นิทานสอนใจ พูดได้ กับพูดเป็น

วันศุกร์มาถึงอีกแล้วนะครับ เช่นเคยครับวันนี้ผมก็เอาเรื่องราวดีๆ มาให้อ่านกันอีกครับ เป็นเรื่องราวที่มาจากหนังสือเรื่องสุภาษิตสอนนาย ซึ่งเขียนโดย บูรชัย ศิริมหาสาคร ครับ ลองอ่านดูนะครับ

สิงโตเจ้าเลห์ตัวหนึ่งต้องการจับสัตว์ต่างๆ กินเป็นอาหาร แต่ก็เกรงว่าสัตว์เหล่านั้นจะครหานินทาว่า ตนไร้คุณธรรม จึงคิดสร้างเหตุเพื่อหาเรื่องกับสัตว์อื่นๆ เมื่อสบช่อง ก็จะจับกินเป็นอาหาร

สิงโตจึงสั่งให้สุนัขจิ้งจอก ซึ่งเป็นสมุนรับใช้ ไปตามกระต่ายให้เข้ามาในถ้ำ จากนั้น ให้กระต่ายดมปากของตน แล้วถามว่า ปากของตนมีกลิ่นเหม็นหรือไม่ กระต่ายไม่รู้เลศนัย ก็ตอบไปตามความจริงว่า

“เหม็นมาก”

สิงโตโกรธมาก ที่กระต่ายว่าตนปากเหม็น จึงใช้สาเหตุนี้จับกระต่ายกินเป็นอาหารทันที

วันต่อมา สิงโตให้สุนัขจิ้งจอกไปตามกวางเข้ามาในถ้ำ จากนั้นก็ถามกวางด้วยคำถามเดียวกันว่า ปากของตนเหม็นหรือไม่

กวางดมปากสิงโตแล้ว เหลือบไปเห็นซากกระต่ายที่นอนตายอยู่ จึงแกล้งตอบว่า

“ไม่เหม็นเลย ปากของท่านมีกลิ่นที่หอมมาก”

แต่ก็ทำให้สิงโตโกรธ เพราะกวางไม่พูดความจริง ชอบแต่ประจบสอพลอ จึงใช้เป็นเหตุผลในการจับกวางกินเสีย

วันรุ่งขึ้น สิงโตให้สุนัขจิ้งจอกไปตามสัตว์อื่นๆ มาเช่นเคย แต่ไม่มีสัตว์ตัวไหนกล้าเข้ามาหา เพราะสังเกตเห็นว่า กระต่ายและกวางเข้าไปพบสิงโตในถ้ำแล้ว ไม่ได้กลับออกมาอีก

เมื่อเป็นเช่นนี้ สิงโตจึงเรียกสุนัขจิ้งจอกให้มาดมปากของตนบ้าง แล้วถามด้วยคำถามเดียวกัน

สุนัขจิ้งจอกติดตามรับใช้สิงโตมานาน รู้ใจเจ้านายของตนเป็นอย่างดีจึงพูดเป็นเชิงออกตัวว่า

“ข้าพเจ้านั้นโง่เง่า อีกทั้งจมูกก็ไม่ดี เป็นหวัดคัดจมูกมาหลายวันแล้ว จึงไม่ได้กลิ่นจากปากของท่าน”

สิงโตฟังแล้วรู้สึกพึงพอใจในคำตอบ ที่รู้จักการควรไม่ควรของสุนัขจิ้งจอกจึงปล่อยตัวไป

 

อ่านจบแล้วคิดอย่างไรครับ

การพูดได้ คือการได้พูด หรือพูดโดยไม่คิดว่าจะเกิดผลเสียอย่างไร แม้ว่าความจริงจะเป็นสิ่งไม่ตาย แต่ก็มีหลายคนที่ตายเพราะพูดความจริง แต่ในทางกลับกัน ก็มีหลายคนที่ตายเพราะไม่พูดความจริง ชอบแต่พูดยกยอปอปั้น ขาดความจริงใจ ทำให้คนอื่นไม่อยากคบด้วย

ส่วนการพูดเป็น ก็คือ การคิดก่อนพูด ไม่ใช่พูดก่อนคิด เราควรคิดทุกอย่างที่จะพูด แต่ไม่ควรพูดทุกอย่างตามที่คิด ดังนั้นการพูดเป็นก็น่าจะยึดหลักดังนี้

ถ้าเรื่องนั้น เป็นเรื่องจริง ก็สมควรพูด

ถ้าเรื่องนั้นเป็นเรื่องจริง แต่ไม่ถูกกาลเทศะ ก็ไม่สมควรพูด

ถ้าเรื่องนั้นเป็นเรื่องจริง ถูกกาลเทศะ แต่ไม่มีประโยชน์ที่จะพูด ก็ไม่ควรพูด

 

ลองเอาไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันดูนะครับ เผื่อเป็นประโยชน์ครับ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s