สาเหตุที่ระบบบริหารผลงาน ไม่สามารถพัฒนาผลงานพนักงานได้

pmsnotpms

เรื่องของผลงานของพนักงานเป็นเรื่องที่ยากมากอีกเรื่องหนึ่ง ที่จะทำให้ออกมาเป็นธรรมแบบ 100% ซึ่งในทางปฏิบัติแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ก็เพราะการบริหารผลงาน หรือการประเมินผลงานล้วนแต่มีความรู้สึกของผู้ประเมิน และผู้ถูกประเมินอยู่ในนั้นเสมอ ไม่สามารถที่จะตัดความรู้สึกออกได้ทั้งหมดแน่นอน

ก็เลยมีการพยายามคิดหาทางออก โดยการพยายามมองว่า เรื่องของผลงานนั้น เป็นเรื่องที่ควรจะเน้นไปที่การพัฒนาพนักงาน มากกว่า จะเน้นไปที่การให้รางวัล เพราะจริงๆ แล้ววัตถุประสงค์ของการประเมินผลงาน หรือการบริหารผลงานที่เกิดขึ้นนั้น ก็เกิดเพราะว่า เราต้องการที่จะพัฒนาผลงานของเราให้ดีขึ้น

และการที่จะทำให้ผลงานดีขึ้นได้นั้น เราก็ต้องรู้ว่าเป้าหมายและความสำเร็จของงานนั้นอยู่ที่ไหน และพนักงานแต่ละคนทำงานไปได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้สักแค่ไหน ยังห่างไกล หรือใกล้สักแค่ไหน ซึ่งตรงนี้เองที่เราเรียกมันว่าการประเมินผลงาน เพื่อที่จะบอกเราได้ว่า ผลงานที่ออกมาเมื่อเทียบกับเป้าหมายแล้ว อยู่ตรงไหนกันแน่ เพื่อที่จะได้วางแผนในการพัฒนาพนักงานคนนั้นได้ว่า ยังต้องเติมความรู้ ทักษะ อะไรบ้าง เพื่อที่จะทำให้พนักงานสามารถสร้างผลงานได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้

ซึ่งดูเหมือนกับว่า ระบบบริหารผลงาน หรือการประเมินผลงานนั้น จะเป็นระบบที่ช่วยให้พนักงานมีผลงานที่ดีขึ้น เพราะจะได้รับการพัฒนาตลอด แต่ในทางปฏิบัติทำไมถึงไม่เป็นแบบนั้น ทำไมระบบที่คิดว่าน่าจะช่วยพัฒนาพนักงานได้ กลับไม่ได้ช่วยอะไรเลย ยิ่งไปกว่านั้นยังทำให้พนักงานไม่อยากที่จะพัฒนาตนเองด้วยซ้ำไป มันเป็นเพราะอะไร

