมีการกำหนดตารางเวลาเพื่อการพัฒนากันอย่างจริงจัง
  • ให้เทคนิควิธีการต่างๆ เพื่อเสริมจุดแข็ง และอุดจุดอ่อนที่มี หัวหน้าที่เป็น Coach จะศึกษาแง่มุมต่างๆ ที่ได้จากผลการวิเคราะห์ในข้อแรกข้างต้นของพนักงาน จากนั้นก็จะเริ่มให้คำแนะนำสอนงานกันไป งานไหนที่สอนเองได้ก็จะสอนอย่างเป็นขั้นตอน งานไหนที่สอนเองไม่ได้ ก็จะให้คำแนะนำ และจะหาแนวทางอื่นๆ เพื่อที่จะทำให้พนักงานได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่
  • รู้จักใช้คำถามให้เป็น หัวหน้าที่เป็น Coach นั้นจะเป็นคนที่รู้จักที่จะใช้คำถาม เพื่อให้พนักงานได้คิด ต่อยอด ถ้าพนักงานคนนั้นเป็นคนที่เก่ง และมีความรู้และทักษะพื้นฐานในการทำงานที่ดีอยู่แล้ว เวลาที่พนักงานมีปัญหาในการทำงาน หัวหน้ามักจะไม่บอกวิธีแก้ตรงๆ แต่จะใช้คำถามเพื่อให้พนักงานได้คิด แต่พิจารณา จนกระทั่งสามารถแก้ไขปัญหานั้นได้ด้วยตนเอง ซึ่งวิธีนี้ จะเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับพนักงานคนนั้นได้มากขึ้นอีกด้วย
  • ให้กำลังใจ อีกหน้าที่หนึ่งของ Coach ที่ดี นอกจากเรื่องของเทคนิคต่างๆ แล้ว ก็ต้องมีการเสริมกำลังใจ เสริมเรื่องของพลัง และความมุ่งมั่นในการทำงานด้วย รวมทั้งจะต้องเป็นที่ปรึกษาที่ดี เป็นผู้สอนให้คิด ให้แนวคิด และแรงบันดาลใจอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พนักงานมีความพร้อมทั้งในแง่ทักษะความรู้ และด้านจิตใจ เพื่อพร้อมที่จะสร้างผลงานที่ดีอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดี ก่อนที่จะมีการสอนงานที่ดีนั้น คนที่เป็นหัวหน้าจะต้องตระหนัก และเห็นความสำคัญของเรื่องการสอนงานอย่างมาก เพราะมิฉะนั้น เขาก็ไม่คิดที่จะสอนอะไรใคร เพราะไม่เห็นความสำคัญของเรื่องนี้

ส่วนใหญ่ผมมักจะใช้คำถามว่า ถ้าเราสอนให้ลูกน้องเก่งขึ้น มีความสามารถ มีทักษะในการทำงาน มากขึ้น แล้วเราในฐานะหัวหน้าจะได้อะไรกลับมา คำตอบที่ได้ส่วนใหญ่ก็คือ หัวหน้าก็จะสบายขึ้น ไม่ต้องลงมือทำงานของลูกน้องทุกงาน และสามารถเอาเวลาที่มีมากขึ้นนั้นไปคิดวางแผนงาน เพื่อปรับปรุงงานในฐานะที่เป็นหัวหน้างาน และผู้จัดการตัวจริงมากกว่าครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s