สิ่งที่ผู้จัดการไม่ค่อยอยากทำ ในการบริหารลูกน้อง

dontwanttodo

เรื่องของการบริหารคนในยุคปัจจุบัน เราต่างก็ทราบกันดีอยู่ว่า เป็นหน้าที่ของผู้จัดการ หรือหัวหน้างาน หรือจริงๆ ก็คือ คนที่เป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงของพนักงานคนนั้น ที่จะต้องทำหน้าที่ในการบริหารจัดการคนของเขาให้ดี ผิดจากเดิมหรือในอดีตที่มักจะคิดเสมอว่า หน้าที่ของการบริหารคนนั้น เป็นหน้าที่ของฝ่ายบุคคล ผลก็คือ ในอดีตฝ่ายบุคคลจะต้องทำทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของพนักงาน ทั้งๆ ที่บางเรื่องไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายบุคคลเลยก็มี

แต่ในยุคนี้ เราต่างก็ทราบกันดีว่า คนที่ต้องทำหน้าที่ในการบริหารคนนั้น ก็คือ ตัวผู้บังคับบัญชาโดยตรงของพนักงานนี่แหละครับ ที่จะต้องรับหน้าที่นี้ไปเต็มๆ ก็เลยเกิดแนวคิด และวิชาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารคนมากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากการบริหารคนแล้ว ยังมีการให้ผู้จัดการสายงานเรียนรู้เรื่องของการบริหารทรัพยากรบุคคลอีกด้วย เพราะเป็นสิ่งผู้จัดการจะต้องทำโดยตรง

แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ผู้จัดการสายงานเองก็ยังไม่อยากที่จะทำหน้าที่บริหารคนในทุกเรื่อง ทั้งๆ ที่โดยหลักแล้วมันก็คือหน้าที่ของคนที่เป็นหัวหน้าจะต้องทำ แต่ไม่อยากทำ อาจจะเพราะมันทำให้ตนเองดูแย่ในสายตาของลูกน้อง หรือ อาจจะเพราะทำไม่เป็น มีเรื่องอะไรบางลงมาดูกันครับ

