นิทานสอนใจ ช่างก่ออิฐ

brick

นี่ก็เข้าเดือนสุดท้ายของปีแล้ว รู้สึกมั้ยครับว่าเวลาในแต่ละปีนั้น มันช่างผ่านไปรวดเร็วมาก บางคนบอกว่า ยังไม่ทันได้ทำอะไรเลย ก็หมดปีเสียแล้ว พูดงานสิ่งที่เราทำ หรืองานที่เราทำนั้น เรารู้สึกอย่างไรกับมันบ้างครับ รู้สึกว่ามันเป็นงานที่น่าเบื่อ ไร้คุณค่า ทำก็เพราะต้องทำ ไม่ทำก็จะไม่มีรายได้ หรือเรารู้สึกว่างานที่เราทำนั้นมีคุณค่า แม้ว่าอาจจะเป็นงานที่ดูไม่ได้ซับซ้อนอะไร แต่ก็รู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของความสำเร็จ เพราะงานของเรานั้นเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในภาพใหญ่ขององค์กร

วันนี้ก็เอานิทานสอนใจมาให้อ่านกันอีกเรื่องหนึ่งครับ เป็นนิทานที่เขียนและเล่าโดย พระไพศาล วิสาโล ลองอ่านดูนะครับ

มีช่างก่ออิฐอยู่ในทำงานใกล้ๆ กัน 3 คน คนหนึ่งทำด้วยความรู้สึกเหนื่อยอ่อน อิดโรยเฉื่อยชา อีกคนก็ดีขึ้นมาหน่อย มีความกระตือรือร้นมากขึ้น แต่ว่าทำไปก็มองนาฬิกาไปว่าเมื่อไหร่จะเลิกงานเสียที แต่ว่าคนที่ 3 ทำงานด้วยความกระฉับกระเฉง และตั้งใจมาก ก่ออิฐก้อนแล้วก้อนเล่า โดยที่ไม่ได้สนใจอย่างอื่น

เมื่อไปถาม 3 คน นี้ว่าทำอะไรอยู่

คนแรกก็ตอบว่า “ผมกำลังก่ออิฐครับ”

คนที่สองบอกว่า “ผมกำลังก่อกำแพงอยู่น่ะสิ”

แต่คนที่ 3 บอกว่า “ผมกำลังสร้างโบสถ์เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาครับ”

สังเกตหรือไม่ครับว่า ทั้งสามคนทำงานอย่างเดียวกัน แต่ว่ามีความกระตือรือร้น ความกระฉับกระเฉง ความตื่นตัวต่างกัน

คนแรกทำอย่างขอไปที คนที่สองทำไปก็ดูเวลาไป แต่คนที่สามทำอย่างมีความสุข ทั้ง 3 คนทำงานอย่างเดียวกันแต่มีความรู้สึกที่แตกต่างกัน เพราะอะไร

ก็เพราะมองคุณค่าของการทำงานด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกัน แต่ละคนให้คุณค่าของการทำงานไม่เหมือนกัน คนที่คิดว่าตัวเองก่ออิฐ ก็รู้สึกว่าตัวเองทำไปไม่ค่อยมีคุณค่า ก็ทำไปด้วยความเฉื่อยเนือย และไม่มีความสุข เพราะไม่ได้มองเป้าหมายใหญ่ว่าตนเองกำลังทำอะไรอยู่

อีกคนเห็นงานของตัวเองมันกว้างขึ้นมาหน่อย เพราะว่ากำลังก่อกำแพง ก็รู้สึกมีความกระฉับกระเฉงมากขึ้น แต่ก็อดไม่ได้ที่จะดูเวลา เพราะเขารู้สึกว่าเขามาทำก็เพื่อมีเงินใช้ ก็รอว่าเมื่อไรเวลาจะหมดเสียที

แต่คนที่ 3 เขารู้สึกว่าเขากำลังได้สร้างโบสถ์ กำลังสร้างวัด และคนไทยเมื่อรู้สึกว่าตัวเองได้มีส่วนสร้างวัด ก็รู้สึกปิติขึ้นมา มันไม่ใช่ผลตอบแทนที่เป็นเงิน แต่มันคือบุญกุศล เกิดความปิติ แรงจูงใจที่ทำให้เกิดเขาทำงานนั้น มันไม่ใช่เป็นเรื่องของรายได้หรือผลตอบแทนแต่ว่าเป็นศรัทธาที่โยงกับความรัก

เพราะฉะนั้นเราจะเห็นได้ว่า การทำงานอย่างเดียวกัน ก่ออิฐเหมือนกัน แต่มีความรู้สึกต่างกันเพราะว่ามองงานนั้นต่างกัน เราจะเห็นได้ว่าเราเห็นคุณค่าของงานเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

คนที่ทำงานโดยคิดเพียงแค่ที่ว่าสิ่งที่ฉันทำมันเป็นเพียงรายได้หรือแค่อาชีพอย่างหนึ่ง เขาอาจจะทำแล้วก็รอว่าเมื่อไรเงินเดือนจะออก เมื่อไรจะถึงวันหยุด เมื่อไรจะถึงวันเสาร์อาทิตย์ ด้วยเพราะว่าเขาไม่ได้มีความมุ่งหมายมากไปกว่าการมีผลตอบแทน หรือเงินเดือน

แต่คนที่เขาทำงานและเห็นว่างานที่เขาทำมีคุณค่า มีส่วนในการสร้างสรรค์งานที่ดีของหน่วยงาน ฝ่ายงาน หรือองค์กร หรือแม้กระทั่งเป็นประโยชน์ของประเทศ มีส่วนในการทำให้องค์กร และประเทศเจริญก้าวหน้า เขาจะเป็นคนที่ทำงานอย่างมีความสุขและรู้สึกถึงคุณค่าของการทำงาน แม้ว่างานนั้นจะเป็นงานที่อาจจะดูไม่สำคัญก็ตาม

ช่างก่ออิฐคนไหนที่น่าจะมีความสุขที่สุด ก็น่าจะเป็นช่างก่ออิฐคนที่สามที่ทำงานด้วยความรู้สึกที่ดี และมองเห็นเป้าหมาย

แล้วท่านผู้อ่านจะเป็นช่างก่ออิฐคนไหนครับ ?

Advertisements

1 คิดบน “นิทานสอนใจ ช่างก่ออิฐ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s