พฤติกรรมของพนักงานที่บริษัทเอือมระอา

ทุกองค์กรล้วนต้องมีการว่าจ้างพนักงานเข้าทำงาน และก็เกือบทุกองค์กรอีกเช่นกันที่พยายามจะกำหนดคุณสมบัติของพนักงานของตนเองว่าจะต้องเป็นคนอย่างไร มีความรู้ ทักษะ และพฤติกรรมอย่างไรในการทำงาน แต่เอาเข้าจริงๆ ก็ไม่ใช่พนักงานทุกคนที่จะสามารถจะเป็นอย่างที่องค์กรต้องการได้ บางคนก็ดีมากอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ บางคนก็กลางๆ ดีแบบพอดีๆ บางคนก็แย่เอามากๆ ซึ่งเป็นคนที่องค์กรไม่อยากเลี้ยงไว้เลยก็มี

วันนี้เราลองมาดูกันว่า พฤติกรรมของพนักงานแบบไหนที่องค์กรไม่ชอบอย่างมาก และเป็นพฤติกรรมที่บั่นทอนการทำงานของทั้งองค์กรเอง และของเพื่อนร่วมงานคนอื่นด้วย

  • ใช้เวลาของบริษัทในการทำงานอย่างอื่น พฤติกรรมแรกที่ไม่ค่อยมีใครชอบใจ ก็คือ พนักงานของบริษัท ในบางตำแหน่งที่ต้องมีการออกทำงานพบปะลูกค้าภายนอกบริษัทเป็นประจำ คนที่ดี ก็มีการวางแผนพบปะลูกค้าและใช้เวลาของบริษัทในการทำงานร่วมกับลูกค้าอย่างเต็มที่ แต่ในทางตรงกันข้าม พนักงานบางคนกลับเอาเวลาของบริษัทไปทำงานอื่น เช่น ไปขายสินค้าที่ไม่ใช่ของบริษัท บางครั้งก็พบปะลูกค้าแค่ไม่นาน แต่เอาเวลาที่เหลือไปเที่ยวเล่น และทำอย่างอื่นที่ไม่ใช่งานของบริษัท แต่รับเงินเดือนของบริษัทเต็มๆ หรือแม้แต่พนักงานที่ทำงานในออฟฟิศก็ตาม บางคนก็นั่งเล่นแต่คอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถือทั้งวัน ที่เล่นก็เพราะมีการขายของออนไลน์ เรียกได้ว่าหารายได้โดยใช้เวลาทำงานของบริษัทกันเลยทีเดียวครับ ได้รายได้สองต่อครับ เงินเดือนก็ได้ แถมยังได้รายได้จากการขายของอีก และก็แปลกนะครับ พนักงานกลุ่มนี้ก็มักจะจับไม่ค่อยได้ หรือถ้าจับได้ก็ไม่มีหลักฐานที่จะเอาผิดได้อย่างชัดเจน
  • งานไม่ทำ เอาแต่เข้า (เครือข่าย)สังคม เนื่องจากเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าไปอย่างมากมาย การติดต่อสื่อสารกันเป็นไปได้อย่างทันที และตลอดเวลา ทุกคนมีเครื่องมือสื่อสารติดตัวอยู่เสมอ ก็เลยทำให้มีพฤติกรรมที่ติดเทคโนโลยี และต้องการที่จะสื่อสาร หรือเข้าเครือข่ายสังคมอยู่ตลอดเวลา เวลาทำงาน 8 ชั่วโมง แต่ทำงานจริงๆ แทบไม่ถึงครึ่ง อีกครึ่งหนึ่ง หรือมากกว่านั้น ก็เอาไปใช้ในการเข้าเครือข่ายสังคมในเวลาทำงานเลย ผลก็คือ ผลงานไม่ออก หรือไม่ก็งานออกมาช้า ผิดๆ ถูกๆ เพราะพนักงานไม่มีสมาธิจดจ่อในการทำงานนั้นๆ ทำงานได้แป๊ปเดียว ก็หันไปตอบ line เพื่อนบ้าง ไปเม้น status เพื่อนใน facebook บ้าง ฯลฯ พอหัวหน้าเตือน ก็มักจะอ้างว่า ใช้เครื่องมือเหล่านี้ในการทำงาน ซึ่งถ้าใช้จริง ผลงานก็น่าจะออกมาอย่างเห็นได้ชัด
  • มาเข้าอบรม แต่ไม่ได้เรียนอะไร ส่วนใหญ่จะเกิดจากการจัดการฝึกอบรมภายใน (In-house Training) ให้กับพนักงาน เพื่อเป็นการพัฒนาพนักงานให้มีความรู้ ทักษะในการทำงานที่ดีขึ้น แต่สิ่งที่มักจะเห็นเวลาที่มีการฝึกอบรมภายในบริษัท ก็คือ พนักงานมาเข้าอบรมแบบไม่มีความตั้งใจที่จะเข้ามาเรียนเลย มาถึงก่อน ก็พยายามไปหาที่นั่งข้างหลังห้อง เหตุผลก็คือ เพื่อที่จะได้เดินออกจากห้องได้สะดวกหน่อยในระหว่างการอบรม และเหตุผลที่ต้องเดินออกก็เพราะ จะต้องทำงาน เดี๋ยวมีใครติดต่อมาต้องรับโทรศัพท์ บางคนก็เอาคอมพิวเตอร์เข้ามาทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย (แล้วจะได้เรียนหรือ?) ฯลฯ พนักงานที่อ้างว่างานเยอะก็มี แต่จะว่าไป ก็น่าจะแบ่งเวลาให้ได้ อีกส่วนเอาคอมพิวเตอร์เข้ามาไม่ได้จะทำงานหรอกครับ ทำเหมือนทำงาน แต่จริงๆ นั่งเล่นอินเตอร์เน็ตเพลินๆ ส่องเฟสบุ๊คชาวบ้านเขา รวมถึงการโต้ตอบพูดคุยหรือแชท กับเพื่อนๆ
  • ส่งพนักงานไปอบรมภายนอก แต่ก็ไม่เข้าเรียน การฝึกอบรมอีกลักษณะหนึ่งก็คือ บริษัทส่งพนักงานออกไปฝึกอบรมกับบริษัทภายนอก แต่พฤติกรรมที่เกิดขึ้นก็เหมือนกับข้อที่แล้ว ก็คือ ไม่ใส่ใจ ไม่สนใจ มานั่งฟังบ้าง ไม่ฟังบ้าง เล่นโทรศัพท์บ้าง เดินเข้าเดินออกบ้าง หนักหน่อย ก็คือ มาเซ็นชื่อ แล้วก็หายไปเลยก็มี แต่บริษัท ไม่รู้เรื่องเลย
  • ผู้ไม่เคยหวังดี พฤติกรรมของพนักงานอีกประเภทหนึ่งที่ทำให้องค์กรมีปัญหาก็คือ พนักงานที่พยายามให้ร้ายเพื่อนร่วมงานคนอื่นกับหัวหน้าของตนเอง ต่อหน้าเพื่อนก็จะทำเป็นพูดดี ทำดี มีน้ำใจ แต่ทำไปเพื่อที่จะเก็บข้อมูลบางอย่าง เพื่อที่จะเอาไปแฉให้กับเพื่อนคนอื่นได้รับทราบ และในการแฉก็มักจะมีการเติมแต่งสีสันเข้าไปตามระเบียบ จนทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานกันเอง ระหว่างพนักงานกับหัวหน้างาน และกับบริษัท โดยที่พนักงานคนนี้ก็ไม่รู้สึกตัวอะไร
  • พนักงานที่ไม่เอาอะไรเลย พฤติกรรมอีกประเภทหนึ่งก็คือเป็นพวกที่ไม่เอาอะไรเลย ให้ทำงานก็เกี่ยงงาน มอบหมายงานเพิ่มเติมให้ ก็บอกว่า งานเยอะ แต่จริงๆ งานในมือมีน้อยมาก อยากให้พัฒนาก็บอกไม่เอา ส่งไปอบรมก็บอกไม่ไป จะให้พัฒนาเพื่อจะได้เติบโตต่อไปในสายอาชีพก็บอกไม่เอา ปฏิเสธทุกอย่าง แต่อยากได้เงินเดือนขึ้นเยอะๆ อยากได้โบนัสเยอะๆ และอยากได้การเลื่อนตำแหน่งโดยที่ไม่ต้องทำอะไรมากกว่าเดิม

