HR Bench-marking แนวโน้มและมาตรฐานงาน HR จะเป็นอย่างไร

HR benchmarking

ผมได้มีโอกาสอ่านรายงาน Human Resource Benchmarking ของปี 2016 ซึ่งจัดทำโดย SHRM ของอเมริกา มีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องของระบบงาน HR อยู่พอสมควร แม้ว่าตัวรายงาน และข้อมูลจะเป็นของบริษัทในประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่น่าศึกษา และนำมาปรับใช้ เพื่อเปรียบเทียบกับระบบงาน HR ของบ้านเราได้พอสมควร ก็เลยนำเอาประเด็นที่น่าสนใจมาสรุปให้อ่านกันครับ

  • ระบบการวางแผนสืบทอดตำแหน่ง ซึ่งระบบนี้เป็นระบบหนึ่งที่หลายบริษัทในบ้านเราพยายามที่จะสร้าง และนำมาใช้ เพื่อที่จะหาตัวตายตัวแทนที่จะขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทนผู้บริหารที่อาจจะมีการเกษียณอายุกัน จากผลการสำรวจที่ได้มาจากบริษัททั้งสิ้น 1,503 บริษัท มีเพียง 34% เท่านั้น ที่มีการทำระบบ Succession Plan ถ้าอ้างอิงตัวเลขนี้ ก็แสดงว่า บริษัทส่วนใหญ่จะยังไม่มีการทำระบบนี้อย่างเป็นทางการและชัดเจน
  • อัตราส่วน HR กับจำนวนพนักงาน ข้อมูลนี้เป็นอีกข้อมูลหนึ่งที่น่าสนใจ SHRM สำรวจออกมาพบว่า จำนวนพนักงานของฝ่ายบุคคลเทียบกับจำนวนพนักงานของบริษัท โดยเฉลี่ยคือ พนักงาน 100 คน จะมี HR ที่ 2.3 คน หรือถ้าเราปัดเศษให้เต็มคน ก็คือ ประมาณ 3 คน ลองเอามาคำนวณเทียบกับจำนวน HR ของบริษทในบ้านเราดูได้ครับ
  • หน่วยงาน HR ขึ้นกับใคร จากผลการสำรวจพบกว่า บริษัทถึง 55% ให้ HR ขึ้นกับ CEO, President ของบริษัท ก็คือ เป็นหน่วยงานที่ขึ้นตรงกับผู้บริหารสูงสุดเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่ต้องดูแลเรื่องคน และต้องสอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ของบริษัทด้วย และมีเพียง 10% ที่ให้ HR ไปขี้นกับ COO ของบริษัท และมี 13% ให้ HR ไปขึ้นกับ CFO ของบริษัท และ 5% ให้ขึ้นกับ ผู้บริหารทางด้าน Admin ของบริษัท
  • ระยะเวลาในการหาคนทดแทน ค่ากลางคือ 30 วัน แต่ค่าเฉลี่ยคือ 42 วัน โดยไม่ได้แยกว่าเป็นตำแหน่งอะไร
  • ระยะเวลาในการทำงานเฉลี่ยของพนักงาน คือ 8 ปี
  • อัตราการลาออกเฉลี่ย อยู่ที่ 15% ต่อปี
  • อัตราการขึ้นเงินเดือนเฉลี่ย คือ 3%
  • อัตราส่วนเงินเดือนพนักงานต่อค่าใช้จ่ายด้านการบริหารจัดการ คือ 43% กล่าวคือ เงินเดือนพนักงานคิดเป็น 43% ของต้นทุนในการบริหารจัดการของบริษัท

แม้ว่าข้อมูลที่ได้มาจากผลการสำรวจอาจจะดูไม่ค่อยครบถ้วนสักเท่าไหร่ แต่ก็พอที่จะทำให้เราเห็นว่า HR ที่อเมริกานั้นมีมาตรฐานในการบริหารจัดการอย่างไร ตัวเลขบางตัวอาจจะนำมาใช้เป็นแนวทางในการมากำหนดแนวทางในการบริหารจัดการของเราก็ยังได้

เช่นในเรื่องของการจัดองค์กร บางแห่งมีคำถามมาว่า ฝ่ายบุคคลควรจะขึ้นกับตำแหน่งอะไรดี ซึ่งถ้าเราดูจากผลการสำรวจก็จะเห็นอย่างชัดเจนว่า ขึ้นกับ CEO ของบริษัทเลยเป็นส่วนใหญ่ เมื่อเทียบกับในอดีตที่ HR มักจะไปขึ้นกับฝ่ายบัญชี หรือไม่ก็ฝ่ายบริหารทั่วไป

ส่วนอีกรายงานหนึ่ง เป็นรายงานผลการสำรวจเรื่องแนวโน้มของสวัสดิการที่เปลี่ยนแปลงไป ในระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ซึ่งผลการสำรวจก็ออกมาว่า สวัสดิการที่มีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีมากที่สุดก็คือ สวัสดิการด้านสุขภาพพนักงาน บริษัทส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญในเรื่องของการบริหารสุขภาพของพนักงานมากขึ้น

ส่วนถัดไปก็คือ สวัสดิการด้านเวลาการทำงาน ในอดีตเรื่องของวันและเวลาในการทำงานนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยมีอะไรแตกต่างกันมากนัก ก็คือ จำนวนวันทำงานต่อสัปดาห์ และชั่วโมงการทำงานต่อวันนั้น บริษัทส่วนใหญ่ก็ให้เหมือนๆ กันไป แต่ปัจจุบันนี้ บริษัทจะเน้นไปที่เรื่องของ Telecommuting หรือ Telework ก็คือ ทำงานที่ไหนก็ได้ โดยไม่ต้องเข้าบริษัท บริษัทอนุญาตให้พนักงานไปนั่งทำงานนอกบริษัทได้ เช่น ตามร้านกาแฟ เป็นต้น และแนวโน้มในเรื่องของวันและเวลาทำงาน ก็ปรับให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้นกว่าในอดีตมากขึ้น เรียกว่าบางบริษัทยกเลิกการสแกนนิ้วในการทำงานไปเลยก็มี และหันไปดูผลงานพนักงานมากกว่าเรื่องของเวลาที่จะมาทำงาน เพราะเน้นไปที่ให้พนักงานสามารถที่จะบริหารจัดการเวลาในการทำงานของตนเองตามรูปแบบการใช้ชีวิตของตนเอง และต้องไม่ให้งานเกิดความเสียหายด้วย

คิดว่าน่าจะพอได้ประโยชน์จากข้อมูลการสำรวจนี้ไม่มากก็น้อยนะครับ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s