คำชมเชย จะว่ายากมันก็ยาก จะว่าง่ายมันก็ง่าย

เคยสอบถามคนที่เป็นหัวหน้า หรือผู้จัดการว่า เวลาที่ลูกน้องทำงานได้ดีนั้น เคยชมเชยลูกน้องตนเองบ้างหรือไม่ คำตอบที่ได้มาก็แบ่งเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ ก็คือ ไม่เคย และกลุ่มก็คือ ทำเป็นประจำ พอถามหัวหน้างานที่ไม่เคยชมลูกน้องเลยว่า เป็นเพราะอะไรทำไมถึงไม่ชมเชยลูกน้องบ้าง คำตอบที่ได้มา ก็แบ่งเป็นสองกลุ่มอีก กลุ่มแรกตอบว่า ก็เป็นหน้าที่ของพนักงานที่ต้องทำงานให้ดีอยู่แล้ว แล้วทำไมต้องชมพนักงานด้วย กับอีกกลุ่มหนึ่งตอบว่า ที่ไม่เคยชม ก็เพราะไม่รู้ว่าจะชมยังไงดี แค่จะเอ่ยปากพูดก็ยังไม่กล้า เขิน อาย สุดท้ายก็เลยไม่ชมดีกว่า

มนุษย์เราทุกคนล้วนต้องการการได้รับความสำคัญจากคนที่เราชอบ หรือรัก เวลาทำงานก็เช่นกัน พนักงานทุกคนล้วนอยากได้รับยอมรับว่าตนเองสำคัญ โดยเฉพาะ จากนายของตนเอง อาจจะเคยได้ยินพนักงานบางคนที่เขาพูดว่า ไม่อยากได้คำชม หรือไม่เคยต้องการคำชมอะไรหรอก ไม่ต้องมาชมเชยก็ได้ แต่เชื่อหรือไม่ว่า พนักงานที่พูดแบบนี้ ลึกๆ แล้วเวลาที่ได้คำชมเชย ก็ยังรู้สึกดี เพราะนี่คือธรรมชาติของมนุษย์เรา

แต่คำชมที่ดี ที่เหมาะสม ก็ต้องมีการฝึกฝนอีกเช่นกัน ใครจะรู้ว่า แค่จะชมเชยพนักงาน ก็ต้องมีหลักการที่ชัดเจน ลองมาดูหลักการให้คำชมเชยพนักงานแบบคร่าวๆ ว่าจะต้องประกอบไปด้วยอะไรบ้าง

