คนเก่งก็อยากได้ความใส่ใจจากนายเหมือนกันนะ

talentand-boss

คนเก่ง หรือ Talent ของหน่วยงาน และของบริษัทนั้น เป็นพนักงานที่มีผลงานโดดเด่น และยังมีศักยภาพที่เป็นเลิศ มอบหมายงานอะไรให้ไป ก็สามารถทำได้ดีกว่าที่นายคาดหวังไว้เสมอ ยิ่งไปกว่านั้น ก็ยังสามารถฝากอนาคตของหน่วยงาน และขององค์กรของเราไว้กับเขาได้ด้วยเช่นกัน โดยปกติคนที่เป็นผู้จัดการ หรือ บรรดานายๆ ทั้งหลายมักจะมีมุมมองว่า พนักงานที่เก่งๆ นั้น เนื่องจากเขาเก่ง ก็เลยไม่จำเป็นต้องไปดูแล หรือให้ความใส่ใจอะไรมากนัก เพราะเขาน่าจะดูแลตัวเองได้

ก็เลยเอาเวลาและความสนใจไปให้กับพนักงานที่ไม่ค่อยเก่ง และพนักงานที่มีปัญหาในการทำงาน ซึ่งผลก็คือ พนักงานที่เก่งๆ ก็เลยรู้สึกว่าถูกนายทิ้ง รู้สึกเคว้งคว้าง ทำงานดีแต่กับไม่ได้รับความใส่ใจเท่าไหร่ ลองพิจารณาประเด็นต่อไปนี้ดูนะครับว่า องค์กรของเราเป็นแบบนี้บ้างหรือเปล่า ในการที่จะสร้างแรงจูงใจให้กับพนักงานแบบผิดคน

