นิทานสอนใจ ปลูกขนมปัง

bread

วันนี้ก็นำเอานิทานดีๆ มาให้อ่านเพื่อให้เกิดความสบายใจกันเช่นเคยนะครับ ปัจจุบันนี้เรื่องของความคิดความอ่านของคนเรานั้น บางทีเราก็คิดเร็ว ตัดสินใจเร็วเกินไป บางคนได้เห็นแค่เพียงรูปที่คนอื่นแชร์มา ก็คิดว่า เป็นจริงตามนั้น โดยที่ไม่มีการคิดไตร่ตรองถึงความเป็นไปได้เลยด้วยซ้ำไป บางคนก็ต่อยอดความคิดนี้ออกไปในทางที่แย่ลงไปเรื่อยๆ

ดังนั้นเราจะเห็นว่า ปัจจุบันนี้ ถ้าเราทำอะไรพลาดไป ซึ่งอาจจะยังไม่ได้กระทำผิดอะไรมากมาย แต่โลกสังคมออนไลน์สามารถที่จะทำให้คนคนหนึ่งเสียคนได้โดยที่ยังไม่ได้ทำอะไรผิดจริงๆ ด้วยซ้ำไป

หนักไปกว่านั้น บางคน ก็อาศัยตรรกะเพี้ยนๆ มาแก้ตัว หรือแก้ไขสถานการณ์ ซึ่งบางครั้งอ่านแล้วก็งงๆ ว่า เขาคิดได้อย่างไร

เรามาอ่านนิทานวันนี้กันดีกว่า นะครับ เผื่อจะได้ข้อคิดอะไรกันบ้าง

ครั้งหนึ่ง นัสรุดิน คนพันหน้าทำงานพันอย่าง รับหน้าที่เป็นทนายความคอยปกป้องคนยากจนผู้ด้อยโอกาส นัสรุดินมีความรู้น้อย และไม่เข้าใจกฎหมายสักเท่าไหร่นัก ในสมัยนั้นกฎหมายเองก็มักจะใช้เป็นข้ออ้างแก้ต่างให้เรื่องอยุติธรรม แต่เขาก็สามารถใช้ปฏิภาณไหวพริบและสามัญสำนึกในการพลิกข้อหาหนักๆ ที่ลูกความของเขาถูกกล่าวหา และทำให้คนเหล่านั้นได้รับความยุติธรรมในที่สุด

ครั้งหนึ่งนัสรุดินต้องทำคดีแสนยาก เพื่อปกป้องชายคนหนึ่งซึ่งสิ้นหวังที่จะช่วยบรรเทาความหิวโหยของครอบครัวของตน จึงไปขโมยไก่สองตัวมาจากห้องครัวของบ้านของผู้มีอันจะกินคนหนึ่ง ซึ่งเป็นโจทก์ฟ้องร้องในครั้งนี้

พยานหลายคนเห็นเขาเข้าไปในบ้านโจทก์ และเปิดฝาหม้อซึ่งกำลังต้มไก่จวนจะเดือดแล้ว และขโมยไก่ออกมาใส่ไว้ในถุงมิดชิด ก่อนที่จะหนีกลับไปยังบ้านของตนเองที่อยู่ชานเมือง ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึง ก็แทบจะไม่เหลือซากไก่ แม้แต่กระดูกไก่ ก็ยังถูกสุนัขผอมโซแทะจนแทบไม่เหลืออะไรเลย

กฎหมายเองก็ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ให้จ่ายคืนเท่ากับมูลค่าของสิ่งที่ขโมยไป หรือต้องยอมเข้าคุก ระยะเวลาของการจองจำก็ขึ้นอยู่กับมูลค่าของของสิ่งนั้นที่ขโมยไป

ซึ่งลูกความของเขาไม่มีเงินที่จะมาจ่ายค่าไก่สองตัวนั้นแน่นอน เพราะถ้าเขามีเงิน เขาก็คงไม่ไปขโมยไก่ตั้งแต่แรก นัสรุดิน ก็พยายามที่จะคิดหาวิธีการแก้ไข แต่ก็คิดอะไรไม่ออก

