เคล็ดลับการบริหารคน คำชมอย่าคิดว่าไม่สำคัญ

praise

“คนเราทุกคนล้วนชอบคำชม” ถ้าพูดแบบนี้ จะต้องมีบางคนเถียงว่า “ผมไม่ชอบหรอก คำชมน่ะ ไม่จำเป็นต้องมาชมผมก็ได้” แต่ถ้าลองพิจารณาลงไปถึงความรู้สึกลึกๆ คนที่พูดประโยคนี้ ก็ยังรู้สึกดีเวลาที่ได้รับคำชมจากคนอื่น จริงมั้ยครับ

ผู้บังคับบัญชาบางคนกลับคิดว่า “ชมลูกน้องไปทำไม ชมไปเดี๋ยวมันก็เหลิง” บางคนก็คิดว่า ก็มันเป็นงานของเขาอยู่แล้ว การที่เขาทำได้ดี มันก็คือหน้าที่ของเขา ทำไมเราต้องชมเขาด้วย” ฯลฯ

ท่านผู้อ่านล่ะครับ คิดยังไงกับคำชมเชย

ในการที่จะบริหารคน และได้ใจของคนอื่นนั้น องค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญและขาดไม่ได้เลยก็คือ คำชมเชยที่มีให้กับคนคนนั้น เราลองนึกถึงครอบครัวที่มีลูก หรือมีหลานที่เพิ่งจะหัดทำอะไรเป็นครั้งแรกดูสิครับ เวลาที่เด็กเริ่มพูดคำแรกได้ พ่อแม่ทำอย่างไรกับลูกครับ แน่นอน ก็ต้องชื่นชม หรือเวลาที่เด็กเริ่มตั้งไข่และก้าวเท้าก้าวแรกได้ พ่อแม่ทำอย่างไรครับ แน่นอน ก็ต้องชื่นชม ชมเชย บางคนวิ่งเข้าไปกอดรัก และให้กำลังใจลูกตัวเองอย่างเต็มที่ จะมีพ่อแม่คนไหนที่คิดแบบนี้บ้างหรือไม่ครับว่า “เกิดเป็นคนมันก็ต้องเดินได้ มันก็เป็นธรรมชาติของคนอยู่แล้ว ทำไมต้องไปชมเด็กมันด้วย” !!!!

เราลองมาดูกฎของคำชมกันสักหน่อยนะครับ

  • คำชมไม่มีมากเกินไป ถ้าเราจะชมใครก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นลูกน้อง เพื่อน ครอบครัว ฯลฯ ไม่มีคำชมที่ว่า มันมากเกินไปแล้ว เพราะถ้าเขาทำดีเมื่อไหร่ คำชมก็เกิดขึ้นได้เมื่อนั้น จะชมกันวันละ 100 เรื่องก็ได้ ถ้าเรื่องเหล่านั้นเป็นเรื่องที่ดี และเป็นเรื่องที่เขาตั้งใจทำมันขึ้นมา การที่เรารู้สึกว่าบางคนชมมากเกินไปนั้น ก็เกิดจากความรู้สึกว่าเขาชมแบบไม่จริงใจ และชมในเรื่องเดิมๆ ซ้ำๆ ไปเรื่อย แม้ว่าจะไม่มีเรื่องให้ชมแล้ว ก็ยังงัดเรื่องเก่าๆ มาชมเชยอีก ถ้าเป็นแบบนี้ก็ไม่ใช่คำชมที่ดีแล้วครับ
  • moraleใช้สร้างแรงบันดาลใจได้ดี ถ้าเราต้องการที่จะสร้างแรงจูงใจ หรือสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนอื่น คำชมถือเป็นเครื่องมือแรกที่สำคัญมาก การจะกระตุ้นทีมงานให้เกิดความฮึกเหิม กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญ และกำลังใจก็ได้มาจากคำชื่นชมนั่นเอง
  • ทำให้คนถูกชมรู้สึกเป็นคนพิเศษ คนที่ได้รับคำชมจะมีความรู้สึกว่าตนเองเป็นคนพิเศษ รู้สึกถึงความภาคภูมิใจในสิ่งที่ทำ ซึ่งความรู้สึกตรงนี้เองที่จะทำให้เกิดแรงจูงใจในการที่จะรักษาพฤติกรรมนั้นไว้
  • ต้องชมอย่างจริงใจ สิ่งที่สำคัญสำหรับการใช้คำชม ก็คือ จะต้องใช้อย่างจริงใจ และชมในสิ่งที่ควรจะชม ไม่ใช่ชมแบบพร่ำเพรื่อไปเรื่อย ไม่มีอะไรสำคัญก็พูดชมแบบติดปากไปแล้ว แบบนี้จะไม่ได้รับผลกระทบในทางที่ดี

เราลองมาดูพลังของคำชมกันสักหน่อย

ผมเคยสังเกตครูที่สอนเด็กเล็กๆ เวลาที่เด็กในห้องตะโกนโหวกเหวก หรือมีพฤติกรรมที่กวนคนอื่นในห้องเรียน แทนที่ครูจะดุด่าเด็กคนนั้น ซึ่งยิ่งทำให้เด็กคนนั้นรู้สึกว่าครูให้ความสนใจ ก็จะยิ่งแสดงพฤติกรรมที่ก้าวร้าวต่อไปอีก เพื่อที่จะเรียกร้องความสนใจ แต่ครูท่านนั้นกลับไม่ทำอย่างนั้น ท่านหันไปให้ความสนใจเด็กที่นั่งตั้งใจเรียน โดยพูดชมต่อหน้าเด็กคนอื่นๆในห้องเพื่อให้ทุกคนได้ยินว่า “ครูชอบ หนู A จังเลย เป็นเด็กที่น่ารักตั้งใจเรียน และไม่กวนเพื่อนคนอื่นเลย อ่ะ ครูให้ 5 ดาวเป็นรางวัลนะจ๊ะ…..” เด็กคนอื่นก็หยุด และหันมามองด้วยความที่อยากให้ครูชมเขาบ้าง ผลก็คือ พฤติกรรมของเด็กที่ก้าวร้าวก็เริ่มเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น เพราะครูไม่ไปสนใจและใส่ใจพฤติกรรมที่ก้าวร้าวนั้น แต่สนใจและใส่ใจกับพฤติกรรมที่ดีของเด็กคนอื่นมากกว่า

นี่ก็ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการให้คำชมเชย และการใช้คำชมเชยอย่างมีประสิทธิภาพ

แม้ว่าพนักงานของเราจะไม่ใช่เด็ก แต่ทุกคนล้วนแล้วแต่มีจิตใจที่ชอบคำชมเชยอยู่แล้วลึกๆ ดังนั้น การใช้คำชมเป็นเครื่องมือจึงถือว่าเป็นการใช้ธรรมชาติของคนเราให้เป็นประโยชน์ การที่เราไม่คิดจะชมใคร แสดงว่า เรากำลังฝืนธรรมชาติของคนเราอยู่เช่นกัน

สรุปแล้ว ในการเป็นหัวหน้าซึ่งต้องบริหารจัดการพนักงานในทีม คำชม ถือเป็นเครื่องมือหนึ่งในหลายเครื่องมือที่หัวหน้าจำเป็นจะต้องมีติดตัวไว้ และให้นำออกมาใช้ให้ถูกที่ ถูกเวลา และถูกเรื่อง ถ้าเราสามารถใช้เครื่องมือนี้ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมแล้ว การที่เราจะได้ใจคนอื่นนั้น เป็นสิ่งที่ไม่ยากเลยครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s