นิทานสอนใจ การให้อภัย คุณค่าที่ควรใส่ใจ

forgive

เคยโกรธใครหรือไม่ครับ ด้วยสาเหตุที่อาจจะเป็นเรื่องเล็กน้อย หรืออาจจะเป็นเรื่องใหญ่ เวลาที่เราโกรธ เราจะพยายามดุด่า ว่ากล่าว ใช้วาจาที่รุนแรง รวมทั้งพยายามกล่าวโทษในสิ่งที่คนอื่นทำ มองคนอื่นว่าเป็นฝ่ายผิด ทำให้เราไม่พอใจ

หรือในกรณีที่มีคนอื่นมาทำผิดต่อเรา ถ้าเราโกรธ เราก็จะยิ่งไม่ยั้ง ใส่เต็ม จัดเต็ม เพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามรู้ว่าตัวเขานี่แหละที่ผิดเต็มๆ

คำถามก็คือ ทำแบบนั้นไปแล้วมันได้อะไร มีอะไรดีขึ้นมาบ้างหรือไม่ ตัวเราเองก็อารมณ์เสีย สุขภาพจิตแย่ ซึ่งอาจจะลามไปที่สุขภาพกายได้อีก อีกฝ่ายหนึ่งก็รู้สึกไม่ดีที่โดนด่า บางคนก็อาจจะมีอาการไม่ยอมแพ้ ด่ากลับ สุดท้ายก็มีแต่ปัญหาความขัดแย้งกันไม่จบสิ้น

การให้อภัย จึงเป็นทางออกที่ยิ่งใหญ่มาก ทำให้เราชนะใจตัวเอง ชนะใจผู้อื่น และชนะสถานการณ์ที่เลวร้ายได้ วันนี้ผมนำเอานิทานเรื่องหนึ่งมาให้อ่านกัน เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการให้อภัยครับ ลองอ่านดูนะครับ

มีครอบครัวหนึ่งอยู่ด้วยกัน ๔ คนคือพ่อ แม่ ลูก และลูกสะใภ้ ครอบครัวนี้มีความสามัคคีกันเป็นอย่างมาก แต่ละคนต่างให้เกียรติเคารพยกย่องซึ่งกันและกันเสมอ ยากที่จะหาครอบครัวใดมาเปรียบ ต่อมาผู้เป็นแม่ได้ล้มป่วยลง ลูกชายจึงได้ออกไปซื้อยาสมุนไพรอย่างดีมาให้ภรรยาต้มให้แม่ของตนดื่ม และซื้อไก่มาตุ๋นเพื่อเป็นยาบำรุง

ฝ่ายลูกสะใภ้หลังจากได้รับมอบหมายแล้วก็จัดการต้มยาและตุ๋นไก่ด้วยความรู้สึกยินดี หลังต้มยาและตุ๋นไก่เสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอก็ยกยาและไก่ตุ๋นมาให้แม่ พอดีเห็นแม่กำลังหลับ จึงได้วางยาบำรุงและไก่ตุ๋นไว้ที่โต๊ะ แล้วก็ออกไปทำงานอย่างอื่น

ในขณะที่ลูกสะใภ้กำลังทำงานอยู่นั้น เผอิญสุนัขที่เลี้ยงไว้ก็โผล่เข้าไปในห้องนอนของแม่ มันได้กลิ่นไก่ตุ๋นจึงจัดการกินในทันที หลังจากเวลาผ่านไปพอประมาณ ลูกสะใภ้คิดว่าแม่คงตื่นแล้ว จึงเข้าไปเพื่อที่จะป้อนยาและไก่ตุ๋นนั้น แต่เธอก็ต้องตกใจเพราะภาพที่เห็นคือสุนัขกำลังกินไก่ตุ๋นจนหมด เธอได้แต่นั่งทรุดลงร้องไห้ พลางกล่าวโทษตัวเอง

“เป็นความผิดของหนูเองที่ไม่ทันได้ระวัง ปล่อยให้สุนัขเข้ามากินไก่ตุ๋นได้”

ฝ่ายผู้เป็นแม่พอตื่นขึ้นมา และเห็นลูกสะใภ้ร้องไห้พร้อมกับกล่าวโทษตัวเองเช่นนั้น แทนที่นางจะกล่าวตำหนิหรือซ้ำเติมกลับกล่าวปลอบขวัญว่า

“อย่ากล่าวตำหนิตัวเองเลยลูก เรื่องนี้จะว่าไปแล้วก็ต้องโทษแม่จะดีกว่าที่มัวแต่นอน ทำให้ไม่สามารถไล่สุนัขที่เข้ามาในห้องนอนได้”

ฝ่ายผู้เป็นพ่อที่กำลังทำงานอยู่หลังบ้าน ได้ยินเสียงภรรยาและลูกสะใภ้กล่าวตำหนิตัวเองเช่นนั้น จึงเข้าไปถามเหตุการณ์ว่ามีอะไรเกิดขึ้น พอทราบใจความทั้งหมดก็กล่าวว่า

“พวกเธออย่ากล่าวตำหนิตัวเองอีกเลย มันเป็นความผิดของพ่อเองที่เห็นลูกสะใภ้ทำงานอยู่ ก็ไม่รู้จักแบ่งเบาภาระของเธอ จะได้ให้เธอคอยปรนนิบัติแม่อย่างเดียว พ่อก็มัวแต่ยุ่งกับงานของตัวเองอยู่ มิเช่นนั้นสุนัขก็คงจะเข้ามาในห้องไม่ได้หรอก”

ขณะที่ทุกคนกำลังกล่าวตำหนิตัวเองอยู่นั้น ลูกชายที่ออกไปธุระนอกบ้านได้กลับมา ได้เห็นทั้งสามกำลังกล่าวตัดพ้อตัวเองเช่นนั้น จึงกล่าวขึ้นว่า

“พ่อและแม่หยุดตำหนิตัวเองได้แล้ว เป็นเพราะผมเองนั่นแหละที่ไม่ทำหน้าที่ของตัวเอง ถ้าวันนี้ผมนำสุนัขไปด้วยเช่นทุกวันที่ผ่านมา มันคงไม่เข้ามากินไก่ตุ๋นแน่นอน เพราะผมมัวแต่ไปนั่งพูดคุยกับเพื่อนบ้านอยู่ จึงเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น”

ถ้าทุกคนยอมถอยกันคนละก้าว ไม่ยึดติด ไม่มีทิฐิมานะ เปิดใจรับฟังเหตุผลซึ่งกันและกัน และที่สำคัญ ยอมให้อภัยกัน ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกของเราเอง ของฝ่ายตรงข้าม บรรยากาศในการอยู่ร่วมกัน

วันนี้คุณให้อภัยคนอื่นบ้างหรือยังครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s