ลองมาตรวจสอบ และปรับปรุงสวัสดิการของบริษัทกันหน่อยดีไหม

benefits123

เรื่องของสวัสดิการ เมื่อเทียบกับเรื่องของค่าจ้างเงินเดือนแล้ว จะถูกลดบทบาทสำคัญลงไป บริษัทส่วนใหญ่มักจะมุ่งเน้นไปที่เรื่องของการบริหารค่าจ้างเงินเดือน เรื่องของเงินค่าตอบแทนที่จ่ายให้กับพนักงาน และอีกอย่างก็คือ ข้อจำกัดทางด้านกฎหมายในเมืองไทยเอง ที่กำหนดไว้ว่า ค่าจ้างและสวัสดิการนั้นให้แล้วลดไม่ได้ เพราะจะไปมีผลต่อสภาพการจ้าง ก็เลยยิ่งทำให้นายจ้าง และเจ้าของธุรกิจ ไม่ค่อยให้ความสำคัญในเรื่องสวัสดิการมากนัก

ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องของต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ถ้ายิ่งให้สวัสดิการพนักงานที่สูงขึ้น ก็ยิ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้เจ้าของธุรกิจมักจะไม่ค่อยใส่ใจ และให้ความสนใจในเครื่องการบริหารค่าตอบแทนที่เราเรียกกันว่า “สวัสดิการ” มากนัก

ถ้าว่ากันในเรื่องของเครื่องมือในการบริหารค่าตอบแทน ก็จะประกอบไปด้วย เงินเดือน เงินได้จูงใจอื่นๆ ทั้งในระยะสั้น และระยะยาว สวัสดิการก็เป็นอีกเครื่องมือหนึ่ง แม้ว่าสวัสดิการจะมีผลต่อการดึงดูดผู้สมัครได้ไม่มากเท่าเงินเดือน แต่ในเรื่องของการเก็บรักษาพนักงานให้อยู่ทำงานกับองค์กรนั้น เครื่องมือที่เรียกว่า สวัสดิการ สามารถช่วยในประเด็นนี้ได้มากทีเดียว

องค์ประกอบของสวัสดิการที่ดีนั้น จะต้องมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้

  • สวัสดิการพื้นฐานตามที่กฎหมายกำหนด ทุกบริษัทจะต้องมีการจัดสวัสดิการตามขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนดไว้ ซึ่งถือเป็นพื้นฐานที่ทุกบริษัทจะต้องจัดให้มี ถ้าไม่มี หรือเลี่ยง ก็จะถือว่าทำผิดกฎหมาย สวัสดิการพื้นฐานเหล่านี้ ก็เช่น วันหยุดวันลา ขั้นต่ำสุดที่จะต้องจัดให้มี เรื่องของประกันสังคม เป็นต้น ถ้าบริษัทของเรามีแค่เพียงสวัสดิการในส่วนนี้เท่านั้น ก็แปลว่า เรื่องของสวัสดิการของบริษัทยังไม่มีความโดดเด่นอะไร ไม่ได้เน้นเรื่องนี้ในการบริหารจัดการค่าตอบแทนให้กับพนักงาน มีขึ้นก็เพื่อไม่ให้ผิดกฎหมายเท่านั้น
  • สวัสดิการเพิ่มเติมที่ให้โดยนายจ้าง ซึ่งกฎหมายไม่ได้บังคับว่าต้องจัดให้ แต่นายจ้างก็พิจารณาให้เพิ่มเติม เช่นจำนวนวันหยุดวันลาที่ให้มากกว่ากฎหมายกำหนด นายจ้างบางแห่งให้พนักงานสามารถมาเบิกค่ารักษาพยาบาลได้กับบริษัท ในวงเงินที่กำหนดไว้ บางแห่งก็จะมีสวัสดิการในกรณีที่พนักงานต้องเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เป็นสวัสดิการที่นายจ้างให้มากกว่าที่กฎหมายกำหนด ถ้าบริษัทของเรามีการให้ในส่วนนี้ที่มากกว่ากฎหมายกำหนดไว้มาก ก็แสดงว่านายจ้างเองเริ่มเห็นความสำคัญของการบริหารสวัสดิการที่ทำให้พนักงานมีความมั่นคงในชีวิตการทำงาน ซึ่งจะส่งผลต่อการทำงานของพนักงานด้วย กล่าวคือ ไม่ต้องมานั่งเครียดในเรื่องเหล่านี้ บริษัทจัดการให้ พนักงานก็ทำงานให้เต็มที่happy-faces
  • สวัสดิการที่เป็นการบริการพนักงาน สวัสดิการในส่วนนี้จะถือว่าเป็นการอำนวยความสะดวกในการทำงานให้กับพนักงานมากขึ้น ซึ่งกฎหมายก็ไม่ได้กำหนดไว้ว่าจะต้องให้ แต่ถ้านายจ้างจัดให้ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่จะสามารถทำให้พนักงานรู้สึกถึงความสะดวกสบายในการทำงาน และจะส่งผลต่อการทำงานที่ดีขึ้นได้เช่นกัน อาทิ เรื่องของการจัดโรงอาหาร การจัดรถรับส่งให้กับพนักงานตามเส้นทางต่างๆ การจัดสถานที่เลี้ยงดูเด็กเล็กที่เป็นลูกของพนักงาน หรือการช่วยเหลือทางด้านการศึกษาของพนักงาน การให้พนักงานทำงานที่บ้านได้ หรือให้มีการยืดหยุ่นเรื่องของวัน และเวลาทำงาน เป็นต้น ในช่วงปัจจุบันถึงอนาคตสวัสดิการในส่วนนี้ เราจะเห็นนายจ้างจัดให้มีเพิ่มมากขึ้นในหลายๆ บริษัท ก็เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวก และเน้นไปที่เรื่องของ work-life balance มากขึ้น คือ มาทำงาน แต่ไม่ต้องกังวลในเรื่องอื่นๆ เพราะบริษัทช่วยเหลือ และอำนวยความสะดวกให้เป็นส่วนใหญ่ ในระยะหลังก็เริ่มมีสวัสดิการใหม่ๆ ในด้านนี้มากขึ้นเรื่อยๆ เช่น ให้พนักงานไปทำผมได้ จัดให้มีนวด 1 วันต่อสัปดาห์ ซักอบรีด ล้างรถ เป็นต้น

