Performance Calibration คืออะไร และอย่างไร

calibration

เรื่องของการประเมินผลงานพนักงานนั้น เป็นเรื่องที่มักจะมีปัญหาเกิดขึ้นเสมอ ในเรื่องของความเป็นธรรมในการประเมิน และเรื่องของปัญหาที่จะต้องบอกว่าพนักงานคนไหนผลงานดีที่สุด ดี และแย่ที่สุด ใครที่ต้องพัฒนาเรื่องอะไรอย่างไรบ้าง ฯลฯ  อย่างที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า ผู้จัดการแต่ละคนมีมุมมอง มีมาตรฐานในการประเมินที่แตกต่างกันไป ก็เลยทำให้ผลการประเมินออกมามีปัญหาเกิดขึ้นเสมอ

ก็เลยเกิดแนวทางในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ โดยการใช้สิ่งที่เรียกว่า Performance Calibration ขึ้น ซึ่งจริงๆ ก็มีท่านผู้อ่านหลายท่านเคยเขียนมาสอบถามว่า เรื่องนี้มันคืออะไร และทำกันอย่างไรได้บ้าง ก็เลยนำมาเขียนเป็นบทความให้อ่านกันครับ

Performance Calibration คืออะไร

คือกระบวนการหนึ่ง ที่เอาผู้จัดการที่ทำงานในสายงานเดียวกัน หรือ Job Family เดียวกัน หรือใกล้เคียงกัน มาประชุมหารือกัน อภิปรายกัน ถึงผลงานของพนักงานแต่ละคนที่ตนประเมินไว้ เพื่อที่จะทำให้แน่ใจได้ว่า ผู้จัดการทุกคนใช้มาตรฐานและวิธึคิดวิธีการประเมินผลงานที่ไปในทางเดียวกัน และใกล้เคียงกัน

ภาพที่เกิดขึ้นในทางปฏิบัติจริงก็คือ ผู้จัดการทุกคนในฝ่ายประเมินผลงานพนักงานเสร็จแล้ว ก็จะจัดให้มีการประชุมร่วมกันระหว่างผู้จัดการทุกคน เพื่อที่จะนำเอาผลงานของพนักงานแต่ละคนที่ตนประเมินผลไว้ มานำเสนอ และพูดคุยถึงที่มาที่ไปว่าทำไมถึงได้ผลงานดี หรือไม่ดีอย่างไร ในรายละเอียด ซึ่งทำให้ผู้จัดการทุกคนจะต้องมีการเตรียมข้อมูลผลงานของพนักงานที่ชัดเจน และสามารถอธิบายได้

Performance-Appraisal1234ในการประชุมก็จะมีการพูดคุยกัน สอบถาม และนำเอามาตรฐานของการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ KPI และ Competency ของพนักงานแต่ละคนมาคุยกัน มาพิจารณากัน เพื่อที่จะให้เกิดความเป็นธรรมมากที่สุดในการประเมินผลงาน ใครควรจะได้ A จริงๆ ใครที่ไม่ใช่ A และใครที่ได้ผลงานแย่ และต้องพัฒนาอะไรบ้าง

ซึ่งในการประชุมนี้ อาจจะมีการถกเถียงกันบ้าง แต่ก็จะเน้นไปที่การมองหาพนักงานที่มีผลงานที่ดี ด้วยมาตรฐานการมองในแบบเดียวกันทั้งหมด จากนั้น ก็มีการตกลงกัน และสรุปว่าสุดท้ายแล้วพนักงานแต่ละคนมีผลงานอย่างไรกันบ้าง เพื่อที่จะนำไปใช้ในการพัฒนา และให้รางวัลที่เป็นธรรมต่อไป

 

 

