นิทานสอนใจ คนขายนม

milkman

วันนี้ก็นำเอานิทานที่อ่านแล้วน่าจะได้ข้อคิดมาให้อ่านกันนะครับ จากหนังสือที่ชื่อว่า “จะเล่าเป็นเพื่อนคุณ” ของฆอร์เฆ่ บูกาย คนเดิมที่เคยนำเอานิทานดีๆ ของเขามาให้อ่านกันไปบ้างแล้ว ลองอ่านดูนะครับ

มีชายชราคนหนึ่งมีอาชีพขายนม เขานั่งเกวียนเร่ขายของเหลวเลิศรสนี้ไปทั่วหมู่บ้าน ม้าแก่ๆ อิดโรยตัวหนึ่งทำหน้าที่ลากเกวียน คนขายนมเป็นคนงกมาก ใฝ่สูง อยากรวยและมีเงินเยอะๆ แต่โง่เขลานิดๆ

บ่ายวันหนึ่ง ขณะที่กำลังให้อาหารม้า เขาก็เริ่มคิดว่า เขาจะประหยัดเงินได้มากเพียงใด ถ้าในแต่ละเดือน ม้าของเขาไม่ต้องกินอาหารสัตว์มากมายเช่นนี้

เขาจำได้ว่า ครั้งหนึ่งหมอประจำหมู่บ้านเคยแนะนำเพื่อนบ้านของเขาให้เลิกบุหรี่ เมื่อคนไข้บ่นว่า เลิกสิ่งที่ติดเป็นนิสัยไม่ได้แน่ๆ หมอก็แนะวิธีที่เรียกกว่า ปลดพันธนาการ คือต้องบังคับให้ตัวเองสูบบุหรี่ให้น้อยลงวันละมวน จนหายอยากไปเอง ความอดทนและสม่ำเสมอจะช่วยให้สำเร็จ และอยู่ได้แม้ไม่สูบบุหรี่ ภายหลังที่เลิกบุหรี่ได้แล้ว

คนขายนมเชื่อว่า ถ้านำความรู้ที่หมอได้ให้คำแนะนำในการเลิกบุหรี่ มาประยุกต์ใช้ในกิจการของเขา และถ้าทำได้ ก็จะถือว่าเป็นสิ่งที่วิเศษมาก จึงตัดสินใจฝึกม้าทีละนิด เพื่อให้มันอยู่ได้โดยไม่ต้องกิน

นับแต่วันนั้นมา คนขายนม ก็ให้อาหารม้าน้อยลงวันละ 10 กรัมจากปริมาณของวันก่อน ลดลงไปเรื่อยๆ ในแต่ละวัน วันละ 10 กรัมแบบนี้ เขาคำนวณแล้วว่า ภายในหนึ่งปี หากม้ายังแข็งแรงเท่าเดิม มันจะกลายเป็นเพื่อนร่วมงานชั้นยอดของเขาทีเดียว เพื่อนร่วมงานที่ไม่เก็บค่าแรง

วันหนึ่งเสียงร้องโอดครวญของคนขายนมดังก้องไปทั่วท้องถนนในหมู่บ้าน เขากำลังพยายามลากเกวียนของตนเองจนสุดแรง

“ม้าไปไหนเสียล่ะ” ลูกค้าถาม

“ไอ้โง่นั่นรึ” เขาด่าม้าตัวเอง “ข้าพยายามสอนให้มันอยู่ได้โดยไม่ต้องกิน แต่พอมันกำลังจะเข้าใจ มันก็ดันตายไปเสียก่อน”

 

ในการประยุกต์ใช้ความรู้อะไรก็คงต้องดูให้ดีเสียก่อน ว่ามันผิดธรรมชาติของเรื่องนั้นหรือเปล่า อ่านจบแล้วผมคิดถึงเรื่องหนึ่ง ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารทรัพยากรบุคคล ก็คือ การกำหนดงบประมาณในการฝึกอบรม ซึ่งบางบริษัทเคยกำหนดไว้อย่างชัดเจน และดีมาก แต่พอวันหนึ่งที่ผู้บริหารระดับสูงเกิดอาการมองไม่เห็นประโยชน์จากการเรียนรู้และพัฒนา เพราะไม่เห็นว่าเงินงบประมาณฝึกอบรมที่ลงทุนไปนั้น จะได้ผลประโยชน์อะไรกับองค์กร มีแต่จะทำให้กำไรขององค์กรลดน้อยลง

ก็เลยสั่งให้ค่อยๆ ตัดงบประมาณในการอบรมลงไปเรื่อยๆ ในแต่ละปี ผลเป็นอย่างไรก็คงเดากันออกนะครับ ผู้บริหารคาดหวังว่าพนักงานจะต้องทำงานสร้างผลงานที่ดีขึ้นอย่างต่อเรื่อง เพราะธุรกิจหยุดรอไม่ได้ แต่กลับตัดเงินงบประมาณที่จะให้ความรู้และทักษะแก่พนักงานออกไปเรื่อยๆ จนทำให้พนักงานไม่มีโอกาสที่จะได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่

สุดท้ายพนักงานไม่มีความรู้ใหม่ๆ ทักษะใหม่ๆ ในการทำงาน ตามโลกไม่ทัน งานก็ไม่เดิน เพราะงานเปลี่ยนไปแล้ว แต่พนักงานทำไม่เป็นเพราะไม่เคยรู้เรื่อง และไม่เคยได้รับการพัฒนา

ดูแล้วผู้บริหารที่ว่ามานี้ ก็เหมือนกับคนขายนมในนิทานเนอะ^^

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s