ลองตรวจสอบระบบสวัสดิการปัจจุบันของบริษัทดูว่า อยู่ในกลุ่มไหนเป็นหลักนะครับ

และในการปรับปรุงระบบการให้สวัสดิการของบริษัทนั้น ถ้าสนใจจะทำในเรื่องนี้ ก็ควรเริ่มต้นจาก

  • ปรับจากสวัสดิการพื้นฐานที่กฎหมายให้ ก็คือ ให้กางดูกฎหมายเลยว่า มีบังคับให้บริษัทจัดสวัสดิการอะไรให้กับพนักงานบ้างเป็นขั้นต่ำ และให้พิจารณาให้เพิ่มเติมไปจากที่กฎหมายกำหนดไว้ ก็สามารถทำได้ เพื่อทำให้สวัสดิการของบริษัทเป็นที่น่าสนใจยิ่งขึ้น อาทิ กฎหมายกำหนดให้ลาพักร้อนได้ 6 วันต่อปี บริษัทก็อาจจะปรับเปลี่ยนเป็น ให้สิทธิลาพักร้อนได้มากขึ้นตามอายุงานที่มากขึ้น หรือปรับจำนวนวันให้มากกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ เช่น จาก 6 วันก็เปลี่ยนเป็น 10 วันต่อปี เป็นต้น
  • คิดถึงสิ่งอำนวยความสะดวกในการทำงานของพนักงาน ตามวัฒนธรรม และความเป็นอยู่ของพนักงาน หรืออาจจะทำ survey ความคิดเห็นของพนักงานก่อนก็ได้ (แต่ก็ต้องทำด้วยความระวัง เพราะพนักงานอาจจะคาดหวังไปล่วงหน้าได้) แล้วก็จัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านั้นให้มากขึ้นได้ เช่น ธุรกิจของเราอาจจะทำงานเครียดมาก นั่งโต๊ะทั้งวันเป็นส่วนใหญ่ ก็อาจจะจัดสวัสดิการให้พนักงานได้ผ่อนคลายได้ เช่น นวดแผนไทยถึงโต๊ะทำงาน หรือ จัดให้มีที่พักผ่อน หรือ ซื้อบริการฟิตเนส เพื่อให้พนักงานได้มีโอกาสไปใช้เพื่อผ่อนคลายเวลาที่ทำงานเมื่อยล้า หรือบางธุรกิจต้องอาศัยการแต่งกายที่สวยดูดี ก็อาจจคิดสวัสดิการในเรื่องของการแต่งหน้าทำผมเพิ่มเติมก็ได้ เป็นต้นครับ

ด้วยแนtimthumb.phpวทางข้างต้น ก็จะทำให้ระบบสวัสดิการของบริษัทมีความแตกต่าง และโดดเด่นจากคู่แข่งได้ และถ้าทำได้ดี มีการประชาสัมพันธ์ดีๆ ก็อาจจะมีผลต่อภาพลักษณ์ของบริษัท และเป็นการดึงดูดผู้สมัครมือดีๆ ให้อยากเข้ามาร่วมงานกับบริษัทได้เช่นกัน

ประเด็นหลักก็คือ ในการออกแบบและปรับปรุงสวัสดิการนั้น ควรจะออกแบบในลักษณะที่สอดคล้องกับสไตล์การใช้ชีวิตของพนักงานให้มากที่สุด ทั้งนี้ก็เพื่อทำให้พนักงานส่วนใหญ่ในบริษัทรู้สึกว่า ชีวิตการทำงานกับชีวิตส่วนตัวมันไม่ได้ไกลกันมากนัก ผลก็คือ จะเป็นการส่งเสริม และทำให้พนักงานอยากอยู่ทำงานกับบริษัทมากขึ้นได้

แนวโน้มสวัสดิการที่ดูแล้วน่าจะเป็นตัวดึงดูด และเก็บรักษาพนักงานได้ดี ก็คือ เรื่องของ สวัสดิการด้านสุขภาพ และการสร้างความยืดหยุ่นในการทำงานในแง่มุมต่างๆ ให้มากขึ้นกว่าเดิม ผ่อนคลายกฎระเบียบข้อบังคับบางเรื่องที่ไม่ทันสมัย หรือไม่สอดคล้องกับ ไลฟ์สไตล์ของคนที่เปลี่ยนแปลงไป

 

ถ้าอยากสร้างความแตกต่างทางด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ก็ลองหันมาปรับปรุงสวัสดิการพนักงานกันสักหน่อยนะครับ ^^

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s