“ที่นี่ ทำงานครบ 3 ปี ก็ได้รับการเลื่อนตำแหน่ง” นี่คือ Career Path จริงหรือ

ผมได้เคยเขียนบทความเกี่ยวกับ Career Path ไว้หลายเรื่องเหมือนกัน แต่เรื่องราวของ Career Path ก็ยังเป็นเรื่องราวที่มีพนักงาน และหัวหน้างาน รวมถีงผู้บริหารเข้าใจผิดกันมาก ก็เลยทำให้ การบริหารจัดการเรื่องของการเติบโตของพนักงานในองค์กร มีปัญหาตามมาอย่างมากมาย วันนี้เราลองมาดูประเด็นที่เข้าใจกันผิดในเรื่องของ Career Path กันอีกสักครั้งว่ามีอะไรบ้างครับ

  • Career Path ต้องเติบโตไปในสายบังคับบัญชาเท่านั้น ยังมีหลายองค์กรที่ยังเข้าใจว่าเส้นทางการเติบโตของพนักงานนั้น คือการเติบโตไปตามสายการบังคับบัญชาในผังองค์กรที่กำหนดไว้ และเมื่อถึงเวลาก็ให้ตำแหน่งที่สูงขึ้นตามสายบังคับบัญชา เช่น จากพนักงานก็ต้องโตไปเป็น Assist Sup และโตต่อไปเป็น Sup จากนั้นก็ไปเป็น Assist Manager แล้วก็เป็น Manager จากนั้นก็ไปเป็น Director ตามลำดับ (แล้วแต่ว่าองค์กรมีผัง และเรียกชื่อตำแหน่งอย่างไร) ด้วยวิธีนี้ ก็เลยทำให้เกิดการที่พนักงานดำรงตำแหน่งเป็น Sup หรือ Manager แต่ไม่มีลูกน้องให้ดูแลสักคน และพอถามเข้าจริงๆ ก็ได้คำตอบว่า งานก็เป็นงานที่สามารถทำคนเดียวได้ และไม่จำเป็นต้องมีลูกน้อง สุดท้ายองค์กรนี้ก็จะมี Supervisor และ Manager เต็มองค์กรไปหมด ในทางปฏิบัติแล้ว เราสามารถออกแบบเส้นทางสายอาชีพออกเป็น 2 สายหลักๆ ก็คือสายบังคับบัญชา และสายวิชาชีพเฉพาะทาง ซึ่งตำแหน่งก็อาจจะเทียบเท่ากันได้กับงานในสายบังคับบัญชาได้
  • เมื่อทำงานครบ 3 ปี หรือ 5 ปีต้องได้รับการเลื่อนตำแหน่ง ในกรณีนี้ก็เช่นกัน เป็นสิ่งที่หลายองค์กรสร้างขึ้นมาด้วยความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน โดยเฉพาะเหล่าบรรดาผู้จัดการทั้งหลายที่มักจะคิดว่า เมื่อลูกน้องของตนเองทำงานครบ 3 ปี หรือ ครบ 5 ปีแล้ว ก็จะต้องได้รับการเลื่อนตำแหน่งขึ้นไปเรื่อยๆ โดยไม่สนใจว่างานจะยากขึ้นหรือเปล่า และไม่สนใจด้วยว่า องค์กรจะมีโครงสร้างตำแหน่งเหล่านี้หรือเปล่า บรรดาผู้จัดการมักจะใช้เหตุผลว่า ถ้าไม่มีการเลื่อนตำแหน่งให้กับพนักงาน ก็กลัวว่าเขาจะออกไปอยู่ทื่อื่น ซึ่งผมคิดว่าถ้าจูงใจด้วยเหตุผลนี้ อีกไม่นานพนักงานทุกคนในองค์กรก็จะมีตำแหน่งเป็นกรรมการผู้จัดการกันหมดทุกคนแน่นอน ที่หนักไปกว่านั้น มีหลายแห่งที่อยู่ๆ ก็ขอตั้งตำแหน่งผู้จัดการแผนกใหม่ขึ้นมา ทั้งๆ ที่ไม่มีความจำเป็นต้องตั้งเลย แค่เหตุผลก็คือ พนักงานคนนี้จะได้มีเส้นทางการเติบโต ผู้บริหารก็บ้าจี้ตามไปอีก สุดท้ายตำแหน่งผู้จัดการใหม่ๆ ในผังก็เกิดขึ้นเต็มไปหมด โดยที่ไม่มีความจำเป็นสักนิด