ถ้าองค์กรของท่านมีพนักงานแบบนี้เยอะๆ จะเกิดอะไรขึ้นลองทายดูสิครับ จริงๆ ถ้าองค์กรเรามีพนักงานแบบนี้แค่เพียง 5% ก็แย่แล้วครับ เพราะคนกลุ่มนี้จะสร้างความร้าวฉาน สร้างบรรยากาศในการทำงานที่ไม่ดี และยิ่งไปกว่านั้น ถ้าคนกลุ่มนี้เป็นผู้มีอิทธิพลกับพนักงานของบริษัท ก็จะยิ่งสร้างวัฒนธรรมย่อยๆ ที่ไม่สอดคล้องกับวัฒนธรรมขององค์กรเลย

ดังนั้นท่านผู้บริหารก็คงจะต้องหาวิธีการในการจัดการกับพนักงานกลุ่มนี้ด้วยเช่นกัน ปล่อยไว้รังแต่จะสร้างปัญหาให้กับพนักงานที่มีผลงานที่ดี มีพฤติกรรมที่ดี

Advertisements

4 คิดบน “พฤติกรรมของพนักงานที่บริษัทเอือมระอา

    • ฉายาลับที่ HR ใส่ให้ในการบอกความนัยกันคือ ใส้ติ่ง
      สมมุติถ้าชื่อพิศมัย เราจะเรียกว่า ติ่งพิศมัย
      แปลว่า พิศมัย ใส้ติ่งของแผนก A มีก็ได้ไม่มีก็ได้ มีไว้โอกาสอักเสบมีมากมาย …

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s