  • ผู้จัดส่วนใหญ่ลืมให้ความสำคัญกับการสร้างบรรยากาศในการสร้างแรงจูงใจ มองแค่เพียงว่า การที่เราจะสร้างแรงจูงใจให้กับพนักงานได้นั้น จะต้องมีการศึกษาความต้องการของพนักงาน ต้องเอาทฤษฎีแรงจูงใจต่างๆ มาใช้ประกอบ แต่ในทางปฏิบัตินั้น วิธีการง่ายๆ (แต่ทำยากเหมือนกัน) ที่จะสร้างแรงจูงใจให้กับพนักงานได้ ก็คือ ผู้จัดการนี่แหละครับ จะต้องเป็นคนที่สร้างบรรยากาศในการทำงานที่ดี เช่น เข้าบริษัทมาตอนเช้า ก็ยิ้มแย้มแจ่มใส ทักทายพนักงานทุกคน พูดคุยสร้างความเป็นกันเองกันก่อนเลย แค่เริ่มต้นแค่นี้ พนักงานในทีมงานก็รู้สึกมีพลังในการทำงานได้แล้ว จากนั้นเราก็ค่อยเสริม หรือเติมประเด็นเรื่องของความต้องการพนักงานเข้าไปทีหลังได้ง่ายขึ้น
  • พนักงานเก่งกลับไม่ค่อยได้ความใส่ใจจากหัวหน้า นี่เป็นอีกเรื่องที่เป็นข้อผิดพลาดในการสร้างแรงงจูงใจให้กับพนักงาน กล่าวคือ ผู้จัดการส่วนใหญ่ เมื่อเห็นว่าพนักงานของตนเองคนไหนที่มีผลงานที่ดี มีความตั้งใจในการทำงานอยู่แล้ว ก็มักจะไม่ค่อยใส่ใจ หรือให้ความสนใจมากนัก เพราะคิดว่า พนักงานคนนี้สามารถที่จะทำงานได้ด้วยตนเองแล้ว แต่กลับไปให้ความสนใจและใส่ใจกับพนักงานที่มีปัญหาในการทำงานมากกว่า เช่นพนักงานที่มีผลงานไม่ดี ก็มักจะถูกเรียกไปคุย ซึ่งในการเรียกไปคุยนั้น บางทีหัวหน้าเองก็ซื้อกาแฟมาฝาก พร้อมกับให้ Feedback ไปด้วย มันก็เลยทำให้พนักงานที่มีผลงานที่ดีรู้สึกไม่ค่อยดี เพราะเขาทำงานดีมากมาย แต่หัวหน้ากลับไม่เคยคุย ไม่เคยบอกอะไร ยิ่งไปกว่านั้นยังไม่เคยเลี้ยงกาแฟเลย จริงๆ แล้วเราควรจะให้ความสำคัญกับพนักงานที่มีผลงานที่ดีด้วย โดยการชมเชย และเรียกมาพูดคุย เพื่อให้เขารู้ว่า เรายังต้องการเขาอยู่ และเขามีคุณค่าต่อความสำเร็จของงานของเรา ส่วนพนักงานที่ผลงานไม่ค่อยดี ก็อาจจะเน้นไปในเรื่องของการสอนงาน และการทำให้เขาสร้างผลงานที่ดีให้ได้
  • พนักงานเก่งไม่ค่อยได้รับการ Coach เรื่องของการ Coaching เป็นสิ่งที่สามารถสร้างแรงจูงใจให้กับพนักงานได้เช่นกัน เพราะทำให้พนักงานรู้สึกว่า หัวหน้าให้ความสำคัญกับตน และอยากให้ตนทำงานได้ดีขึ้นเรื่อยๆ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ ก็คือ พนักงานที่มีผลงานที่ดี ทำงานเก่ง มักจะไม่ค่อยได้รับการ Coaching จากนายเท่าไหร่ ด้วยเหตุผลที่ว่า เก่งอยู่แล้ว และมีความสามารถอยู่แล้ว จึงไม่ต้องสอนอะไรมากมาย ผิดกับพนักงานที่ผลงานแย่ๆ และทำงานไม่ค่อยจะเป็น ก็มักจะได้รับการสอน และให้คำแนะนำบ่อยๆ จนทำให้พนักงานที่เก่งรู้สึกว่า ตนไม่ได้รับความสำคัญจากหัวหน้าเลย แรงจูงใจก็น้อยลง จริงๆ แล้วคนเก่ง ก็ยังคงต้อง Coach ครับ โดยต้องกำหนดทักษะใหม่ๆ อะไรบ้างที่จำเป็นจะต้องมี หรืออาจจะ Coach ในสิ่งที่เป็นจุดแข็งของพนักงานคนนั้นก็ได้ ต่อยอดให้เก่งยิ่งขึ้นไปอีกได้
  • พนักงานเก่งๆ ได้รับมอบหมายงานมากกว่า นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่อาจจะเป็นการสร้างแรงจูงใจผิดทางโดยที่ไม่รู้ตัว กล่าวคือ พนักงานที่ทำงานเก่ง ก็มักจะได้รับการมอบหมายงานจากหัวหน้าที่เยอะหน่อย มีงานอะไรที่ไม่รู้จะให้ใครทำดี หัวหน้าก็ให้พนักงานที่เก่ง เพราะเชื่อว่า พนักงานคนนี้จะสามารถทำผลงานให้ได้ ทั้งนี้ก็ด้วยความเชื่อใจที่มีให้พนักงานคนนั้นมากกว่า ในทางตรงกันข้าม พนักงานที่มีผลงานไม่ค่อยดี โดยมากก็มักจะไม่ค่อยได้รับความไว้วางใจจากหัวหน้ามากนัก ดังนั้น ก็เลยสบาย ไม่ต้องมีงานอะไรให้ทำมากนัก งานก็ไม่ยาก สบายๆ วันๆ นั่งทำงานไป นั่งเล่นไป ชิวๆ ตรงข้ามกับพนักงานที่ผลงานดี ที่ต้องก้มหน้าก้มตาทำงานไปเรื่อย ซึ่งทำให้พนักงานที่เก่งรู้สึกว่าไม่เป็นธรรม ยิ่งไปกว่านั้นยังทำให้พนักงานที่ไม่เก่ง เรียนรู้ว่า ถ้าอยากสบาย ก็ไม่ต้องทำตัวเองให้เก่ง เพราะเก่งแล้วโดยใช้งานเยอะ ซึ่งนี่ก็คือ การสร้างแรงจูงใจในทางที่ผิด โดยที่ผู้จัดการไม่รู้ตัวเช่นกัน

ดังนั้น ใครที่มีลูกน้องเก่งๆ ก็อย่าลืมให้ความสำคัญกับเขาด้วยนะครับ คนเก่งก็ยังต้องได้รับการพัฒนาอยู่เสมอเพื่อให้เก่งขึ้นไปอีก ไม่ใช่มองแค่ว่าเก่งอยู่แล้วไม่ต้องพัฒนาอะไรก็ได้ แบบนี้สักพักคนเก่งก็จะกลายเป็นคนไม่เก่ง เพราะไม่รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จริงๆ เรื่องของการพัฒนาคนนั้น ปัจจุบันเน้นไปที่การพัฒนาคนเก่งมากกว่า ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนเก่ง เพื่อให้เก่งขึ้นไปอีก ดีกว่าการพัฒนาคนที่ไม่เอาไหนให้เก่ง เพราะใช้เวลา และงบประมาณมาก แล้วเราก็ไม่รู้ว่า พัฒนาไปแล้วจะเก่งขึ้นจริงหรือเปล่า

แต่ถ้าเราดูแลคนเก่งให้ดี คนเก่งแค่เพียงคนเดียว ก็สามารถสร้างผลงานได้มากกว่าพนักงานที่ไม่เก่งห้าคนรวมกันอย่างสบายๆ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s