  • ทุกตำแหน่งสามารถสร้าง Career Path ได้หมด ในการสร้างระบบความก้าวหน้าทางสายอาชีพในบางองค์กรมองว่าทุกตำแหน่งสามารถที่จะเติบโตไปได้หมด ซึ่งจริงๆ แล้วตำแหน่งที่สามารถออกแบบความก้าวหน้าทางสายอาชีพได้นั้น ส่วนใหญ่เป็นตำแหน่งงานหลักขององค์กรทั้งสิ้น ตำแหน่งในเชิงสนับสนุน มักจะกำหนดเส้นทางความก้าวหน้าสายอาชีพได้แต่อาจจะสั้นกว่า หรือกำหนดได้ยากกว่า หรือบางตำแหน่งไม่สามารถทำได้เลยก็มี เช่น ตำแหน่งพนักงานขับรถ หรือ พนักพิมพ์ดีด นักการภารโรง ฯลฯ โดยทั่วไปตำแหน่งงานเหล่านี้จะสร้างความก้าวหน้าทางสายอาชีพไม่ได้ เนื่องจากเราไม่สามารถตอบได้ว่า ยิ่งอายุงานมากขึ้น นั้น งานจะยากขึ้นอย่างไรได้บ้าง มีความลึกในแง่มุมองวิชาชีพอย่างไรได้บ้าง คำตอบก็คือ แทบจะไม่มีเลย แต่ก็แปลกนะครับ บางองค์กรก็มีตำแหน่ง พนักงานขับรถอาวุโส แม่บ้านอาวุโส ก็คืออาวุโสจริงๆ โดยที่ไม่มีงานอะไรที่ยากขึ้น ถึงตรงนี้ บางท่านอาจจะถามว่า แล้วคนที่ทำงานตำแหน่งเหล่านี้ก็ไม่สามารถเติบโตได้น่ะสิ คำตอบก็คือโตได้ครับ แต่ต้องย้ายไปโตในตำแหน่งงานที่เป็นตำแหน่งงานหลักขององค์กร ผมเคยเห็นผู้จัดการขายเขตของบางบริษัทโตมาจากตำแหน่งพนักงานขับรถ โดยเขาให้เหตุผลว่า เป็นพนักงานขับรถโตไปไหนไม่ได้ ถ้าอยากโตก็ต้องเปลี่ยนตำแหน่งใหม่เป็นตำแหน่งงานหลักขององค์กรก็จะเติบโตไปได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็ต้องมีการออกแบบ และสร้างแนวทางในการพัฒนากันอย่างจริงจัง
  • เสนอเลื่อนตำแหน่ง โดยไม่มีการวางแผนในการพัฒนา การบริหาร Career Path นั้น มีขึ้นเพื่อที่จะได้วางแผนในการพัฒนาพนักงานให้เติบโตขึ้น และมีการเตรียมความพร้อมก่อนที่จะไปรับงานในตำแหน่งที่สูงขึ้น แต่ในหลายองค์กรกลับเป็นในลักษณะที่ว่า เสนอชื่อพนักงานที่คิดว่าพร้อมที่จะเลื่อนตำแหน่ง และการพิจารณาก็ไม่มีการนำเอาข้อมูลในการพัฒนาพนักงานมาประกอบแต่อย่างใด สุดท้ายเมื่อได้รับอนุมัติให้เลื่อนตำแหน่งไปแล้ว พนักงานดีใจได้ไม่นาน แล้วก็ต้องนั่งทุกข์เพราะทำงานไม่ได้ นายเองก็ต้องนั่งทุกข์เพราะต้องทำงานแทนพนักงานในหลายเรื่อง เพราะไม่มีการเตรียมความพร้อมล่วงหน้า

จากความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเหล่านี้ ก็เลยทำให้องค์กรต้องเสียเงินจ่ายค่าจ้างเงินเดือนที่สูงขึ้นให้กับพนักงานโดยพนักงานยังคงทำงานแบบเดิมๆ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงการทำงาน มีแต่เปลี่ยนชื่อตำแหน่งที่สูงขึ้น

โดยสรุปแล้ว การสร้าง Career Path นั้นจะต้องทำให้องค์กรได้รับประโยชน์จากการเติบโตของพนักงานด้วย การที่พนักงานสามารถดำรงตำแหน่งที่สูงขึ้น แปลว่าเขาจะต้องมีความรับผิดชอบที่สูงขึ้น และมีศักยภาพในการทำงานที่มากขึ้น พร้อมที่จะรับงานที่ยากขึ้นตามลำดับ และองค์กรเองก็จ่ายค่าตอบแทนตามความยากที่มากขึ้น

แบบนี้จึงจะเรียกกว่า win ทั้งพนักงาน และ win ทั้งองค์กร

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s