นิทานสอนใจ ความหมายของการรอคอย

ชายหนุ่มคนหนึ่ง นัดพบกับคนรักของเขา เขามาเร็วกว่าเวลานัดหมาย และด้วยความที่ตนเองเป็นคนไม่อดทน จึงไม่มีใจที่จะไปนั่งชมความงานของแสงอาทิตย์และทิวทัศน์แถวนั้น ซึ่งมีทิวทัศน์ในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ชวนหลงใหล และมีดอกไม้ที่งดงามเต็มไปหมด

เขาได้แต่ยืนรออยู่ที่จุดนัดพบอย่างกระสับกระส่าย เอาแต่คร่ำครวญ ถอนใจ ในตอนนั้นเองมีผู้อาวุโสท่านหนึ่งปรากฎกายขึ้นต่อหน้าเขา พร้อมกับกล่าวว่า

“ข้ารู้ว่าทำไมเจ้าถึงไม่มีความสุข ลองใส่นาฬิกาเรือนนี้สิ เมื่อเจ้าพบกบเรื่องที่ต้องรอคอย ก็หมุนนาฬิกาไปหนึ่งรอบ ก็จะข้ามช่วงเวลานั้นไปได้ และอยากให้เวลามันผ่านไปนานแค่ไหนก็ได้”

ใบหน้าเด็กหนุ่มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม เขารับนาฬิกามาจากผู้อาวุโส จากนั้นผู้อาวุโสก็หายตัวไป

ชายหนุ่มสวมนาฬิกาข้อมือ จากนั้นก็ลองหมุนนาฬิกาไปหนึ่งรอบ คนรักของเขาก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า เขาลองคิดดู หากตอนนี้จัดพิธีแต่งงานคงดีไม่น้อย ดังนั้นจึงหมุนเข็นนาฬิกาไปอีกรอบ ภาพของพิธีแต่งงานที่ใหญ่โตและงานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยอาหารมากมายหลายหลากก็ปรากฎอยู่ตรงหน้า

เขาและเจ้าสาวแสนสวยในชุดแต่งงานสีขาวราวกับหิมะทั้งชุด กำลังรับคำอวยพรจากเพื่อนสนิท และแล้ว…

ความใฝ่ฝันในใจของเขาก็ผุดขึ้นมาตลอดเวลา รีสอร์ตที่หรูหรา ลูกที่แข็งแรง รถยนต์ราคาแพงลิบ….

เขารอต่อไปไม่ไหวแล้ว จึงรีบหมุนนาฬิการอบแล้วรอบเล่า เขาไม่ได้คิดถึงผลลัพธ์ที่จะตามมาเลย

ชีวิตของเขาหมุนผ่านไปอย่างรวดเร็ว สุดท้ายก็พบว่าตัวเองแก่ และร่างกายอ่อนแอลง แถมยังนอนอยู่บนเตียงคนไข้ สิ่งเดียวที่เฝ้ารอก็คือการมาเยือนของมัจจุราช พอถึงเวลาที่ใกล้จะจากโลกนี้ไป

เขาถึงได้รู้และเข้าใจความหมายของการรอคอย

 

อ่านจบแล้วรู้สึกอย่างไรกันบ้างครับ ผู้คนในสมัยนี้เหมือนจะรออะไรนานๆ ไม่ค่อยจะเป็น อยากได้เร็ว อยากมีเร็ว อยากประสบความสำเร็จแบบเร็วๆ ฯลฯ บางคนเพิ่งจะลงมือทำวันนี้ แต่วันรุ่งขึ้นก็มาบ่นว่า “ทำไมยังไม่ประสบความสำเร็จสักที”

ธรรมชาติล้วนมีเวลาของมัน ดังนั้นการที่เราจะได้อะไร หรือทำอะไรให้ประสบความสำเร็จนั้น ล้วนแต่ต้องอาศัยเวลา ดังนั้น การเข้าใจเรื่องของการรอคอยเพื่อให้ถึงเวลาที่พร้อมนั้น จึงเป็นสิ่งสำคัญมาก

การรอคอยนี้ไม่ใช่การรอแบบขอไปที หรือรอแล้วรอเล่า โดยไม่ทำอะไร แต่หมายถึงการรออย่างเข้าใจสถานการณ์ และเข้าใจการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในแต่ละระยะเวลาที่เปลี่ยนแปลงไป และเมื่อลงมือทำไปเรื่อยๆ จนถึงเวลาที่สุกงอม ความสำเร็จก็จะมาถึงตัวเราโดยที่เราอาจจะไม่รู้ตัวเลยก็ได้

 

เครดิต: หนังสือคุณในอนาคตต้องขอบคุณตัวคุณเองที่อดทนสู้ในวันนี้ เขียนโดยทั่งมู่ แปลโดย ผศ.ดร.ชัญญพร จาวะลา

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s