หรือ จะจริง กับคำพูดที่ว่า ทำดีแต่อย่าเด่น จะเป็นภัย

dont outshine

เรื่องของนายกับลูกน้องก็เป็นเรื่องที่มีประเด็นกันได้ตลอดเวลา ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน และมีแนวคิดในการบริหารคนที่ทันสมัยออกมามากสักแค่ไหน ก็ยังคงมีปัญหาระหว่างหัวหน้ากับลูกน้องได้อยู่เสมอ วันนี้เราลองมาดูวิวัฒนาการของหัวหน้าท่านนี้ ในการบริหารลูกน้องดูนะครับ ว่าเขามีวิธีการอย่างไร

ผู้จัดการคนหนึ่ง รับพนักงานใหม่ชื่อนาย ก เข้ามา สิ่งที่ผู้จัดการคนนี้คิดก็คือ เขาต้องการพนักงานที่เพิ่งจบการศึกษาใหม่ โดยให้เหตุผลว่า ยังไม่มีใครใส่อะไรเข้าไปในสมอง ก็เลยเอามาปั้น เอามาฝึกฝนได้ง่ายกว่า

เริ่มต้นจากที่นาย ก ไม่รู้อะไรเลย ทำงานไม่เป็นเพราะจบใหม่ ยังคิดไม่ได้ เพราะยังไม่เคยทำงาน ผู้จัดการคนนี้ ก็สนุกกับการสอนงาน และทำให้นาย ก เก่งขึ้น

นาย ก เองก็รู้สึกดีกับเจ้านายคนนี้ เพราะมีความรู้สึกว่านายเป็นคนที่สอน ให้คำแนะนำทุกเรื่องที่เกี่ยวกับการทำงาน และรู้สึกชื่มชมนายคนนี้มาก

ทำงานกันไปเรื่อยๆ นาย ก ก็เริ่มเก่งขึ้น เริ่มรู้มากขึ้น เริ่มที่จะมีความคิดความอ่านในการพัฒนางานต่างๆ มากขึ้นเรื่อยๆ มีความมั่นใจในการทำงานมากขึ้น และเริ่มที่จะคิดที่จะเสนอปรับปรุงงานต่างๆ ที่มีอยู่

อยู่มาวันหนึ่ง นาย ก เกิดปิ๊งไอเดียใหม่ โดยคิดว่า จะทำให้งานมีประสิทธิภาพมากขึ้นได้อย่างไร ก็มีการวางแผนการทำงาน และวางเป้าหมายของโครงการนี้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อที่จะนำเอาไปให้นายพิจารณา และคิดว่า นายน่าจะเอาด้วยแน่นอน

แต่ผิดคาด นายฟังนำเสนอจบแล้วก็นั่งนิ่ง หลับตา พร้อมกับพูดว่า “เรายังไม่พร้อมถึงขนาดนั้น ความคิดที่คุณเสนอมานั้น มันยังอ่อนอยู่มาก ยังต้องทำการบ้านมาอีกเยอะ” แล้วก็เดินออกจากห้องประชุมไป

นาย ก แปลกใจมาก แต่ก็ยังคงเชื่อมั่นในโครงการใหม่นี้ ก็เลยเอาแนวคิดนี้ไปเสนอกับผู้อำนวยการซึ่งเป็นนายของนายอีกที ผอ.ท่านนี้พอฟังจบ ก็ตาเป็นประกาย พร้อมกับลุกขึ้นมาจับมือ แล้วพูดว่า “เป็นโครงการที่ดีมากเลย ผมอยากให้คุณลงมือทำได้เลย ผมจะเป็นคนสนับสนุนให้เอง” พร้อมกับถามว่า “เอาไปคุยกับนายของคุณหรือยังล่ะ” นาย ก ก็ตอบไปว่า “ได้นำเสนอไปแล้วครับ” แต่ไม่ได้บอกว่านายไม่เห็นด้วย

 

ตั้งแต่วันนั้น พฤติกรรมของผู้จัดการ ก็เปลี่ยนแปลงไป จากที่เคยสอนงาน ให้คำแนะนำ ก็ไม่สอน ไม่แนะนำอะไรอีก ไม่พูด ไม่คุย เวลานาย ก ไปถามงาน ก็มักจะเลี่ยงไม่พบ หรือถ้าได้พบ ก็มักจะบ่ายเบี่ยงว่าไม่สะดวก จนทำให้นาย ก เริ่มรู้สึกไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่

โครงการที่เสนอ นาย ก ก็เป็นคนลงมือทำ อยู่ทำงานจนดึกดื่น และบริหารงานโครงการนี้จนสำเร็จได้ตามแผน โดยที่ผู้จัดการไม่ได้เข้ามาช่วยอะไรเลย แต่เชื่อมั้ยครับว่า พอโครงการเสร็จ คนที่เป็นผู้จัดการ ก็เอาผลงานไปนำเสนอกับ ผอ. ถึงผลสำเร็จของงาน โดยตอนที่นำเสนอนั้น ไมได้พูดถึงชื่อของนาย ก ที่เป็นคนคิด และบริหารโครงการนี้เลย ผู้จัดการเองได้หน้า และได้ผลงานไปเต็มๆ อีกทั้งมีผู้บริหารคนอื่นๆ เข้ามาแสดงความยินดีมากมาย กับความสำเร็จของงานนี้กับผู้จัดการ

ไม่มีคำชมจากผู้จัดการ นายใหญ่ชมผ่านนายลงมา ก็มาไม่ถึงตัวนาย ก จากวันนั้นเป็นต้นมา นาย ก ก็ถูกสกัดดาวรุ่งทันที ผู้จัดการเริ่มไม่มอบหมายงาน ไม่สอนงาน ไม่เรียกเข้าประชุม แต่กลับไปรับนาย ข พนักงานใหม่ที่เพิ่งจบการศึกษาเข้ามา และสอนงานให้ใหม่ตั้งแต่ต้น…….

นาย ก นั่งมอง นาย ข แล้วก็นึกถึงตัวเองในวันที่เพิ่งเริ่มต้นเข้ามาทำงานใหม่ด้วยความกระตือรือร้น จากนั้นก็ค่อยๆ เก็บของใช้ส่วนตัวลงกล่อง พร้อมกับวางจดหมายลาออก ที่โต๊ะของผู้จัดการ แล้วเดินถือกล่องของใช้ส่วนตัวออกจากบริษัทไป…..

โดยที่ไม่ได้ยินพนักงานสองคนนั่งซุบซิบกันว่า “เห็นมั้ย นี่คนที่ 3 แล้วนะที่โดนเข้าไปแบบนี้ เดี๋ยวเรามาดู นาย ข กันว่า จะอยู่ได้อีกนานเท่าไหร่”

………..คิดอย่างไรกับเหตุการณ์ข้างต้น…………….

2 คิดบน “หรือ จะจริง กับคำพูดที่ว่า ทำดีแต่อย่าเด่น จะเป็นภัย

  1. เคยเจอแบบตรงกันข้ามค่ะ สอนงานให้พอเก่งแล้วก็ข้ามหัวค่ะ และหาว่าไม่เคยสอนงานให้ เขาเรียนรู้เองทั้งหมด

    • ใช่ครับ แบบนี้ก็มีเยอะครับ ลูกน้องที่ไม่นึกถึงสิ่งที่หัวหน้าสอนและแนะนำ ผมคิดว่าคนเราจะรุ่งเรืองได้ก็ด้วยความกตัญญูรู้คุณคน ^^

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s