นิทานสอนใจ เถรส่องบาตร

Tensongbart

วันศุกร์อีกแล้วนะครับ วันนี้ก็เอานิทานสอนใจดีๆ มาฝากอีกเช่นเคยครับ เป็นเรื่องราวของการทำตามคนอื่นโดยที่ไม่ได้คิดถึงที่มาที่ไป เห็นคนอื่นทำก็ทำบ้าง โดยไม่รู้ว่า ทำไปทำไม ผมคิดว่าในยุคนี้มีเรื่องราวแบบนี้อยู่เยอะมากครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน หรือชีวิตส่วนตัว จะเห็นสิ่งที่เรียกว่า ทำตามๆ กัน โดยไม่รู้ว่าที่มาที่ไปมันคืออะไร ขอให้ได้ทำตาม มันดูดี ธุรกิจเองก็เช่นกัน เห็นใครทำอะไรได้ดี หรือมีระบบอะไรที่เขาใช้การได้ดี ก็พยายามที่จะลอกเลียนแบบ และนำมาใช้บ้าง โดยไม่รู้สาเหตุ และที่มาที่ไปที่ถูกต้อง จนบางครั้งก็เอามาใช้งานแบบผิดๆ และสร้างปัญหามากมายตามมา ลองอ่านดูนะครับ

มีวัดอยู่แห่งหนึ่งเป็นศูนย์รวมสำหรับผู้ต้องการปฏิบัติธรรม เพื่อเป็นแนวทางออกจากทุกข์และปัญหาที่ครอบงำจิตใจให้เศร้าหมอง พระสงฆ์ทุกรูปจะดำรงตนตามหลักคำสอนของพระพุทธองค์อย่างเคร่งครัด

สำหรับการอบรมนั้น ก็จะมีพระครูบาอาจารย์เป็นแม่แบบในการเรียนรู้ในทุกเรื่อง เริ่มตั้งแต่ระเบียบวินัยเล็กน้อย จนกระทั่งถึงเรื่องการฝึกจิตใจให้มีความบริสุทธิ์ผ่องใส

วันหนึ่งหลวงพ่อเจ้าอาวาสได้รับพระภิกษุผู้บวชใหม่เข้ามาอยู่ในการปกครอง ฝ่ายภิกษุหนุ่มผู้บวชใหม่นั้น ก็เพียรเฝ้าเรียนรู้พระธรรมวินัยจากหลวงพ่อด้วยความตั้งใจ

ในเช้าวันใหม่ของการฉันข้าว ภิกษุหนุ่มสังเกตเห็นหลวงพ่อหลังฉันเสร็จก็จะล้างบาตรและนำบาตรมานั่งส่องทุกวัน หลายวันเข้าภิกษุใหม่จึงเอาบาตรมานั่งส่องเช่นกัน เมื่อหลวงพ่อเห็นเช่นนั้นจึงถามว่า

“เธอกำลังทำอะไร ?”

“กระผมก็ทำตามอย่างหลวงพ่อนั่นแหละครับ”

“เธอทราบไหมว่าหลวงพ่อเอาบาตรมาส่องทำไม ?”

“ไม่ทราบครับ”

“เมื่อไม่ทราบแล้วทำไมถึงทำตามล่ะ?”

“ก็ผมคิดว่าสิ่งที่ทำตามนั้นถูกต้อง แล้วหลวงพ่อเอาบาตรมาส่องทำไมล่ะครับ?”

ภิกษุหนุ่มแจ้งให้หลวงพ่อรับทราบ และถามคืนด้วยความสงสัย

หลวงพ่อจึงเฉลยให้หายข้องใจว่า

“ที่หลวงพ่อเอาบาตรมาส่อง เพราะจะดูว่าบาตรมันรั่วหรือเปล่า ถ้ารั่วจะได้หาเทียนมาหยดเพื่ออุดรูที่รั่วเท่านั้นเอง ไม่มีวัตถุประสงค์อื่นใดเลย”

พอภิกษุหนุ่มได้ฟังคำแถลงไขแล้ว ก็ให้รู้สึกอายยิ่งนักที่ตนเองทำตามโดยไม่รู้เหตุผลในเรื่องนั้น จึงได้แต่ตอบแบบอายๆ ว่า

“ก็ผมนึกว่าสิ่งที่หลวงพ่อทำนั้น เป็นสิ่งที่ต้องปฏิบัติตามทุกอย่างนี่ครับ”

ฝ่ายหลวงพ่อเมื่อเห็นลูกศิษย์กล่าวแบบผู้ไม่รู้จริงๆ จึงกล่าวให้ข้อคิดและสำทับให้ลูกศิษย์รู้จักตระหนักในการศึกษาด้วยปัญญาว่า

“ทีหลังก็ให้สอบถามก่อนก็แล้วกัน จะได้ไม่นำไปปฏิบัติอย่างผิดๆ เดี๋ยวไปเป็นอาจารย์สอนคนอื่นมันจะยุ่ง”

ใครที่เป็นครูบาอาจารย์ จะมีหรือไม่ที่ไปเอาของคนอื่นมา แล้วไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ จากนั้นก็นำมาสอนกันต่อแบบผิดๆ ซึ่งก็จะยิ่งทำให้เกิดปัญหาตามมาอีกเยอะทีเดียวครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s