  • ผู้ประเมินยังคงใช้ความรู้สึกในการประเมินมากกว่าข้อเท็จจริง สาเหตุแรกก็คือ ที่ผู้ประเมินนี่แหละครับ แม้ว่าจะมีการกำหนดเป้าหมายไว้ชัดเจนแล้วก็ตาม แต่สุดท้าย ก็ยังคงหนีไม่พ้นความรู้สึกส่วนตัวของผู้ประเมินอยู่ดี ผู้ประเมินบางคนมีความรู้สึกชอบ รู้สึกดีกับพนักงานบางคน แต่ผลงานของพนักงานคนนี้ออกมาไม่ค่อยดี ก็พยายามหาวิธีการ หาช่องทางที่จะบิดเบือนผลการประเมินเพื่อให้ผลงานของพนักงานคนที่ตนเองชอบนั้นออกมาได้ดีตามที่ตนเองต้องการ เรียกว่าผลงานไม่ดี แต่ผลการประเมินออกมาดี เพราะอยู่ที่ปลายปากกาของนาย
  • ยังคงมองการบริหารผลงานเป็นการประเมินผลงาน หลายองค์กรเอาระบบบริหารผลงานมาใช้ ก็เพื่อที่จะทำให้เกิดการพัฒนาผลงานของพนักงาน แต่สุดท้ายก็ไม่เกิดอะไรขึ้นก็เพราะว่า ทุกคนในองค์กรยังคงมองเรื่องของการบริหารผลงาน เป็นเรื่องการประเมินผลงานอยู่ดี ก็คือ ทำงานครบปี ก็มาประเมินกัน ประเมินเสร็จแล้ว ก็จบ ไม่มีการวางแผนอะไรกันต่อไปอีก มองเหมือนกับว่าเป็นระบบที่ต้องทำ แต่ทำแล้วก็ไม่รู้ว่าจะเอาไปใช้งานอะไรต่อได้บ้าง
  • นายไม่กล้าที่จะบอกพนักงานว่าอะไรที่ต้องพัฒนาบ้าง นายหลายคนยังไม่กล้าที่จะประเมินผลงานลูกน้องอย่างตรงไปตรงมา เพราะกลัวว่าลูกน้องจะไม่พอใจ และจะไม่ยอมทำงานให้ สุดท้ายก็เลยกลายเป็นการประเมินเพื่อให้ลูกน้องพอใจมากกว่า โดยที่มองข้ามผลงานที่ไม่ดี และสิ่งที่จะต้องพัฒนาไปเสีย เพียงเพื่อที่จะทำให้ลูกน้องพอใจ
  • ไม่เคยใช้ระบบ Feedback and Coaching เรื่องของการบริหารผลงานที่ดีนั้น หัวหน้าจะต้องคอยบอกว่าผลงานของพนักงานในแต่ละช่วงเวลานั้น เป็นอย่างไรบ้าง และจะต้องปรับปรุงอะไรบ้าง เพื่อที่จะทำให้ผลงานดีขึ้น อีกทั้งยังอาจจะต้องมีการสอนงาน แนะนำงาน แก่พนักงาน ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะทำให้พนักงานได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและทำผลงานได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ แต่ในทางปฏิบัติหลายองค์กรที่นำเอาระบบบริหารผลงานไปใช้งานจริง กลับไม่มีการ Feedback and Coaching อะไรกันเลย หัวหน้าก็ให้เหตุผลว่า ทำไม่เป็นบ้าง ไม่รู้จะสอนอะไรบ้าง ลูกน้องไม่อยากได้บ้าง ฯลฯ ก็เลยทำให้กลายเป็นระบบประเมินผลงานแบบเดิมอยู่ดี
  • เน้นการประเมินเพื่อที่จะให้รางวัลมากกว่าที่จะพัฒนา การที่หัวหน้างานประเมินผลงานพนักงาน เพื่อที่จะให้พนักงานได้รับผลตอบแทนที่ดีนั้น ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พนักงานไม่ได้รับการพัฒนาจากผลงานของตนเอง เนื่องจากถ้าหัวหน้างานอยากให้พนักงานคนไหนได้รับการขึ้นเงินเดือน หรือโบนัสที่มากหน่อย ก็มักจะไม่สนใจว่า ผลงานที่แท้จริงของพนักงานคนนั้นจะดี หรือไม่ดีสักแค่ไหน แต่เมื่ออยากให้แล้ว ก็สามารถที่จะเข้าไปปรับวิธีการประเมิน และการให้คะแนนได้ใหม่ทังหมด เพื่อที่ทำให้พนักงานคนนั้นได้ผลงานในระดับที่สามารถได้รับการขึ้นเงินเดือนและโบนัสแบบดีที่สุด ซึ่งสุดท้ายก็ไม่ได้สนใจว่า พนักงานคนนั้นได้ต้องพัฒนาอะไรบ้าง

ด้วยสาเหตุดังกล่าว ก็เลยทำให้ระบบบริหารผลงาน ไม่สามารถที่จะเป็นระบบที่ช่วยให้พนักงานได้รับการพัฒนาอะไรได้เลย ทั้งๆ ที่ระบบบริหารผลงานที่ดี จะทำให้เรามองเห็นจุดแข็งและจุดอ่อนของพนักงานในการทำงานได้อย่างดี เพราะเรามีการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน และมีระบบการติดตาม บอกกล่าว และสื่อความกันทางด้านผลงานตลอดทั้งปี ซึ่งตัวระบบมันเองถูกออกแบบมาอย่างดี แต่คนเอาระบบมาใช้กลับไม่ได้นำมาใช้แบบเต็มความสามารถของระบบนั่นเอง

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s