แต่แล้วก็มีเรื่องประหลาดใจรอทนายผู้นี้อยู่ในห้องพิจารณาคดี ทนายของโจทก์ลงความเห็นว่า จะให้เรื่องนี้เป็นตัวอย่าง เพื่อไม่ให้คนอื่นเอาเป็นเยี่ยงอย่าง พวกเขาเล่นงานชายที่ไม่มีทางสู้ผู้นี้ด้วยการเรียกเงินชดเชยสี่สิบเหรียญเป็นค่าไก่สองตัว (ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่มากเอาการอยู่ในสมัยนั้น)

“เป็นไปไม่ได้ขอรับท่านผู้พิพากษา” นัสรุดิน โต้แย้ง “แม้ลูกความของผมจะยอมรับว่าเป็นผู้ขโมยไก่จริง แต่ด้วยค่าเสียหายที่เรียกมานั้น มันมากเกินกว่าค่าไก่สองตัวอีก แบบนี้มันกลั่นแกล้งผู้ที่ไม่มีทางสู้”

ทนายของโจทก์ตอบกลับมาในทันทีว่า “เป็นไปได้ขอรับท่าน จริงอยู่ที่มูลค่าจะดูมาก แต่เราจะต้องไม่ลืมว่า ไก่มันไม่ใช่มีราคาแค่เพียงเนื้อของมัน ไก่สองตัวนั้นเป็นไก่ไข่พันธุ์ดีที่สุดของลูกความ เรามีเอกสารยืนยันว่า ไก่ของเขาทุกตัวออกไข่ได้ปีละสองร้อยฟอง และร้อยละสิบจะถูกฟักเป็นลูกเจี๊ยบ ซึ่งจะกลายเป็นไก่พันธุ์ดีต่อไปในอนาคต”

“การขโมยครั้งนี้ จึงสุดที่จะคิดออกมาเป็นมูลค่าได้ แต่เราก็ลดเหลือสี่สิบเหรียญ ก็เพราะความเห็นใจ และด้วยความเคารพต่อศาลด้วย”

สมัยนั้น ศาลก็มักจะเอนเอียงไปตามคนรวย และคนที่มีอิทธิพลมากกว่า โดยไม่พิจารณาข้อเท็จจริงให้ดีเสียก่อน กรณีนี้ ก็เลยสั่งพิพากษาให้จำเลยชดใช้เงินตามจำนวนที่กำหนด หรือจำคุกเป็นระยะเวลา 40 เดือนแทน

นัสรุดิน ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็ได้แต่ยื่นข้อเสนอว่า จะขอผ่อนชำระค่าเสียหายดังกล่าว

ทนายฝ่ายโจทก์ ก็สอบถามด้วยความสงสัยว่า จะไปหาเงินมาได้อย่างไร

“จริงๆ ลูกความของข้าพเจ้า ไปขโมยไก่มา เมื่อเขาได้รับคำปรึกษาจากข้าพเจ้า และรู้ว่า คำตัดสินจะเป็นเช่นไร เขาก็เริ่มลงมือปลูกขนมปังสองก้อนไว้ที่สวนหลังบ้านของเขา แผนการก็คือ จะรอให้ขนมปังแตกรากออกมา และโตขึ้นมาออกผล ก็จะได้จ่ายค่าไก่ด้วยเงินที่ได้จากการขายขนมปังนี้”

“ข้าแต่ท่านผู้พิพากษา” ทนายโวยวาย “นัสรุดินบังอาจล้อเลียนพวกเรา และไม่เคารพต่อศาล เราจะรอให้ขนมปังสองก้อนออกผลเป็นขนมปัง เพื่อเอาไปขายได้อย่างไรกัน ช่างน่าขันเสียจริงๆ ใครนะช่างคิดได้ว่า ขนมปังออกผลได้”

“ข้าแต่ท่านผู้พิพากษา” นัสรุดินชี้แจง “ถ้าศาลเพิ่งจะเห็นดัวยว่าไก่ต้มออกไข่ได้สองร้อยฟอง และฟักเป็นลูกเจี๊ยบได้ ข้าก็ไม่เห็นเป็นเรื่องน่าแปลกอันใดหากขนมปังจะออกผลได้เช่นกัน”

 

จากหนังสือเรื่อง “จะเล่าเป็นเพื่อนคุณ” ของ ฆอร์เฆ่ บูกาย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s