นิทานสอนใจ จงหันกลับมามองตนเองก่อน

วันนี้ขอนำเอาเรื่องราวดีๆ จากคำสอนของ หลวงปู่ชา สุภัทโท พระโพธิญาณเถร มาให้อ่านกันนะครับ เผื่อจะทำให้เราเปิดใจกว้างยอมรับอะไรต่างๆ ได้มากขึ้น และเมื่อเราเปิดใจกว้าง เราก็จะสบายใจมากขึ้น ไม่เครียด และสุดท้ายก็จะมีความสุขกับชีวิตของเราเองได้มากขึ้นครับ

กาลครั้งหนึ่ง มีบุรุษผู้ทำงานในบริษัทที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง อย่างไรก็ตาม เขากลับเครียดกับการทำงานมาก เขามักมีปัญหากับเพื่อนร่วมงานอยู่เสมอ ไม่ว่าอะไรก็ดูไม่ได้ดั่งใจเขาเอาเสียเลย จากเพื่อนร่วมงานนับสิบคน ตอนนี้สิ่งที่เป็นเพื่อนของเขามีเพียงคอมพิวเตอร์บนโต๊ะของเขาเพียงเท่านั้น

 

เช้าวันหยุด เขาไปทำบุญที่วัดอย่างที่เคยทำ

“โยมทำบุญมามากมาย”พระเจ้าอาวาสกล่าวขึ้น “แต่โยมดูทุกข์ใจเสียมากกว่า”

“ไม่ได้ลำบากอะไรหรอก ท่านเจ้าอาวาส” ชายผู้นั้นตอบ “แค่เรื่องคนที่บริษัท”

“ในเมื่อโยมก็คอยทำนุบำรุงศาสนาพุทธมาโดยตลอด เห็นทีอาตมาอาจจะช่วยโยมได้เพียงเทศนาให้ฟัง”

“ท่านเทศน์ให้กระผมฟังอยู่ทุกครั้งอยู่แล้ว ท่านเจ้าอาวาส”

“ไม่ใช่คำบาลี ไม่ใช่สวดมนต์ แต่เป็นคำสอน”

เจ้าอาวาสท่านนั้นประนมมือขึ้นพลางที่ชายคนนั้นยกมือประนมตาม

 

ธรรมดาเรานั้น ดูแต่คนอื่น 90 % ดูตัวเองแค่ 10 % คอยดูแต่ความผิดของคนอื่น เพ่งโทษคนอื่น คิดแต่จะแก้ไขคนอื่น

 กลับเสียใหม่นะ

 ดูคนอื่นเหลือไว้ 10 % ดูเพื่อศึกษาว่า เมื่อเขาทำอย่างนั้นคนอื่นจะรู้สึกอย่างไร เพื่อเอามาสอนตัวเองนั่นแหละ แล้วดูตัวเอง พิจารณาตัวเอง 90 %จึงเรียกว่าปฏิบัติธรรมอยู่

 ธรรมชาติของจิตใจมันเข้าข้างตัวเอง คำโบราณกล่าวไว้ว่า เรามักจะเห็นความผิดของคนอื่นเท่าภูเขา ความผิดของตนเองเท่าเส้นผม มันเป็นความจริง เราจึงต้องระวังความรู้สึกนึกคิดของตัวเองให้มากๆ

 เห็นความผิดของคนอื่น ให้หารด้วย 10 เห็นความผิดตัวเอง ให้คูณด้วย 10 จึงจะใกล้เคียงกับความจริงและยุติธรรม เพราะเหตุนี้เราจะต้องพยายามมองแง่ดีของคนอื่นมากๆ และตำหนิติเตียนตัวเองมากๆ แต่ถึงอย่างไร เราก็ยังเข้าข้างตัวเองนั่นแหละ

 พยายามอย่าสนใจการกระทำ การปฏิบัติของคนอื่น ดูตัวเอง สนใจแก้ไขตัวเองนั่นแหละมากๆ

ยังไม่ต้องบอกให้เขาแก้ไขอะไรหรอก รีบแก้ไขระงับอารมณ์ร้อนใจของตัวเองเสียก่อน

เห็นอะไร คิดอะไร รู้สึกอย่างไร ก็ให้ใจเย็นๆ ไว้ก่อน

ความเห็น ความคิด ความรู้สึกก็ไม่แน่ ไม่แน่อาจจะถูกก็ได้ อาจจะผิดก็ได้ เราอาจจะเปลี่ยนความเห็นก็ได้ ใจเย็นๆ ไว้ก่อน ยังไม่ต้องพูด

 ดูใจเราก่อน สอนใจเราก่อน หัดปล่อยวางก่อน

เมื่อจิตสงบแล้ว เมื่อจิตปกติแล้ว จึงค่อยพูด จึงค่อยออกความเห็น พูดด้วยเหตุ ด้วยผล ประกอบด้วยจิตเมตตากรุณาขณะมีอารมณ์อย่าเพิ่งพูด จะทำให้เสียความรู้สึกของผู้อื่น ทำให้เสียความรู้สึกของตัวเอง ไม่เกิดประโยชน์เท่าที่ควรมักจะเสียประโยชน์ซ้ำไป

 เพราะฉะนั้น อยู่ที่ไหน อยู่ที่วัด อยู่ที่บ้าน ก็สงบๆ ไม่ต้องดูคนอื่นว่าเขาทำผิดๆ ๆ ดูแต่ตัวเรา ระวังความรู้สึก ระวังอารมณ์ของเราเองให้มากๆ พยายามแก้ไข พัฒนาตัวเรานั่นแหละ

 เห็นอะไรชอบ ไม่ชอบ ปล่อยไว้ก่อน เรื่องของคนอื่น พยายามอย่าให้เข้ามาที่จิตใจเรา ถ้าไม่ระวัง ก็จะยุ่งกับเรื่องของคนอื่นไปเรื่อยๆ หาเรื่องอยู่อย่างนั้น เอาเรื่องโน้นเรื่องนี้มาเป็นเรื่องของเราหมด มีแต่ยินดี ยินร้าย พอใจ ไม่พอใจ ทั้งวัน อารมณ์มาก จิตไม่ปกติ ไม่สบาย ทั้งวันๆ ก็หมดแรง

 ระวังนะ พยายามตามดูจิตของเรา รักษาจิตของเราให้เป็นปกติให้มาก

ใครจะเป็นอะไร ใครจะทำอะไร ดีหรือไม่ดี เรื่องของเขา แม้เขาจะทำกับเรา ว่าเรา ก็เรื่องของเขา อย่าเอามาเป็นอารมณ์ อย่าเอามาเป็นเรื่องของเรา

ดูใจเรานั่นแหละ พัฒนาตัวเองนั่นแหละ ทำใจเราให้ปกติ สบายๆ มากๆ หัด-ฝึก ปล่อยวาง นั่นเอง ไม่มีอะไรหรอก ไม่มีอะไรสำคัญกว่าการตามรักษาจิตของเรา

คิดดี พูดดี ทำดี มีความสุข

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s