  • ตักเตือนพนักงาน เรื่องแรกที่คนที่เป็นหัวหน้างานเกือบทุกคนในองค์กรไม่อยากทำก็คือ การตักเตือนพนักงานอย่างเป็นทางการ พนักงานทำงานผิดพลาด หรือมีพฤติกรรมที่ไม่ดีในการทำงาน โดยหลักแล้วคนที่เป็นผู้บังคับบัญชาจะต้องว่ากล่าวตักเตือน และถ้ารุนแรงก็อาจจะต้องออกหนังสือเตือน ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยว่ากล่าวหรือจะเตือนด้วยหนังสือ หัวหน้างานก็ไม่อยากที่จะทำ สาเหตุหลักก็คือ ไม่อยากทำให้ตนเองดูไม่ดีในสายตาของลูกน้อง และพนักงานคนอื่นในทีมงาน ก็เลยส่งให้กับฝ่ายบุคคลเป็นคนทำให้ จะว่ากันไปแล้ว เรื่องของหนังสือเตือนฝ่ายบุคคลทำให้อันนี้ถูกต้องแล้ว แต่คนที่จะต้องเรียกพนักงานมาเตือน และยื่นหนังสือเตือนให้พนักงานนั้น ควรจะเป็นหัวหน้างานโดยตรงมากกว่า เพราะนี่คือหน้าที่และความรับผิดชอบของคนเป็นหัวหน้า คือ การให้คุณให้โทษนั่นเอง
  • การประเมินผลงานลูกน้อง อีกเรื่องที่หัวหน้าไม่อยากทำ และไม่ค่อยเต็มใจทำสักเท่าไหร่ ก็คือ การประเมินผลงานพนักงานของตนเอง สิ่งที่เกิดขึ้นจริงก็คือ หัวหน้าจะเกิดอาการเกรงใจ และกลัวว่าลูกน้องจะรู้สึกไม่ดี ถ้าเราให้คะแนนผลงานตามความเป็นจริงที่ลูกน้องทำงานได้ ซึ่งมันก็แปลกนะครับ ทั้งๆ ที่หัวหน้างานเองก็มักจะเรียกร้องว่า บริษัทเราจะต้องประเมินงานอย่างเป็นธรรม แต่หัวหน้างานเองกลับประเมินแบบไม่เป็นไปตามผลงานจริงๆ ที่ลูกน้องทำได้จริง สุดท้ายก็คือ ประเมินให้ดีกว่าผลงานที่ทำได้จริงตลอด จนสุดท้ายก็ต้องมานั่งปรับเปลี่ยนกันใหม่ และหัวหน้างานเองก็มักจะบอกกับพนักงานว่า ตนประเมินผลงานพนักงานออกมาดีทุกคนนะ แต่ถ้าผลการประเมินออกมาไม่ดี แสดงว่าเป็นที่นาย หรือไม่ก็ฝ่ายบุคคลปรับใหม่
  • พัฒนาลูกน้อง อีกเรื่องที่ยังคงมีเหลืออยู่บ้าง ที่หัวหน้างานไม่อยากจะทำ ก็คือ การพัฒนาลูกน้องตนเอง ทั้งๆ ที่เราอยากให้พนักงานเก่ง มีทักษะ มีความสามารถมากขึ้น แต่หัวหน้ากลับไม่เคยที่จะคิดพัฒนาลูกน้องของตนสักเท่าไหร่ หลักๆ ก็คือ ใช้งานกันไป แล้วเรื่องการพัฒนาให้ใครทำ คำตอบก็คือ ให้ HR เป็นคนพัฒนาพนักงานให้ เอาเข้าจริงๆ HR จะพัฒนาพนักงานทุกคนได้จริงหรือ เพราะคนที่รู้ดีกว่า พนักงานคนไหนมีจุดแข็งจุดอ่อนอะไร ก็คือคนที่เป็นหัวหน้างานโดยตรงมากกว่า บางองค์กร พนักงานถาม
  • ให้ Feedback ลูกน้อง อีกเรื่องที่หัวหน้าไม่ค่อยอยากทำ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะทำไม่เป็น หรืออาจจะด้วยความกังวลเพราะไม่เคยทำ ก็คือ เรื่องของการให้ Feedback ให้กับลูกน้องของตนเอง ว่าทำงานดี หรือไม่ดี อย่างไร ทั้งๆ ที่เรื่องของการให้ Feedback นั้นเป็นเรื่องธรรมชาติที่หัวหน้าจะต้องคอยบอกลูกน้องอยู่แล้วว่า อะไรคือสิ่งที่ดี อะไรคือสิ่งที่ไม่ดี เพื่อที่จะทำให้ลูกน้องตนเองรู้ว่าตนเองนั้นทำงานออกมาเป็นอย่างไรบ้าง มีอะไรที่จะต้องปรับปรุงให้ดีบ้าง ไม่ใช่ทำไม่ดี ก็เงียบ ไม่บอกอะไร เพราะไม่รู้จะบอกอย่างไร สุดท้ายพนักงานก็ไม่รู้ว่าตนเองทำงานไม่ดีอย่างไร หรือดีอย่างไร แต่หัวหน้ากลับคาดหวังให้พนักงานทำงานให้ดี แต่กลับไม่เคยบอกว่า แล้วจะต้องทำอย่างไรให้มันดีตามที่หัวหน้าต้องการ

จริงๆ เรื่องเหล่านี้เป็นหน้าที่โดยตรงของคนที่เป็นผู้จัดการ หรือเป็นผู้บังคับบัญชาอยู่แล้ว แต่สาเหตุที่ทำให้เหล่าบรรดาผู้บังคับบัญชาทั้งหลายไม่ค่อยอยากทำในสิ่งที่กล่าวมาข้างต้น ก็คือ ความไม่รู้ว่าทำไปทำไม ทำแล้วดีอย่างไร และ ทำไม่เป็น ก็เลยกลัว และไม่อยากทำ กลัวว่าทำไปแล้วจะเกิดผลเสียกับตนเอง

วิธีแก้ก็คือต้องเตรียมความพร้อมคนที่เป็นหัวหน้า ให้เข้าใจว่านี่คือหน้าที่และความรับผิดชอบของตนเอง และให้มีการฝึกฝนทักษะเหล่านี้ โดยจัดให้มีการฝึกอบรม และมีการติดตามการพัฒนะทักษะของการเป็นหัวหน้าอย่างสม่ำเสมอ แล้วเราก็จะได้ผู้บังคับบัญชาที่พร้อม และรับทราบถึงหน้าที่และความรับผิดชอบของตนเองอย่างแท้จริง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s