การจะได้เลื่อนตำแหน่ง จะต้องพิจารณาหลักเกณฑ์อะไรบ้าง

เมื่อพูดถึงการเลื่อนตำแหน่ง ปกติแล้ว องค์กรทั่วไปก็จะมีอยู่สองลักษณะก็คือ เลื่อนตำแหน่งโดยมีการเตรียมความพร้อมไว้ก่อนล่วงหน้าเรียบร้อย เมื่อพนักงานพร้อม และมีตำแหน่งที่เหมาะสม ก็จะทำการเลื่อนตำแหน่งให้พนักงาน กับอีกลักษณะก็คือ เลื่อนตำแหน่งให้พนักงานโดยไม่มีการเตรียมความพร้อมอะไร ปีนี้นึกอยากจะเสนอใครก็เสนอ นึกอยากจะจิ้มใคร ก็จิ้มเลย และเสนอชื่อขึ้นไป หรือพอมีตำแหน่งว่างลง ก็พยายามหาคนที่เหมาะสมที่สุด โดยไม่มีการเตรียมการล่วงหน้าแต่อย่างใด

ถ้าเราจะทำให้ระบบการเลื่อนตำแหน่งเป็นระบบที่มีความพร้อม และเลื่อนตำแหน่งให้พนักงานไปแล้วไม่มีปัญหาในการทำงานเกิดขึ้น แปลว่า เราจะต้องมีการเตรียมความพร้อมและมีการกำหนดเกณฑ์ต่างๆ ในการพิจารณาเลื่อนตำแหน่ง และโดยทั่วแล้ว เกณฑ์ในการพิจารณาพนักงานเพื่อที่จะเลื่อนตำแหน่งนั้น มีอะไรกันบ้าง เราลองมาดูกันนะครับ

  • เส้นทางสายอาชีพ หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Career Path ระบบนี้เป็นตัวแรกเลยที่จำเป็นจะต้องมี ถ้าบริษัทต้องการที่จะมีระบบการเลื่อนตำแหน่ง หรือเลื่อนระดับงานที่ได้ผล การขยับตัวของระดับงานไปสู่ตำแหน่งที่พนักงานต้องการนั้น ถือเป็นเรื่องของการวางแผนพัฒนาสายอาชีพ ซึ่งถ้าเรามีเส้นทางสายอาชีพชัดเจน และมีเกณฑ์ว่าในการโตในสายอาชีพนั้นๆจะต้องมีการพัฒนาอะไรบ้าง ก็จะทำให้การเลื่อนตำแหน่งเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และตอบโจทย์เรื่องของการเลื่อนตำแหน่งได้มากขึ้นด้วย

 

  • ผลงานที่ผ่านมา ปัจจัยแรกๆ เลยที่มักจะเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาก่อนที่จะเลื่อนตำแหน่งให้พนักงาน ก็คือ เรื่องของผลงานของพนักงานที่ผ่านมา ว่าเป็นอย่างไร ดีมาก ดี หรือเรื่อยๆ จะต้องมีการกำหนดเกณฑ์ที่ชัดเจน เช่น ยิ่งผลงานดีมาก ก็จะยิ่งได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งด้วยระยะเวลาที่เร็วขึ้น เช่น ถ้าได้ A ติดกัน ก็ 2 ปีมีสิทธิได้รับการเสนอชื่อ ถ้าเป็น B ก็จะต้อง 3 ปีเป็นต้น

 

  • Competency การพิจารณาผลงานอย่างเดียวนั้นไม่พอสำหรับการที่จะเลื่อนตำแหน่งให้พนักงาน จะต้องพิจารณาถึง ความรู้ ทักษะ และพฤติกรรมที่ดีของพนักงานประกอบด้วย ว่าพร้อมหรือไม่ที่จะขึ้นไปรับตำแหน่งที่สูงขึ้น ที่ต้องมีหน้าที่และความรับผิดชอบที่มากขึ้นกว่าเดิม บางบริษัท ดูแต่ผลงานอย่างเดียว โดยไม่พิจารณาความรู้ทักษะ และพฤติกรรมของพนักงานเลย พอเลื่อนตำแหน่งให้ปุ๊ป ไม่นานพนักงานก็ไม่สามารถที่จะทำงานได้ เพราะผลงานที่ว่าดีนั้น มันไม่ได้รับประกันว่าจะทำงานในอนาคตได้ดี ดังนั้น ก็ต้องพิจารณา Competency ประกอบด้วย ว่าก่อนที่จะเลื่อนตำแหน่งนั้น พนักงานจะต้องได้รับการพัฒนา Competency ตัวไหน อะไร และอย่างไรบ้าง Core หรือ Managerial หรือ Functional เพื่อให้มั่นใจว่าเลื่อนตำแหน่งไปแล้ว จะต้องทำงานที่ยากขึ้นได้จริงๆ

 