Performance Calibration ถ้าจะทำ ต้องทำอย่างไร

  • ต้องเริ่มต้นจากระบบการประเมินผลงานที่ดีก่อน กล่าวคือ มีการกำหนดตัวชี้วัดผลงาน และปัจจัยในการประเมินผลงานที่ชัดเจนก่อน เพราะถ้าเราไม่มีปัจจัยในการประเมินผลงานที่ชัดเจน จะทำให้เราทำ Performance Calibration ไม่ได้เลย เพราะไม่รู้ว่าจะคุยกันในมุมไหนบ้าง ก็จะทำให้ต่างคนต่างคุยกันไปอีก
  • การจัดกลุ่มประชุมเพื่อทำ Calibration จะต้องเป็นฝ่ายงานเดียวกัน หรือใกล้เคียงกัน ที่มีเป้าหมายการทำงาน และปัจจัยผลงานทางด้านพฤติกรรมที่ใกล้เคียงกัน ไม่ควรเอางานคนและแบบมา Calibrate กัน เพราะใช้มาตรฐานผลงานคนละตัวกัน เช่นไม่ควรเอางานบัญชีไปประชุมร่วมกับงานวิศวกรรม เป็นต้น
  • ต้องกำหนดวาระในการประชุมให้ชัดเจน โดยปกติจะให้ HR เป็นคนดำเนินการประชุม โดยกำหนดคิวของการนำเสนอของผู้จัดการแต่ละคน ในเรื่องผลงานของพนักงานที่ตนประเมิน แล้วก็ให้ที่ประชุมหารือกัน เวลาหารือกัน ก็ต้องใช้เกณฑ์ผลงานที่กำหนดไว้ และเกณฑ์พฤติกรรมที่กำหนดไว้เช่นกัน
  • ต้องมีการเตรียมข้อมูลผลงานของพนักงาน ผู้จัดการแต่ละคนที่เข้าประชุม Calibration จะต้องมีการเตรียมข้อมูลผลงานของพนักงาน เตรียมเหตุผลในเรื่องของผลงานของพนักงานว่าทำไมถึงประเมินให้เท่านั้นเท่านี้ พร้อมกับต้องเตรียมเปิดใจที่จะรับฟังมุมมองของผู้จัดการคนอื่นที่มีต่อผลงานของลูกน้องตนเอง ซึ่งในการประชุมกันนั้น เราจะใช้เหตุและผล และใช้ข้อมูลจริงที่เกิดขึ้นในการทำงานของพนักงานมาคุยกัน ดังนั้น เรื่องของข้อมูลการทำงานของพนักงาน หลักฐานต่างๆ จึงต้องถูกจัดเตรียมให้พร้อม ที่สำคัญก็คือ การที่จะมีข้อมูลเหล่านี้อย่างชัดเจนนั้น แปลว่า ผู้จัดการทุกคนจะต้องมีการเก็บข้อมูลการทำงานของพนักงานแต่ละคน สังเกตพฤติกรรมในการทำงานของพนักงาน และบันทึกสิ่งสำคัญๆ ไว้ เพื่อที่ใช้เป็นเหตุผลในการพูดคุยกัน

recruitment111

  • ปรับผลงาน และเรียกพนักงานเพื่อแจ้งผลงาน เมื่อประชุมเพื่อทำ Performance Calibration เสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้จัดการทุกคนจะมีเหตุผลประกอบว่า ทำไมผลงานของพนักงานถึงถูกปรับขึ้น ปรับลง หรือคงไว้ จากนั้นก็ทำการปรับระดับผลงานเป็นครั้งสุดท้ายแล้วส่งผู้มีอำนาจอนุมัติ จากนั้นผู้จัดการแต่ละคน ก็จะต้องเรียกพนักงานมาแจ้งผลงาน และให้ Feedback ผลงานต่อไป ซึ่งในการแจ้งผลงานก็จะสามารถทำได้อย่างสบายใจมากขึ้น เพราะมีเหตุผลแน่นพอ จากผู้จัดการทุกคนในที่ประชุม ทำให้ผลงานของพนักงานแต่ละคนออกมามีความเป็นธรรมมากขึ้น และอยู่บนมาตรฐานที่ใกล้เคียงกัน การยอมรับของพนักงานก็จะง่ายขึ้นด้วย

ถ้ามองให้ง่ายเข้า การทำ Performance Calibration นั้น ก็เหมือนการเอาผลงานของพนักงานมาพูดคุยกันระหว่างผู้ประเมิน เพื่อเป็นการปรับมาตรฐานการประเมินให้ใกล้เคียงกันนั่นเอง ทั้งนี้ก็เพือทำให้ผลการประเมินออกมาเกิดความเป็นธรรม และทำให้เราได้พบกับพนักงานที่มีผลงานที่ดีจริงๆ และเป็นที่ยอมรับของผู้จัดการทุกคน

แต่การจะทำ Performance Calibration ให้ได้ดีนั้น จะต้องเริ่มจากการฝึกอบรมและพัฒนาผู้ประเมินให้ดีเสียก่อน ให้เข้าใจมาตรฐาน และเกณฑ์ในการประเมิน และต้องเป็นผู้ประเมินที่มีใจเป็นกลางมองผลงานจริงๆ  จากนั้นก็ต้องมีการพัฒนาระบบประเมินประเมินผลงานให้มีเกณฑ์ประเมินที่ชัดเจน และเป็นที่ยอมรับกันในทุกฝ่าย

ที่เหลือก็เป็นเรื่องของการเปิดใจ รับฟัง ด้วยเหตุด้วยผลล้วนๆ ไม่ใช่สักแต่ว่าจะดันลูกน้องของตนเองให้ได้ผลงานที่ดีที่สุดทั้งๆ ที่ทุกคนก็มองเห็นว่าพนักงานคนนั้นผลงานไม่ได้ดีไปกว่าคนอื่นเลย ถ้าเป็นแบบนี้ จะมีการ Performance Calibration สักกี่รอบมันก็ไม่ได้ผลอะไรขึ้นมาแน่นอน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s