สิ่งที่โพสต์ใน Social media มีผลต่อการพิจารณารับเข้าทำงาน

social-post

ปัจจุบันนี้ น้อยคนที่จะไม่มี facebook  หรือ  social media  ต่างๆ เราจะเห็นการโพสต์เรื่องราวต่างๆของตนเอง และของคนอื่นลงบน social media แทบจะไม่เว้นแต่ละวัน เวลาที่เดินทางไปไหนเราจะต้องเห็นผู้คนหรือโทรศัพท์เปิดไล่ดูข้อความเรื่องราวที่ถูกแชร์ผ่านโซเชียลมีเดีย มันเหมือนเป็นวิถีชีวิตแบบใหม่ของคนยุคปัจจุบันไปแล้ว

แต่ท่านทราบหรือไม่ว่า เรื่องราวที่ท่านได้โพสต์ลงไปบนโซเชียลมีเดียนั้น มีผลต่อชีวิตการทำงานของท่านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะในการหางาน การรับสมัครงาน การสัมภาษณ์งาน การพิจารณาคัดเลือกรับคนเข้าทำงาน ล้วนแต่สามารถพิจารณาจากสิ่งที่ท่านได้โพสต์ลงไปใน social media ได้ทั้งสิ้น

จากผลการทำวิจัยของ  carrier builder เรื่องของ social media  พบว่า ฝ่ายบุคคลในปัจจุบันนั้น มีการพิจารณาเนื้อหาข้อความและสิ่งที่ผู้สมัครโพสต์ผ่าน social media  เพื่อเป็นตัวพิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับผู้สมัครคนนั้นเข้าทำงานกับบริษัท ประเด็นที่พิจารณามีอะไรบ้างเราลองมาดูกัน

  • รูปภาพที่โพสต์ สิ่งแรกที่ฝ่ายบุคคลจะเข้าไปดูใน social media ของผู้สมัครก็คือรูปภาพที่ผู้สมัครโพสต์ขึ้นใน social media ของตนเอง รวมถึงรูปภาพที่แชร์ไปให้กับคนอื่นได้รับทราบกัน ว่ามีลักษณะอย่างไร มีความรุนแรงหรือไม่ เป็นภาพที่เหมาะสมหรือไม่
  • ข้อความที่เขียนขึ้น social media ประเด็นถัดมาที่ฝ่ายบุคคลมักจะพิจารณา ก็คือข้อความต่างๆ ที่ผู้สมัครได้โพสต์ขึ้นใน social media ของตนเอง ว่าเป็นข้อความในลักษณะใด มีเนื้อหาแสดงออกถึงความรุนแรง ความขัดแย้ง สร้างความแตกแยก ฯลฯ หรือไม่ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นตัวบอกทัศนคติของเจ้าของข้อความได้อย่างดี ว่าจะเข้ามาทำงานแล้วจะสร้างปัญหาหรือสร้างประโยชน์ให้กับบริษัทกันแน่
  • Comment ต่างๆ ประเด็นถัดมาก็คือ การแสดงความคิดเห็นที่มีต่อเรื่องราวที่คนอื่นได้ส่งต่อมา ว่ามีความคิดเห็นในลักษณะก่อให้เกิดความขัดแย้งรุนแรง หรือเป็นความเห็นในเชิงสร้างสรรค์สักแค่ไหน
  • การเอาคนอื่นมานินทาผ่านโซเชียลมีเดีย สิ่งถัดไปที่ฝ่ายบุคคลมักจะพิจารณาก็คือ พฤติกรรมของผู้สมัครที่บางคนมักจะมีการนำเอาพฤติกรรมของเพื่อน หัวหน้าในที่ทำงาน เพื่อนร่วมงาน ครอบครัว หรือคนใกล้ตัวคนอื่นๆ มาบ่น มาตำหนิ หรือมาแสดงอาการประชดประชันเสียดสี ด้วยอาการที่ทนไม่ได้ต่อพฤติกรรมที่เขาทำกับเรา เพื่อให้เกิดความสะใจ และทำให้คนอื่นได้รับทราบประเด็นที่อาจจะไม่จริง หรือจริง ซึ่งมันก็ผ่านการตีความของคนอื่นๆ ได้อย่างมากมาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ก็มักก่อให้เกิดความขัดแย้งมากกว่าที่จะก่อให้เกิดผลดี
  • เขียนข้อความด้วยภาษาที่ไม่รู้เรื่อง ประเด็นสุดท้ายที่มักจะเอามาพิจารณาก็คือ ใน social media ของผู้สมัครงานเขาสื่อความ ใช้ข้อความ ใช้ภาษา ใช้ศัพท์แสง ที่ทำให้คนอื่นอ่านแล้วเข้าใจหรือไม่ หรือใช้ศัพท์ที่ถูกต้องตามหลักการเขียนหรือไม่ บางคนใช้ภาษาวัยรุ่น หรือภาษาที่ถูกแปลงมา จนชิน และไปมีผลต่อภาษาเขียนในการทำงานก็มี บางคนเขียนเรื่องราวจบแล้ว ก็ยังอ่านแล้วจับใจความไม่ได้เลยก็มี สิ่งเหล่านี้จะแสดงให้เราเห็นถึงทักษะในการสื่อความของผู้สมัครได้

5 ประเด็นข้างต้นที่กล่าวมานั้น ท่านผู้อ่านเองมีโพสต์ประเด็นดังกล่าว ลงบน social media ของท่านเองหรือไม่ ยังไงก็ขอให้ระมัดระวังไว้ เพราะมันจะเริ่มมีผลต่อชีวิตการทำงานของเราในอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากมันแสดงให้คนอื่นเห็นถึงตัวตนของเรา แสดงให้เห็นถึงความคิด ทัศนคติ และการใช้ชีวิตของเราได้อย่างชัดเจน ถ้าเราโพสต์อย่างไม่ระมัดระวัง

ในฐานะ hr เราก็สามารถที่จะพิจารณา social media ของผู้สมัครงานได้ เพื่อจะดูว่าผู้สมัครงานคนนั้นมีความเหมาะสมกับการทำงานที่บริษัทหรือไม่ ซึ่งในปัจจุบันนี้เราสามารถอ่านจาก social media ของผู้สมัครแต่ละคนได้ไม่ยากเลย และยังสามารถบอกได้เลยว่าเขาเป็นคนอย่างไร ควรจะรับหรือไม่รับเข้าทำงาน

ดังนั้นจะโพสต์ หรือ แชร์อะไรก็ขอให้ระวังไว้ด้วยนะครับ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s