  • ชมให้ถูกเวลา เรื่องของเวลาเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการให้คำชม เวลาพนักงานทำผลงานได้ดี หรือแสดงพฤติกรรมที่ดีให้หัวหน้าเห็น คำชมจะต้องออกมาทันที ไม่ควรทิ้งช่วงห่างจากพฤติกรรมที่พนักงานได้ทำดีไว้ ทั้งนี้เพื่อให้คำชมมีผลกระทบต่อแรงจูงใจของพนักงาน เขาจะรู้สึกดี และรู้สึกว่าได้รับรางวัลหลังจากที่เขาทำดี ไม่ควรเก็บคำชมไว้นานเกินไป เช่นทิ้งไว้ก่อนสัก 2 วันแล้วค่อยชม แบบนี้ไม่มีผลต่อจิตใจของพนักงาน ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าชมเชยในทันที ก็จะเป็นตัวกระตุ้นและทำให้พนักงานรับรู้ว่า นายกำลังเห็นความดีอยู่
  • ชมด้วยความจริงใจ เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งเช่นกัน เวลาชมพนักงานนั้น สิ่งที่จะต้องแสดงให้พนักงานเห็นอย่างชัดเจนก็คือ แววตา น้ำเสียง ภาษากายที่แสดงให้เห็นถึงความจริงใจ ดังนั้นคำชมจะได้ผลก็ด้วยการชมต่อหน้าพนักงานเลย ใช้คำพูดประกอบกับรอยยิ้มที่แสดงให้เห็นถึงความจริงใจของเรา สิ่งที่ไม่ควรทำก็คือ การเขียนชมพนักงานลงในกระดาษแล้วนำไปแปะไว้ที่โต๊ะของพนักงาน ลักษณะนี้เป็นการให้คำชมก็จริง แต่พนักงานจะรู้สึกถึงความไม่จริงใจของหัวหน้า วิธีที่ดีก็คือ ชมด้วยวาจา ต่อหน้า แล้วอาจจะเพิ่มเติมด้วยการชมผ่านบันทึกข้อความก็ได้
  • ชมด้วยน้ำเสียงที่เหมาะสม น้ำเสียงของคนเราเวลาสื่อความนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เป็นการแสดงถึงความมั่นใจ ความจริงใจ และเต็มใจที่จะสื่อความ การให้คำชมก็เช่นกัน เวลาชมพนักงานก็ควรจะใช้น้ำเสียงที่แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจของเราที่อยากจะชมด้วยความเต็มใจ ไม่ใช่พูดอยู่ในลำคอ เบาๆ เพราะเขินเนื่องจากไม่เคยชมใครมาก่อน หรือในทางตรงกันข้ามชมด้วยเสียงอันดังเหมือนกับขึ้นเสียง หรือบางครั้งใช้น้ำเสียงประชดประชัน ลักษณะเหล่านี้ไม่ควรจะให้เกิดขึ้นในการให้คำชมแก่พนักงาน
  • ชมอย่างเจาะจง คำชมที่ดีต้องบอกให้พนักงานรู้ว่าชมอะไร เรื่องอะไรที่พนักงานทำดี ไม่ใช่แค่เพียงคำว่า “ดีมาก” หรือ “คุณทำงานได้ดีมาก” ซึ่งเป็นคำชมที่ไม่มีประโยชน์เลย สิ่งที่ควรจะเป็นก็คือ “คุณตอบข้อซักถาม และให้บริการลูกค้าได้ดีมากเลย ลูกค้าชมคุณมาใหญ่เลย” หรือ “คุณสามารถเข้าไปแก้ไขข้อขัดแย้งระหว่างบริษัทกับลูกค้าได้ดีมาก ใช้ความใจเย็น และน้ำเสียงที่นุ่มนวล ซึ่งทำให้ลูกค้าคลายอารมณ์โกรธลงไปได้มาก” เป็นต้น ดังนั้นเวลาชมควรบอกถึงพฤติกรรมหรือผลงานที่ดีของพนักงานอย่างเจาะจง ไม่ควรชมลอยๆ หรือกว้างๆ
  • อย่าชมแบบพร่ำเพรื่อ บางคนติดคำชมเช่น “ดีมาก” “ดี” “เยี่ยมมาก” จะพูดแบบนี้ทุกครั้งไม่ว่าพนักงานจะทำอะไรก็ตาม แบบนี้จะทำให้คำชมของเราไม่ศักดิ์สิทธิ์ และพนักงานจะไม่รู้สึกว่าหัวหน้ากำลังชม เพราะเป็นเพียงคำพูดที่ติดปาก พอถึงเวลาที่อยากจะชมจริงๆ พนักงานก็จะแยกไม่ออกว่า นี่คือคำชมจริงๆ หรือแค่เพียงคำพูดที่ติดปาก
  • อย่าชมแล้วต่อด้วยติ ชมก็คือชม ไม่ควรจะต่อด้วยคำว่า “แต่….” เช่น “คุณวางแผนงานโครงการนี้ได้ดีมากเลยนะครับ รัดกุมมาก แต่ทำไมถึงยังมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น” ถ้าจะชมพนักงานก็ให้ชมให้จบ แล้วก็ไม่ควรต่ออะไรอีก ให้จังหวะพนักงานได้ซึมซับคำชมนั้นก่อน แล้วถ้ามีเรื่องที่จะต้องติ ก็ให้แยกเป็นอีกเรื่องหนึ่งต่างหาก โดยอาจจะใช้คนละช่วงเวลา เพราะถ้าเราชมแล้วก็ติไปด้วย พนักงานจะไม่รู้สึกได้รับแรงจูงใจจากคำชมนั้น แต่เขาจะรู้สึกว่าหัวหน้ากำลังตำหนิเขามากกว่าชม

ท่านผู้อ่านอาจจะสงสัยว่า แค่คำชมทำไมต้องทำให้ยุ่งยาก คำตอบก็คือ หัวหน้างาน และผู้จัดการมีทักษะในเรื่องนี้ที่แตกต่างกันไปครับ บางคนเป็นคนที่มีอัธยาศัยที่ดี สามารถที่จะพูดจาชื่นชมคนอื่นได้ไม่ยากนัก ก็จะรู้สึกว่าคำชมที่ดีนั้นไม่ยากเลย แต่บางคนกลับรู้สึกว่ามันยากมาก และยิ่งถ้าเราชมไม่ถูกวิธีแล้ว แทนที่พนักงานจะรู้สึกมีพลัง มีแรงจูงใจที่ดี มันกลับจะทำให้พนักงานรู้สึกแย่ และสับสนมากกว่าก็เป็นได้

ไม่เสียหายหรอกครับ ถ้าเราจะฝึกฝนเรื่องการให้คำชมที่ถูกวิธี เพื่อให้เราได้ใจของพนักงาน เมื่อเราได้ใจพนักงานแล้ว ผลงานที่ดีก็จะตามมาครับ

ก่อนจบบทความนี้ก็ขอให้ท่านผู้อ่านทุกท่านมีความสุขการสบายใจ ในช่วงวันหยุดสงกรานต์นี้นะครับ แล้วพบกับบทความทางด้าน HR ได้ใหม่ในวันที่ 18 เมษายน นี้นะครับ ช่วงนี้ก็ขอพักผ่อนเติมพลังให้กับตนเองบ้างครับ ขอบคุณมากครับ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s