นิทานสอนใจ มะม่วงกับคนข้างบ้าน

mango

วันนี้เอานิทานดีๆ มาฝากกันอีกเช่นเคยนะครับ น้ำใจคนเราทุกวันนี้มันเริ่มหายากกันมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะอะไร บางครั้งก็มีการเอารัดเอาเปรียบกันมากขึ้น โดยคิดถึงตัวเองเป็นหลัก โดยไม่ได้มองไปที่คนอื่นเลยว่า เขาด้อยกว่า หรือเดือดร้อนมากกว่าเราหรือไม่

เมื่อวันก่อน ขึ้นรถไฟฟ้า เดินทางไปทำงาน คนแน่นพอสมควร พอประตูรถเปิด แม่จูงลูกอายุสักประมาณ 5 ขวบได้ ใส่ชุดนักเรียนอนุบาล พยายามเดินเบียดคนเข้าไปตรงกลางรถไฟฟ้า และมายืนอยู่ตรงที่มีคนนั่งอยู่ เรียกได้ว่า ทุกคนเห็นแน่ๆ ว่ามีเด็กเข้ามาในรถ แต่กลับไม่มีใครลุกให้นั่งเลยสักคน ผู้ชายคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าเด็ก ก็นั่งเสียบหูฟัง ดูโทรศัพท์ไป ไม่สนใจ ทั้งๆ ที่ก็เห็นว่ามีเด็กมายืนเซไปมาอยู่ข้างหน้าตนเอง แต่กลับไม่ใส่ใจอะไร…. เด็กคนนี้ยืนจนถึงสถานีที่ต้องลงโดยไม่มีใครลุกให้นั่งเลยสักคนเดียว ที่ผมเห็นอาจจะเป็นแค่เพียงวันนี้วันเดียว วันอื่นอาจจะมีคนอื่นที่เขามีน้ำใจลุกให้นั่งก็เป็นได้ แต่ความรู้สึกตอนนั้นมันรู้สึกแย่มากๆ ว่าทำไมคนเราถึงมองความสบายของตนเองเป็นหลักกันได้มากขนาดนี้

ที่เขียนมานี้ มิได้หมายถึงทุกคนนะครับ แค่ระบายให้อ่านกันสั้นๆ เรามาต่อที่นิทานประจำวันศุกร์ของเราดีกว่าครับ นิทานเรื่องนี้ไม่ปรากฏชื่อผู้แต่งอีกเช่นกันครับ ถ้าใครทราบก็แจ้งมาได้นะครับ จะได้ให้เครดิตไว้ครับ

เด็กชายวิ่งตื๋อมาหาพ่อ

“พ่อครับข้างบ้านเขาขโมยสอยมะม่วงเราครับ” เด็กชายพูดอย่างตื่นเต้น

พ่อหัวเราะแล้วถาม “เราเหลืออีกหลายลูกไหมลูก”

“ผมเห็นยังมีอีกหลายลูกเลยครับ” เด็กชายตอบ

“งั้นไปสอยมะม่วงมาให้พ่อสักเจ็ดลูกสิ” พ่อสั่งพร้อมกับยิ้มให้

เด็กชายเข้าใจว่า พ่อคงใช้ให้สอยมะม่วงเพราะกลัวเพื่อนบ้านจะมาขโมยอีก จึงรีบสอยมะม่วงนั้นมาให้พ่อ เมื่อได้มะม่วง ก็หอบมาให้พ่อหวังว่าจะได้ทานกันอย่างเอร็ดอร่อยแต่ปรากฏว่า ผู้เป็นพ่อกลับนำมะม่วงนั้นใส่ตะกร้าสวยงาม และจูงมือลูกชายไปกดกริ่งรั้วเพื่อนบ้านที่ลูกชายบอกว่าสอยมะม่วงไป

เด็กชายงง ไม่เข้าใจว่าพ่อจะทำอะไร เมื่อข้างบ้านเปิดประตูรั้วออกมา เป็นชายวัยกลางคน หน้าตามีพิรุธ เหมือนทำผิดอะไรบางอย่าง ผู้เป็นพ่อยื่นมะม่วงทั้งตะกร้าให้ แล้วกล่าวว่า

“ผมเอามะม่วงมาฝากครับ เป็นเพื่อนบ้านอยู่บ้านข้างๆ นี่เอง มีอะไรก็บอกกันนะครับ จะได้ช่วยเหลือกัน”

ชายคนนั้นมีสีหน้าเสียใจอย่างเห็นได้ชัด เขาบอกให้พ่อรอสักครู่ พร้อมทั้งกลับมาด้วยตะกร้าใบเดิม แต่เปลี่ยนเป็นไข่ไก่เต็มตะกร้า

“ผมเลี้ยงไก่ไข่ไว้หลายตัว ขอให้ไข่เป็นของตอบแทนน้ำใจนะครับ”

พ่อกล่าวขอบคุณ แล้วจูงมือเด็กชายกลับบ้าน

เด็กชายถามพ่อด้วยความสงสัยว่า “ทำไมพ่อถึงเอามะม่วงไปให้เขา แทนที่จะไปทวงมะม่วงของเราคืนมา”

“ถ้าพ่อไปทวงมะม่วง เราอาจจะได้มะม่วงคืน แต่เราจะเสียเพื่อนบ้าน และอาจถึงกับโกรธกัน แต่นี่พ่อเอามะม่วงไปให้เขาเจ็ดลูก รวมที่เขาสอยไปหนึ่งลูกเป็นแปดลูก แต่เราได้ทั้งน้ำใจเขาซึ่งก็คือไข่ตะกร้าใหญ่ แถมยังได้เพื่อนบ้านที่ดีเพิ่ม

ลูกว่าแบบใหนดีกว่ากัน?”

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s