จ่ายเท่ากัน หรือให้เหมือนกัน แปลว่าเป็นธรรมในการบริหารค่าจ้างเงินเดือน จริงหรือ

เคยได้ยินเหตุผลของผู้บริหารระดับสูงขององค์กรที่คุยกับพนักงานในเรื่องของการบริหารค่าจ้างเงินเดือนว่า “ที่นี่เราเน้นความเท่าเทียมกันในการบริหารค่าจ้างเงินเดือน ทุกคนจะได้เงินเดือนที่เท่ากัน ได้รับการขึ้นเงินเดือนที่เหมือนกัน และได้รับโบนัสที่เท่ากัน” ในมุมของท่านผู้อ่านเอง เมื่อได้อ่านประโยคข้างต้นแล้ว คิดอย่างไรครับ การจ่ายให้เท่ากัน แปลว่า บริหารค่าจ้างเงินเดือนแบบเป็นธรรมแล้วใช่หรือไม่ ??

สิ่งที่เคยเห็นมาในหลายองค์กรที่บริหารค่าจ้างเงินเดือนด้วยความเท่าเทียมก็คือ

  • อัตราเริ่มจ้างเท่ากัน ทั้งนี้ไม่ได้แยกตามวุฒิการศึกษาและสาขาวิชา อีกทั้งไม่ได้ดูเรื่องค่างานด้วย แต่ใครก็แล้วแต่ที่เข้ามาทำงานในองค์กรไม่ว่าจะตำแหน่งไหนก็แล้วแต่ จะเริ่มต้นให้อัตราเงินเดือนที่เท่ากันทั้งหมด โดยไม่สนใจว่า ตำแหน่งนี้จะมีความรับผิดชอบสูงกว่า หรือต่ำกว่าสักแค่ไหน และใช้ความรู้ในการทำงานมากน้อยกว่ากันสักเพียงใด

 

  • ขึ้นเงินเดือนตามผลงานเท่ากัน หลายบริษัทมีวิธีการขึ้นเงินเดือนที่น่าทึ่งมาก ก็คือ ขึ้นเงินเดือนให้พนักงานทุกคนในอัตราที่เท่ากัน ก็คือ ถ้างบประมาณปีนี้อนุมัติมา 5% พนักงานทุกคนก็จะได้รับการขึ้นเงินเดือนในอัตรา 5% เท่ากันหมดทุกคน โดยไม่ดูว่าใครผลงานดีกว่าใครสักแค่ไหน ด้วยเหตุผลที่ว่า ระบบประเมินผลงานของบริษัทยังไม่ดีพอ ก็เลยไม่อยากสร้างความไม่เป็นธรรมตรงนั้น จึงให้ทุกคนขึ้นเงินเดือนที่เท่ากันหมด

 

  • โบนัสตามผลงานปลายปีที่เท่ากันหมดทุกคน อีกเรื่องหนึ่งก็คือ โบนัส หลายบริษัทให้โบนัสพนักงานทุกคนเท่ากันหมด ไม่มีความแตกต่างกันในด้านผลงานแต่อย่างใด ปีนี้กำหนด 2 เดือน พนักงานทุกคนก็ได้ 2 เดือนเท่ากันหมด

การกำหนดนโยบายค่าจ้างที่เท่าเทียมกันข้างต้นทำให้เกิดผลอะไรตามมาบ้าง ท่านผู้อ่านน่าจะพอเดาได้นะครับสิ่งที่เกิดขึ้นในทางปฏิบัติก็คือ

  • คนเก่งไม่อยากทำงานให้ดี เพราะทำดีแล้วไม่ได้ดี ยิ่งไปกว่านั้น พนักงานที่ผลงานไม่ดี กลับได้เท่ากับพนักงานที่มีผลงานที่ดี แบบนี้ก็ไม่สร้างแรงจูงใจอะไรให้กับพนักงานที่มีผลงานที่ดีเลย

 

  • คนเก่งลาออก สิ่งที่จะตามมาก็คือ พนักงานกลุ่มเป้าหมายของบริษัท ที่มีฝีมือ บางคนก็หามาได้ด้วยความยากลำบาก แต่พอทำงานได้เพียง 1 ปีเท่านั้นก็เริ่มทยอยลาออกไป สาเหตุก็เพราะรางวัลตามผลงานไม่ได้สะท้อนผลงานของพนักงานแต่ละคนเลย

 

  • พนักงานไม่อยากสร้างผลงานที่ดี สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาก็คือ พนักงานจะไม่เกิดการอยากที่จะสร้างผลงานที่ดี แต่จะแค่ทำงานไปวันๆ เท่านั้น เพราะเรียนรู้ว่าเหนื่อยไป ทำมากไป หรือทำดีไป ก็ไม่ได้อะไรมากไปกว่าเดิม

 

  • องค์กรไม่โต สุดท้ายก็คือผลงานขององค์กรไม่เติบโตไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ผู้บริหารพยายามเร่งผลงาน พยายามติดตามผลงาน และพนักงานกลับไม่คิดที่จะลงมือทำอะไรให้มากไปกว่าเดิม แค่รักษาสถานภาพไว้เท่าเดิมนี่ก็ถือว่าบุญแล้ว องค์กรก็เลยไม่เกิดความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ไม่เกิดแนวทางในการทำงานใหม่ๆ วนเวียนไปมาอยู่กับที่ไม่เติบโต หรือไม่ก็โตช้ามาก

นี่คือผลของระบบการให้รางวัลแบบเท่ากันหมด ซึ่งผู้บริหารบางคน ก็ยังคงเถียงว่า นี่คือระบบที่สร้างความเป็นธรรมมากที่สุด เพราะเราให้พนักงานทุกคนเท่ากันหมดเลย ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบแต่อย่างใด

คำถามก็คือ ให้เท่ากันแบบนี้เป็นธรรมในการบริหารค่าจ้างเงินเดือนจริงๆ หรือ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s