  • ต้องผ่านการฝึกอบรมอะไรบ้าง องค์กรส่วนใหญ่จะมีการกำหนดเกณฑ์ในการเลื่อนตำแหน่งให้พนักงาน โดยผูกกับหลักสูตรฝึกอบรมที่จำเป็น ซึ่งหลักสูตรเหล่านี้ก็มาจากการพิจารณา competency ที่เกี่ยวข้องนั่นเอง ว่าจะออกแบบออกมาเป็นหลักสูตรอะไรได้บ้าง เช่น การที่จะเลื่อนตำแหน่งพนักงานให้เป็น หัวหน้างาน หรือผู้จัดการ พนักงานกลุ่มนี้จะต้องผ่านการอบรม และพัฒนาเรื่องทักษะในการเป็นผู้บังคับบัญชาเสียก่อน ซึ่งอาจจะออกแบบเป็นหลักสูตรต่างๆ ออกมา บางองค์กรกำหนดไว้ชัดเจนมากว่า ถ้าพนักงานไม่ผ่านการอบรมในเรื่องที่กำหนดไว้ แม้ว่าจะพร้อมสักแค่ไหนก็จะยังไม่สามารถเลื่อนตำแหน่งให้ได้ ดังนั้น ก็เลยต้องมีการวางแผนในการอบรมล่วงหน้ากันเป็นปีๆ เพื่อเตรียมความพร้อมล่วงหน้ากัน

 

  • ผ่านการโอนย้าย หมุนเวียนงาน อีกเกณฑ์หนึ่งที่เริ่มมีการนำมาใช้มากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับการเตรียมความพร้อม เพื่อการเลื่อนตำแหน่งให้พนักงานก็คือ การที่จะต้องผ่านการโอนย้าย หรือการหมุนเวียนงานไปยังตำแหน่งอะไรบ้าง เพื่อให้รู้งาน รู้ปัญหา และสามารถที่จะดูแลงานนั้นๆ ได้จริง โดยเฉพาะตำแหน่งในระดับบริหาร ที่ดูแลงานหลายๆ ฝ่ายที่แตกต่างกันไป การที่พนักงานจะเติบโตไปเป็นผู้บริหารได้นั้น ก็จะต้องผ่านการโอนย้าย หมุนเวียนงานไปยังตำแหน่งต่างๆ อะไรบ้าง ซึ่งก็ต้องมีการกำหนดไว้เป็นตำแหน่งหลักๆ ทั้งนี้ก็เพื่อเวลาที่เลื่อนตำแหน่งขึ้นไปจริงๆ แล้ว จะได้ทำงานได้เลย และที่สำคัญก็คือ ลูกน้องไม่สามารถโกหก หรือหลอกหัวหน้าในเรื่องงานได้

 

  • ได้รับใบรับรอง หรือใบอนุญาตในการทำงาน บางตำแหน่งที่ต้องอาศัยความรู้เฉพาะทาง และเป็นความรู้ที่จำเป็นต้องได้รับใบอนุญาตทำงาน อาทิ เช่น ทนายความ หรือผู้ตรวจสอบบัญชี ฯลฯ เราก็สามารถนำเอาเกณฑ์เหล่านี้มากำหนดเป็นเกณฑ์ในการเลื่อนตำแหน่งได้ด้วยเช่นกัน

จะเห็นได้ว่า ในการเลื่อนตำแหน่งให้พนักงานนั้น มันไม่ใช่เรื่องที่จะทำกันแบบง่ายๆ แบบขอไปที หรือแบบที่อยากคิดว่าจะเลื่อนให้ใครก็ทำได้เลย ถ้าเราอย่างที่ว่าจริงๆ คือ เอาง่ายเข้าว่านั้น ผลที่ตามมาจะมีแต่ผลเสียมากมาย ทั้งผลเสียต่อตัวพนักงานเอง ต่องาน และต่อองค์กรของเรา เพราะพนักงานไม่พร้อม แต่เราไปดันเขาขึ้นไป ผลงานก็ไม่ออก และที่สำคัญจะเป็นการทำให้ผลงานขององค์กรแย่ลงได้ด้วยเช่นกัน

ดังนั้นอย่าลืมนะครับ การที่เราจะเลื่อนตำแหน่งให้ใครนั้น เป็นการที่เรากำลังฝากอนาคตของงาน ของหน่วยงาน ขององค์กรให้กับพนักงานคนนั้น ดังนั้น ต้องคิดเสมอว่า ตอนนี้เราสามารถฝากอนาคตไว้กับพนักงานคนนี้ได้แล้วหรือยัง ถ้ายัง ก็ต้องคิดต่อไปว่า แล้วเราจะต้องพัฒนาพนักงานคนนี้ในเรื่องอะไรบ้าง เพื่อที่จะให้เขาพร้อมมากที่สุดนั่นเอง

แล้วการเลื่อนตำแหน่งก็จะมีคุณค่าต่อทั้งตัวพนักงาน และต่อองค์กรครับ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s